ซาลาห์ปีแรก 2018 บทบาทฝั่งขวาที่จบด้วย 32 ประตูลีก

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในสีเสื้อลิเวอร์พูล

ซาลาห์ปีแรก 2018 หมายถึงฤดูกาล 2017/18 ซึ่งโมฮาเหม็ด ซาลาห์ยิง 32 ประตูจากการลงเล่นพรีเมียร์ลีก 36 นัดให้ลิเวอร์พูล เขาเริ่มเกมจากฝั่งขวา แต่เข้าไปจบสกอร์ตรงกลางได้บ่อยผ่านการเลี้ยงตัดเข้า การวิ่งหลังแนวรับ และการประสานงานกับโรแบร์โต ฟีร์มีโน ตำแหน่งริมเส้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าทำ ไม่ได้จำกัดให้เขามีหน้าที่เปิดบอลให้คนอื่นยิงเท่านั้น

พื้นที่รับบอลฝั่งขวาเปลี่ยนเป็นโอกาสยิงอย่างไร

ซาลาห์ทำให้กองหลังต้องรับมือทั้งการพาบอลเข้าหาและการวิ่งโดยไม่มีบอล หากถอยรอ เขามีโอกาสขยับเข้าหาเขตโทษ แต่หากเข้าประชิดเร็วเกินไป การเปลี่ยนทิศหรือส่งต่อให้เพื่อนแล้ววิ่งรับคืนก็เปิดทางให้ผ่านไปได้ ความเร็วจะเป็นประโยชน์มากเมื่อสัมผัสบอลแรกและการตัดสินใจทำให้คู่แข่งหันตามไม่ทัน

เกมชนะวัตฟอร์ด 5–0 ที่แอนฟิลด์วันที่ 17 มีนาคม 2018 รวมวิธีจบสกอร์หลายแบบไว้ในวันเดียว ซาลาห์ทำประตูแรกหลังเลี้ยงผ่านมิเกล บริโตส ส่วนประตูที่สองมาจากการเข้าถึงเสาไกลเพื่อรับลูกเปิดของแอนดี โรเบิร์ตสัน ครั้งแรกเขาสร้างช่องด้วยบอลอยู่กับตัว ครั้งที่สองเขาเลือกพื้นที่ปลายทางขณะที่เพื่อนเป็นคนพาบอลมาให้

อีกสองประตูในวันนั้นยิ่งขยายภาพของกองหน้าที่เริ่มจากด้านข้าง ซาลาห์โยกหลบก่อนจิ้มบอลเข้าไปเพื่อครบแฮตทริก แล้วตามซ้ำลูกยิงของแดนนี อิงส์ที่ผู้รักษาประตูป้องกันไว้เป็นลูกที่สี่ การอยู่ในตำแหน่งพร้อมเก็บบอลต่อช่วยให้เขายังมีส่วนกับโอกาส แม้ไม่ได้เป็นคนยิงครั้งแรกของจังหวะนั้น

ที่นั่งสีแดงและสนามหญ้าภายในแอนฟิลด์
แอนฟิลด์ สนามเหย้าของลิเวอร์พูลในภาพยุคปัจจุบัน

พื้นที่แคบก็ไม่ได้ตัดซาลาห์ออกจากเกมเสมอไป วันที่ 30 ธันวาคม 2017 ลิเวอร์พูลตามเลสเตอร์ก่อนกลับมาชนะ 2–1 ประตูตีเสมอเริ่มจากลูกตอกส้นของซาดิโอ มาเน ซาลาห์รับในเขตโทษ ขยับหลบวิลเฟร็ด เอ็นดิดีแล้วยิงผ่านแคสเปอร์ ชไมเคิล เป็นการใช้สัมผัสสั้นเพื่อสร้างมุมยิงมากกว่าการวิ่งยาวไล่บอลหลังแนวรับ

ประตูชัยต่างออกไปอีก เขารับบอลของเจมส์ มิลเนอร์โดยหันหลังให้ประตูบริเวณขอบเขตโทษ ก่อนหมุนผ่านแฮร์รี แม็กไกวร์แล้วยิงเข้าทางเสาใกล้ ความสามารถในการคุมตัวเองขณะถูกประกบทำให้ซาลาห์เป็นเป้ารับบอลในพื้นที่กลางได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องรอให้มีทางวิ่งโล่งก่อนจึงสร้างอันตรายได้

กองหน้าตัวกลางเปิดทางแบบไหน

ฟีร์มีโนช่วยเชื่อมพื้นที่ที่ซาลาห์ต้องการเข้าไป อเล็กซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลนอธิบายไว้ในเดือนมีนาคม 2018 ว่าเพื่อนชาวบราซิลถอยลงมารับบอลระยะสั้นได้ดี และการเคลื่อนแบบนั้นเปิดพื้นที่ให้ซาลาห์กับมาเนวิ่งหลังแนวรับ กองหน้าตัวกลางจึงสามารถสร้างประโยชน์ด้วยการออกจากจุดที่กองหลังคาดว่าจะยืนรอ

เมื่อฟีร์มีโนถอย ฝ่ายรับต้องเลือกว่าจะตามออกไปหรือให้กองกลางเข้ารับต่อ ถ้ากองหลังขยับตาม ช่องด้านหลังอาจเปิดให้คนอื่นวิ่งเข้าไป ถ้าไม่ตาม ฟีร์มีโนอาจรับบอลและหันมาเล่นต่อได้ ผลไม่ได้เกิดขึ้นอัตโนมัติทุกครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของคู่แข่งและจังหวะที่เพื่อนเริ่มเคลื่อน

เกมเยือนเซาแธมป์ตันวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2018 แสดงการทำงานร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา ในประตูที่สอง ซาลาห์ส่งให้ฟีร์มีโนบริเวณนอกเขตโทษแล้ววิ่งต่อ กองหน้าบราซิลสะกิดบอลกลับทันทีผ่านระหว่างขาของตนตามทางวิ่งของเพื่อน ซาลาห์จึงเข้าไปยิงให้ลิเวอร์พูลนำ 2–0 ก่อนพักครึ่งและรักษาสกอร์นั้นจนจบ

ทางเดินและราวเหล็กด้านหน้าสนามเซนต์แมรีส์กับโครงหลังคาสีขาว
ด้านนอกเซนต์แมรีส์ สนามเหย้าของเซาแธมป์ตันในยุคหลัง

คู่นี้ยังสลับหน้าที่กันได้ ประตูแรกที่เซนต์ แมรีส์เป็นซาลาห์หลุดหลังแนวรับก่อนส่งด้านข้างให้ฟีร์มีโนจบสกอร์ ส่วนในเกมถล่มวัตฟอร์ด ซาลาห์เป็นคนเปิดให้ฟีร์มีโนสะกิดเข้าไป การมีดาวยิงที่ทำประตูจำนวนมากจึงไม่ได้หมายความว่าบอลทุกลูกต้องจบที่เท้าของเขา หากเพื่อนอยู่ในตำแหน่งดีกว่า การส่งต่อช่วยให้แนวรุกอันตรายขึ้นทั้งชุด

32ประตูมีขอบเขตสถิติอะไร

ซาลาห์ปีแรก 2018 ลงลีก 36 นัดในฤดูกาล 38 นัด

เลข 38 หมายถึงจำนวนเกมลีกของแต่ละทีมในหนึ่งฤดูกาล ส่วนซาลาห์ลงเล่นจริง 36 นัดและยิง 32 ประตู เขาจึงไม่ได้ต้องลงครบทุกเกมจึงไปถึงยอดดังกล่าว เมื่อรวมฟุตบอลถ้วยและรายการยุโรป ผลงานปีแรกกับลิเวอร์พูลเป็น 44 ประตูจาก 52 นัด ตัวเลขสองชุดตอบคนละคำถามและไม่ควรรวมสลับกัน

ประตูที่ 32 ในพรีเมียร์ลีกเกิดในเกมสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลชนะไบรท์ตัน 4–0 วันที่ 13 พฤษภาคม 2018 ส่งให้ซาลาห์คว้ารางวัลดาวซัลโวลีก และขยับผ่านสถิติ 31 ประตูในฤดูกาลแบบ 38 นัดที่อลัน เชียเรอร์ คริสเตียโน โรนัลโด และหลุยส์ ซัวเรซเคยทำไว้ เป็นจุดหมายที่เกิดจากผลงานตลอดฤดูกาลและมาตัดสินชัดในนัดปิดท้าย

คำว่าปีแรกยังหมายถึงปีแรกกับลิเวอร์พูล ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซาลาห์เล่นในพรีเมียร์ลีก เขาเคยอยู่เชลซีก่อนย้ายไปเล่นในอิตาลีและกลับอังกฤษกับลิเวอร์พูล

การยกสถิติในอดีตต้องระบุช่วงใด

ในเดือนพฤษภาคม 2018 จำนวน 32 ประตูเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีกสำหรับฤดูกาลที่ทีมเล่น 38 นัดจริง แต่ไม่ใช่ยอดสูงสุดที่ยังยืนอยู่ตลอดมา เออร์ลิง ฮาลันด์ยิง 36 ประตูในฤดูกาล 2022/23 และผ่านตัวเลขของซาลาห์ไปแล้ว การบอกว่าสถิติถูกสร้างเมื่อใดจึงรักษาความหมายของความสำเร็จในเวลานั้นได้อย่างแม่นยำ

ส่วนรางวัลดาวซัลโวปี 2017/18 เป็นผลการแข่งขันที่ไม่เปลี่ยนตามสถิติใหม่ในอนาคต ซาลาห์ยังเป็นผู้ยิงมากที่สุดของฤดูกาลนั้น การทำลายสถิติกับการชนะรางวัลประจำฤดูกาลจึงเป็นความสำเร็จที่เกี่ยวข้องกัน แต่มีขอบเขตต่างกัน

สิ่งที่ทำให้ปีแรกของซาลาห์โดดเด่นยังอยู่ในวิธีเข้าถึงประตู เขาจบได้จากการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง การรับลูกเปิด การหมุนหนีตัวประกบ และการเล่นชิ่งกับฟีร์มีโน ความหลากหลายเหล่านี้อธิบายว่าทำไมผู้เล่นที่เริ่มจากฝั่งขวาจึงกลายเป็นตัวจบสกอร์หลัก และทำให้ยอด 32 ประตูมีเรื่องราวของเกมฟุตบอลอยู่เบื้องหลัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO