ซานมาเมสใหม่ สนามที่สร้างทับที่เดิมโดยไม่ย้ายทีม

สนามซาน มาเมส ของแอธเลติก บิลเบา

ซานมาเมสใหม่ คือชื่อที่แฟนบอลบาสก์ใช้เรียกสนามเหย้าปัจจุบันของแอธเลติก บิลเบา สนามแห่งนี้มีจุดที่ต่างจากสนามฟุตบอลใหม่ส่วนใหญ่ในยุโรป นั่นคือมันถูกสร้างทับพื้นที่ของสนามเดิมเป๊ะ ๆ แบ่งงานก่อสร้างออกเป็นสองเฟส จนทีมไม่ต้องอพยพไปเล่นเกมเหย้าที่อื่นแม้แต่นัดเดียวตลอดกระบวนการก่อสร้างทั้งหมด วิธีแก้ปัญหาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่าย ๆ เพราะสโมสรส่วนใหญ่ที่ต้องสร้างสนามใหม่มักต้องหาสนามชั่วคราวไปพลางก่อน

สนามเก่ามีอายุเท่าไรและทำไมต้องเปลี่ยน

สนามซานมาเมสหลังเดิมเปิดใช้งานมาตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 1913 อายุยืนกว่าร้อยปีเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน ความจุของมันอยู่ที่ราว 39,750 ที่นั่ง ซึ่งเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับมาตรฐานสนามระดับลาลีกาในทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา ทั้งในแง่สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่เชิงพาณิชย์ และความปลอดภัยตามกฎของยูฟ่า สนามหลังนี้ได้รับฉายาว่า La Catedral หรือ มหาวิหาร เพราะเป็นสนามที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสเปนและเป็นศูนย์รวมจิตใจของแฟนบอลบิลเบามาหลายชั่วอายุคน เมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ สโมสรเลือกจะไม่ทิ้งที่ดินผืนเดิมไปไหน แต่จะสร้างสนามใหม่ทับลงไปตรงนั้นเลย สนามเก่าปิดใช้งานอย่างเป็นทางการวันที่ 5 มิถุนายน 2013 แล้วเริ่มรื้อถอนทันทีในเวลาต่อมา

การก่อสร้างสองเฟสทำงานอย่างไร

พิธีวางศิลาฤกษ์ของสนามใหม่จัดขึ้นวันที่ 26 พฤษภาคม 2010 นานก่อนที่สนามเก่าจะปิดตัวจริง เพราะแผนงานคือให้สร้างสนามใหม่ขึ้นมาก่อนประมาณสามในสี่ส่วนโดยยังใช้พื้นที่บางส่วนของสนามเก่าควบคู่กันไป เมื่อโครงสร้างส่วนใหญ่พร้อมใช้งานแล้ว ทีมจึงค่อยย้ายมาเล่นในส่วนที่สร้างเสร็จ ก่อนจะรื้อสนามเก่าส่วนที่เหลือทั้งหมดเพื่อสร้างอัฒจันทร์อีกด้านให้ครบวง วิธีการทับซ้อนแบบนี้ทำให้ไม่มีช่วงเวลาใดเลยที่แอธเลติก บิลเบา ต้องไม่มีสนามเหย้าเป็นของตัวเอง ต่างจากสโมสรอื่นที่มักต้องยืมสนามใกล้เคียงเล่นชั่วคราวปีสองปีระหว่างก่อสร้าง ข้อดีคือทีมไม่เสียเปรียบเรื่องความคุ้นเคยกับสนามและไม่ต้องเสียค่าเช่าสนามอื่น แต่ข้อเสียคือกระบวนการก่อสร้างซับซ้อนกว่าปกติมาก เพราะต้องวางแผนให้งานก่อสร้างกับการแข่งขันจริงเกิดขึ้นพร้อมกันได้อย่างปลอดภัย

เปิดใช้สนามใหม่วันไหนและความจุขยับขึ้นเท่าไร

มุมมองจากอุโมงค์นักเตะเข้าสู่สนามซานมาเมส เห็นอัฒจันทร์สีแดงเรียงเป็นวงรีและหลังคาโปร่งแสงทรงกลม
อัฒจันทร์และหลังคาทรงวงรีของสนามซานมาเมสหลังปัจจุบัน มองจากอุโมงค์นักเตะ

สนามใหม่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการวันที่ 16 กันยายน 2013 ซึ่งห่างจากนัดสุดท้ายที่เล่นในสนามเก่าเพียง 102 วันเท่านั้น นัดแรกในสนามใหม่แอธเลติก บิลเบา เอาชนะเซลตา บีโก ไปได้ 3-2 ต่อหน้าผู้ชม 33,000 คน ตอนนั้นสนามยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด กว่าจะเสร็จจริงทุกส่วนต้องรอถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2014 เมื่อสร้างเสร็จเต็มรูปแบบ ซานมาเมสใหม่มีความจุ 53,331 ที่นั่ง มากกว่าสนามเดิมเกือบหนึ่งหมื่นสี่พันที่นั่ง ทำให้กลายเป็นสนามที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของสเปน และเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นบาสก์ทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการเพิ่มความจุไม่ได้แลกมาด้วยการทิ้งที่ตั้งเดิมเลย สโมสรยังคงอยู่ในทำเลใจกลางเมืองบิลเบาเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่อาคารที่ล้อมรอบสนามใหญ่โตและทันสมัยขึ้นมาก

ชื่อเล่นและบรรยากาศถูกส่งต่อมาได้แค่ไหน

สะพานซูบิซูริทรงโค้งสีขาวข้ามแม่น้ำเนร์บิออนในเมืองบิลเบา มีคนเดินข้ามสะพานและอาคารริมน้ำอยู่เบื้องหลัง
สะพานซูบิซูริข้ามแม่น้ำเนร์บิออนในเมืองบิลเบา ไม่ไกลจากที่ตั้งสนามซานมาเมส

แม้โครงสร้างจะเปลี่ยนไปทั้งหมด แต่ฉายา La Catedral ยังถูกใช้เรียกสนามใหม่ต่อเนื่องมาจากสนามเก่า และในภาษาบาสก์ยังมีชื่อเรียกเฉพาะว่า San Mames Barria ซึ่งแปลตรงตัวว่าซานมาเมสหลังใหม่ การที่ทีมไม่ต้องย้ายออกจากทำเลเดิมแม้แต่ก้าวเดียวมีผลทางจิตใจไม่น้อย เพราะแฟนบอลยังเดินเส้นทางเดิมมาสนาม ผ่านสะพานและถนนริมแม่น้ำเนร์บิออนที่ตัดผ่านใจกลางเมืองบิลเบาเหมือนที่เคยทำมาหลายสิบปี ภาพจำของสนามเก่าอย่างอัฒจันทร์สีแดงและบรรยากาศที่แน่นขนัดยังถูกรักษาไว้ในสนามใหม่ เพียงแต่เปลี่ยนจากโครงเหล็กเก่าแก่มาเป็นหลังคาโปร่งแสงทรงวงรีที่ทันสมัยกว่าเดิมมาก ความต่อเนื่องของชื่อเล่นและทำเลที่ตั้งจึงเป็นสิ่งที่ทำให้แฟนบอลรุ่นเก่ายอมรับสนามใหม่ได้เร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้ตอนแรก

สนามนี้ถูกใช้จัดอะไรบ้างนอกจากเกมลีก

ซานมาเมสใหม่เคยถูกเลือกเป็นหนึ่งในสนามเจ้าภาพยูโร 2020 มาก่อน แต่ภายหลังถูกเปลี่ยนไปใช้สนามลาการ์ตูฆาที่เซบียาแทน เนื่องจากข้อจำกัดด้านสถานการณ์โควิดในช่วงนั้น อย่างไรก็ตาม สนามแห่งนี้ยังได้เป็นเจ้าภาพจัดนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหญิงในปี 2024 และนัดชิงชนะเลิศยูฟ่ายูโรปาลีกในปี 2025 ซึ่งท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปได้ 1-0 นอกสนามยังเคยใช้จัดการแข่งขันรักบี้ระดับยุโรปในปี 2018 โดยทำสถิติผู้ชมสูงสุดของทัวร์นาเมนต์นั้นที่ 52,282 คน และยังเป็นเวทีจัดคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกอย่างกันส์แอนด์โรสเซส เมทัลลิกา และมิวส์ การได้จัดงานหลากหลายระดับนี้ตอกย้ำว่าซานมาเมสใหม่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับแค่เกมลีกในประเทศเท่านั้น แต่ถูกออกแบบให้รองรับงานระดับนานาชาติได้ตั้งแต่วันแรกที่วางแผนก่อสร้าง การที่สโมสรขนาดกลางอย่างแอธเลติก บิลเบา สามารถสร้างสนามที่มีมาตรฐานระดับนี้ได้โดยไม่ต้องทิ้งที่ตั้งเดิมเลย จึงกลายเป็นกรณีศึกษาที่สโมสรฟุตบอลอื่นในยุโรปมักหยิบมาอ้างอิงเมื่อต้องวางแผนปรับปรุงสนามเหย้าของตัวเองในอนาคต โดยเฉพาะสโมสรที่มีที่ดินจำกัดอยู่กลางเมืองเหมือนกันและไม่อยากเสียฐานแฟนบอลดั้งเดิมที่ผูกพันกับทำเลเดิมมานาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO