กฎคืนหลัง1992 เปลี่ยนทางเลือกของผู้รักษาประตูด้วยข้อจำกัดสำคัญข้อเดียว เมื่อเพื่อนร่วมทีมจงใจเตะบอลให้ ผู้รักษาประตูห้ามใช้มือสัมผัสบอลนั้น เขายังรับและส่งบอลด้วยเท้าได้ แต่ไม่สามารถหยิบขึ้นมาถือเพื่อหยุดแรงกดดันของคู่แข่งตามความเคยชินเดิม หากฝ่าฝืน ฝ่ายตรงข้ามจะได้ฟรีคิกอ้อม การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดในปีเดียวกับที่พรีเมียร์ลีกเริ่มแข่งขัน และส่งผลต่อทั้งคนรับบอลกับกองหลังที่เป็นผู้จ่าย
สิ่งที่เปลี่ยนในกติกาปี1992
กฎคืนหลัง1992 กับบอลที่เพื่อนจงใจเตะให้
ไอแฟบอนุมัติการแก้กติกาที่นิวพอร์ต ประเทศเวลส์ ในการประชุมวันที่30พฤษภาคม1992 ข้อความใหม่ห้ามผู้รักษาประตูใช้มือกับบอลที่ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันจงใจเตะมาหา จุดสำคัญจึงอยู่ที่การเตะโดยเจตนาส่งให้ผู้รักษาประตู ไม่ใช่การเห็นบอลเคลื่อนกลับไปทางประตูของตัวเองเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างสมมติที่ตรงไปตรงมาคือกองหลังครองบอลแล้วใช้เท้าส่งให้ผู้รักษาประตูในเขตโทษ หากนายทวารเตะต่อ เกมสามารถดำเนินไปได้ตามปกติ แต่หากใช้มือรับ การกระทำนั้นเข้าข้อห้าม การจ่ายของกองหลังยังไม่ทำให้ต้องหยุดเกมทันที ความผิดเกิดเมื่อผู้รักษาประตูใช้มือกับบอลที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว
ข้อเสนอที่นำเข้าประชุมเคยจำกัดกรณีการส่งจากนอกเขตโทษ แต่ข้อความที่ได้รับอนุมัติจริงตัดเงื่อนไขตำแหน่งนั้นออก ดังนั้นกองหลังที่ยืนอยู่ในเขตโทษของตัวเองก็ไม่สามารถจงใจเตะบอลให้นายทวารหยิบขึ้นมาได้ การขยับเข้ามาใกล้ประตูไม่ได้ทำให้ข้อห้ามหายไป
ก่อนใช้กฎนี้ มีการทดลองในการแข่งขันชิงแชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน17ปีที่อิตาลีเมื่อ1991 รายงานต่อที่ประชุมระบุว่าการทดลองช่วยต่อต้านการถ่วงเวลา ความเปลี่ยนแปลงปี1992จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามให้บอลอยู่ในการเล่นต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ากดดันได้ แทนที่จะจบการไล่บอลทุกครั้งด้วยการที่ผู้รักษาประตูอุ้มบอลไว้
ทำไมจึงเป็นฟรีคิกอ้อม
ตำแหน่งทำผิดกับการเริ่มเล่นใหม่
บทลงโทษของข้อห้ามนี้ถูกกำหนดเป็นฟรีคิกอ้อมให้ฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่จุดโทษโดยอัตโนมัติเพียงเพราะผู้รักษาประตูใช้มือในเขตโทษของตนเอง บอลต้องถูกผู้เล่นอีกคนสัมผัสก่อนเข้าประตูจึงจะนับเป็นประตูได้ ผู้เตะจึงมักต้องร่วมมือกับเพื่อนเพื่อสร้างจังหวะยิง
ตามกติกาปี1992 จุดเริ่มเล่นอยู่ตรงที่เกิดความผิด แต่มีข้อยกเว้นสำหรับฟรีคิกอ้อมที่ฝ่ายรุกได้ภายในเขตประตู ต้องเลื่อนบอลออกมาวางบนเส้นเขตประตูด้านที่ขนานกับเส้นประตู ณ จุดใกล้ตำแหน่งทำผิดที่สุด เขตประตูคือกรอบเล็กหน้าประตู ซึ่งต่างจากเขตโทษที่มีพื้นที่กว้างกว่า
สมมติผู้รักษาประตูหยิบบอลคืนหลังใกล้เสาประตูมาก ฝ่ายรุกจึงไม่ได้วางบอลชิดเสาตามจุดที่มือจับ แต่ต้องใช้ตำแหน่งบนเส้นกรอบเล็กตามข้อยกเว้นนี้ ส่วนความผิดที่อยู่นอกกรอบเล็กแต่ยังอยู่ในเขตโทษ ใช้ตำแหน่งที่เกิดเหตุเป็นจุดเริ่มเล่น

ผู้รักษาประตูยังช่วยต่อบอลอย่างไร
จ่ายต่อหรือเตะพ้นการกดดัน
การห้ามใช้มือไม่ได้ห้ามผู้รักษาประตูเป็นทางเลือกในการส่งบอล หากเพื่อนถูกบีบอยู่ริมเส้น นายทวารยังช่วยรับบอลแล้วเปลี่ยนด้านให้ทีมได้ สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือภาระการจัดท่าทางและเลือกจังหวะเล่น เมื่อบอลเดินทางมาถึง เขาต้องควบคุมด้วยเท้าหรือเตะต่อโดยไม่พึ่งการจับบอลเพื่อพักเกม
ลองพิจารณาสถานการณ์สมมติสามแบบ หากกองหน้าคู่แข่งยังอยู่ไกล ผู้รักษาประตูอาจแตะบอลเพื่อปรับมุมแล้วส่งให้กองหลังอีกฝั่ง หากคู่แข่งวิ่งเข้ามาเร็ว การเตะจังหวะแรกอาจช่วยลดเวลาที่บอลอยู่ใกล้ผู้ไล่ ส่วนกรณีที่ช่องส่งสั้นถูกปิด การเตะยาวออกจากพื้นที่อันตรายเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
แต่ละทางเลือกมีผลแลกเปลี่ยน การส่งสั้นเปิดโอกาสให้ทีมครองบอลต่อ แต่ต้องมีเพื่อนพร้อมรับและช่องทางที่ปลอดภัย การเตะยาวพาบอลห่างจากประตูได้เร็ว แต่ทีมอาจต้องไปแย่งการครองบอลใหม่ข้างหน้า กฎจึงสร้างโจทย์ให้เลือกตามแรงกดดัน ไม่ได้บังคับให้ผู้รักษาประตูทุกคนต้องต่อบอลสั้นทุกครั้ง
เอกสารพัฒนาผู้รักษาประตูของยูฟ่าอธิบายย้อนหลังว่า ผู้รักษาประตูจำนวนมากปรับตัวด้วยการเตะบอลออกไปให้ไกลก่อน ขณะที่โค้ชบางส่วนเริ่มนำตำแหน่งนี้เข้าไปมีบทบาทในแผนการครองบอล การเปลี่ยนข้อกติกาจึงเกิดขึ้นก่อน ส่วนวิธีฝึกและความชำนาญในการเล่นกับเพื่อนค่อยพัฒนาตามมาในเวลาต่อไป
กองหลังต้องคิดก่อนจ่ายกลับ
แรงกดดันต่อจังหวะแรก
ในสถานการณ์สมมติที่กองหลังถูกไล่ การส่งคืนผู้รักษาประตูยังช่วยออกจากพื้นที่แคบได้ แต่ผู้จ่ายต้องดูว่ากองหน้าคู่แข่งกำลังวิ่งปิดทางใด บอลที่เบาเกินไปอาจทำให้นายทวารต้องออกมาถึงก่อนผู้ไล่ ส่วนบอลที่แรงหรือกระเด้งมากอาจทำให้การควบคุมจังหวะแรกยากขึ้น แม้การส่งทั้งสองแบบจะยังอยู่ภายใต้ข้อกติกาเดียวกัน
ผู้รักษาประตูเองต้องมองหาทางเล่นต่อก่อนรับบอล การรู้ว่าเพื่อนอีกฝั่งว่างอยู่ช่วยให้เตรียมส่งออกได้เร็วกว่าเริ่มมองหลังบอลมาถึงแล้ว ขณะเดียวกัน กองหลังที่เพิ่งส่งคืนก็อาจต้องขยับออกจากแนวการไล่เพื่อเปิดทางรับบอลกลับ การต่อบอลจึงเป็นงานร่วมกันของผู้เล่นหลายคน

ตัวอย่างตั้งแต่วันเปิดพรีเมียร์ลีกคือไซมอน เทรซีย์ของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ซึ่งเตะบอลคืนหลังออกไปในเกมพบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แกรี พัลลิสเตอร์โหม่งออกข้าง ก่อนเชฟฟิลด์ได้ทุ่มและนำไปสู่ประตูของไบรอัน ดีน การเตะของผู้รักษาประตูจึงเป็นจุดเริ่มของการพาบอลขึ้นหน้าในเหตุการณ์นี้ แม้กติกาไม่ได้บังคับให้เขาต้องเลือกเตะยาวเสมอไป
การเริ่มพรีเมียร์ลีกกับการใช้กฎคืนหลังอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ข้อกติกานี้เป็นการเปลี่ยนระดับสากลจากไอแฟบ ไม่ใช่เงื่อนไขเฉพาะของลีกอังกฤษ ผู้รักษาประตูในฤดูกาลเปิดตัวจึงต้องทำหน้าที่เดิมคือป้องกันประตู พร้อมรับโจทย์ใหม่เมื่อทีมครองบอลอยู่ การตัดสินใจว่าจะส่งต่อ เตะออก หรือเก็บบอลไว้กับเท้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

