ทัพแดนนาฬิกา สวิตเซอร์แลนด์ พับสนามบุกเกือบทั้งเกมและจวนเจาะจะคว้า 3 แต้มอยู่แล้ว แต่สุดท้ายโดนทีเด็ดนาทีบาปของ กาตาร์ ไล่ตามตีเสมอแบบช็อกตาค้าง 1-1 ทำให้กาตาร์ประเดิมคว้าแต้มแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จ
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม
กาตาร์ (4-3-3): มาห์มูด อาบูนาดา (GK) , เปโดร มิเกล, ลูคัส เมนเดส, บูอาเล็ม คูคี, โฮมัม เอลอามิน , ยาสเซม กาเบียร์ (คาริม บูเดียฟ น.60), มอสตาฟา อัล-อาวี่ (อาเหม็ด ฟาธี่ น.60), อับดุลลาห์ อัล-มาราฟี่ (อาซีม มาดิโบ / โมฮาเหม็ด มานไน น.79) , เอ็ดมิลสัน จูเนียร์ (ฮัสซัน อัล-ไฮดอส น.88), อัคราม อาฟิฟ, ยูเซฟ อับดูริซัก (อาเหม็ด อะลาแอลดิน น.60)
สวิตเซอร์แลนด์ (4-2-3-1): เกรกอร์ โคเบล (GK) , มานูเอล อคานจี, นิโก เอลเวดี, ริคาร์โด โรดริเกซ (มิโร มูไฮม์ น.89), มิเชล แอบิสเชอร์ (ฟาเบียน รีเดอร์ น.65) , กรานิต ชาก้า, เรโม ฟรอยเลอร์ (อาร์ดอน ยาชารี น.89), เดนิส ซากาเรีย , รูเบน วาร์กัส (เซกิ อัมดูนี น.79), ดาน เอ็นดอย (โยฮัน มันซัมบี น.65), บรีล เอ็มโบโล
แต้มแรกที่รอคอย! กาตาร์ จารึกประวัติศาสตร์ไล่บดเสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 ศึกเวิลด์คัพ 2026
นาทีที่ 3 (กาตาร์พลาดโอกาสทอง!): มานูเอล อคานจี กองหลังสวิสเล่นพลาดปล่อยบอลลอดขาตัวเอง เปิดทางให้ เอ็ดมิลสัน จูเนียร์ หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัว แต่ดันยิงไปติดเซฟเท้าของ เกรกอร์ โคเบล อย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 6 (สวิสสวนกลับอันตราย): มิเชล แอบิสเชอร์ แทงบอลทะลุช่องให้ ดาน เอ็นดอย ได้กดด้วยขวาเน้นๆ ในกรอบเขตโทษ แต่ มาห์มูด อาบูนาดา นายทวารกาตาร์ยังซูเปอร์เซฟปัดทิ้งออกไปได้
นาทีที่ 10 (หมูหกตัวโต): ริคาร์โด โรดริเกซ เติมเกมขึ้นมาทางซ้ายก่อนเปิดเรียดเข้าจุดโทษ ดาน เอ็นดอย วิ่งสอดเข้ามาแปโล่งๆ แต่ออกอาการซัดโด่งข้ามคานไปเฉย ทั้งที่ประตูเปิดกว้างแล้ว
นาทีที่ 14-17 ( GOAL!! สวิตเซอร์แลนด์นำ 1-0 จากจุดโทษ): เดนิส ซากาเรีย ตักบอลให้ บรีล เอ็มโบโล โหม่งชงต่อ เรโม ฟรอยเลอร์ สปีดเข้าหาบอลแต่โดน มาห์มูด อาบูนาดา ผู้รักษาประตูกาตาร์พุ่งออกมาลุยรวบล้มลง ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที แถมแจกใบเหลืองให้อาบูนาดาด้วย หลังเช็ก VAR เรื่องล้ำหน้าอยู่นาน บรีล เอ็มโบโล รับหน้าที่สังหารแปเล่นทางเสียบมุมซ้ายล่างอย่างเยือกเย็น สวิสนำก่อน 1-0!
นาทีที่ 21-23 (สวิสยังบุกแหลก/ใบเหลืองกาตาร์): ซากาเรีย จ่ายบอลให้ เอ็มโบโล คืนสั้นกลับมาให้ซากาเรียหลุดเข้าไปยิงกึ่งซุกขาอาบูนาดา แต่โดนเซฟไว้ได้ จากนั้นนาที 23 แจสเซม กาเบียร์ กองหลังกาตาร์ไปเจตนาดึง รูเบน วาร์กัส รับใบเหลืองไปตามระเบียบ
นาทีที่ 45+5 (เคลียร์จากเส้นประตู!): เอ็มโบโล โฉบตัดหน้าอาบูนาดาที่หลุดตำแหน่งออกไป ก่อนจ่ายย้อนให้ แอบิสเชอร์ ยิงโล่งๆ เข้าหาประตูที่ว่างเปล่า ทว่า อายูบ อัล-อาวี่ กองหลังกาตาร์ตามมาเตะสกัดทิ้งจากเส้นประตูได้หวุดหวิด!
จบครึ่งแรก: สวิตเซอร์แลนด์นำอยู่ 1-0 ด้วยค่า xG (โอกาสเกิดประตู) ที่สูงถึง 2.17 ต่อ 0.45 ของกาตาร์ แต่อาบูนาดาเซฟไปคนเดียวถึง 5 ครั้งช่วยให้ทีมตามหลังแค่ลูกเดียว
นาทีที่ 60 (กาตาร์แก้เกมรวดเดียว 3 คน): จูเลน โลเปเตกี กุนซือกาตาร์ตัดสินใจเปลี่ยนตัวรวดเดียว ส่ง คาริม บูเดียฟ, อาเหม็ด ฟาธี่ และ อาเหม็ด อะลาแอลดิน ลงสนามเพื่อล้างไพ่เกมแดนกลางและแดนหน้า
นาทีที่ 65 (สวิสปรับทัพบดต่อ): มูรัต ยาคิน กุนซือสวิสส่ง ฟาเบียน รีเดอร์ และ โยฮัน มันซัมบี ลงมาแทน แอบิสเชอร์ และ เอ็นดอย ที่เริ่มโรยแรง
นาทีที่ 76 (เอ็มโบโลฝังไม่สำเร็จ): มันซัมบี จ่ายตัดหลังแบ็กให้ เอ็มโบโล หลุดเข้าไปพยายามสะกิดบอลลอดขาอาบูนาดา บอลผ่านตัวผู้รักษาประตูไปได้แล้วแต่ดันกลิ้งหลุดเสาซ้ายมือออกไปนิดเดียว สวิสพลาดโอกาสฝังลูกสองอีกครั้ง (ทำให้สวิสมีสถิติต้นทุนยิงรวม 22 ครั้ง สูงสุดในบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966)
นาทีที่ 81 (เกือบได้ลูกสอง): มันซัมบี ลากตัดเข้าในก่อนส่องไกลระยะเผาขน บอลฮุกลงเกือบเสียบมุมล่างซ้ายแต่เฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียวจริงๆ
นาทีที่ 90+4 ( GOOOOOAL!! กาตาร์ตีเสมอ 1-1 ช็อกโลก!): ในที่สุดสวิตเซอร์แลนด์ก็โดนลงโทษจากการทิ้งขว้างโอกาส! กาตาร์ได้บุกขึงทางกราบซ้าย โฮมัม เอลอามิน (Ahmed) มีเวลาเหลือเฟือในการตั้งป้อมครอสบอลโด่งลึกไปที่เสาสอง และเป็นกัปตันทีมจอมเก๋าอย่าง บูอาเล็ม คูคี ที่สลัดตัวประกบเทกตัวขึ้นโขกเหนือกองหลังสวิส ส่งบอลพุ่งแสกหน้าเบียดใต้คานเสาสามเหลี่ยมขวาบนเข้าไปอย่างสะใจ กาตาร์ไล่เจ๊า 1-1 ทันที!
นาทีที่ 90+8 (จบเกมการแข่งขัน): ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลา กาตาร์ ยันเสมอ สวิตเซอร์แลนด์ ไปแบบสุดดราม่า 1-1 ทำลายสถิติคว้าแต้มแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของประเทศได้สำเร็จครับ!
ฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีม
กาตาร์: ครึ่งแรกเป็นรองทุกประตู โดนสปีดบอลและเกมรุกของสวิสกดจนโงหัวไม่ขึ้น แต่ต้องชมความหนึบของ มาห์มูด อาบูนาดา ที่ช่วยเซฟอุตลุดจนทีมยังอยู่ในเกม ครึ่งหลังเล่นด้วยความอดทนและอาศัยหัวใจนักสู้จนมาได้ส้มหล่นจากจังหวะครอสเข้าหัวกัปตันทีม คูคี ขโมยแต้มประวัติศาสตร์มาได้สำเร็จ
สวิตเซอร์แลนด์: เล่นได้สมราคาและเหนือกว่าชัดเจน (สร้างสถิติตะบันยิงถึง 22 ครั้ง) แดนกลางควบคุมจังหวะเกมได้หมด แต่จุดบกพร่องร้ายแรงในวันนี้คือ ความเฉียบขาด กองหน้าทิ้งโอกาสทองระดับฝังเกมนับครั้งไม่ถ้วน จนสุดท้ายความประมาทก็นำมาซึ่งการโดนลงโทษนาทีบาป
เกมถัดไปของทั้งสองทีม
กาตาร์: ลงสนามนัดที่สองพบกับเจ้าภาพร่วมอย่าง แคนาดา ในวันที่ 18 มิถุนายน 2026
แคนาดา (เจ้าภาพร่วม): นัดแรกเกือบพังคาบ้านแต่ได้ ไคล์ ลาริน ซูเปอร์ซับโขกตีเสมอ บอสเนียฯ มาได้ เกมนี้พวกเขาได้กลับมาเล่นในถิ่นแวนคูเวอร์ ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มอีกครั้ง แท็กติกของ เจสซี มาร์ช คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสั่งให้ อัลฟอนโซ เดวีส์ และ อลิสแตร์ จอห์นสตัน ขับเคลื่อนเกมรุกเต็มสูบเพื่อเช็กบิล 3 แต้มแรกให้ได้
กาตาร์: หลังจากโกงความตายแบ่งแต้มจากสวิสมาได้ด้วยหัวใจนักสู้และลูกโขกของกัปตัน บูอาเล็ม คูคี นัดนี้ จูเลน โลเปเตกี น่าจะยังยึดแผน “รถบัสทนทาน” ตั้งรับลึกในแดนตัวเองเหมือนเดิม แล้วฝากความหวังในการสวนกลับเร็วไว้ที่ทีเด็ดอย่าง อัคราม อาฟิฟ และ เอ็ดมิลสัน จูเนียร์ เพื่อบุกมาตัดแต้มเจ้าภาพ
สวิตเซอร์แลนด์: จะต้องเดินทางไปทำศึกหนักกับ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา: โชว์ความเคี่ยวและวินัยเกมรับสไตล์ยุโรปตะวันออกได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดแรก แถมลูกตั้งเตะยังอันตรายสุด ๆ จากการทำประตูของ โยโว ลูคิช นัดนี้พวกเขาต้องเดินทางข้ามแดนมาเล่นที่ลอสแอนเจลิส สภาพร่างกายอาจจะมีล้าบ้าง แต่แดนกลางที่นำโดย เอร์เมดิน เดมิโรวิช พร้อมวิ่งบดขยี้แผงกลางสวิสแน่นอน
สวิตเซอร์แลนด์: นัดแรกน่าเขกกะโหลกตัวเองที่สุดเพราะครองบอลถึง 82% ยิงไป 22 ครั้งแต่ทำหลุดมือไป 2 แต้ม นัดนี้กุนซือ มูรัต ยาคิน ต้องติวเข้มแนวรุกอย่าง บรีล เอ็มโบโล และ ดาน เอ็นดอย ให้เฉียบคมกว่าเดิม คาดว่า กรานิต ชาก้า กัปตันทีมจอมเก๋าจะยังคงเป็นหัวใจหลักในการคุมจังหวะเกมรุกและรับเพื่อกู้หน้าพาทัพแดนนาฬิกาเก็บชัยชนะให้ได้
สรุปการแข่งขัน
สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของ บรีล เอ็มโบโล ในนาทีที่ 17 หลังจากนั้นพับสนามบุกและสร้างโอกาสพังประตูที่สองหลายต่อหลายครั้งแต่ติดบล็อกและซูเปอร์เซฟของกาตาร์ สุดท้ายนาทีที่ 90+4 กาตาร์ทำช็อกแฟนบอลสวิสจากจังหวะเปิดบอลของ โฮมัม เอลอามิน ให้ บูอาเล็ม คูคี โขกเต็มหัวตีเสมอ 1-1 แบ่งแต้มกันไปแบบล็อกถล่ม

