มาดริด100แต้ม คือผลงานที่เรอัลมาดริดทำได้ในลาลีกาฤดูกาล 2011/12 ภายใต้การคุมทีมของโชเซ มูรินโญ พร้อมด้วยตัวเลขประตูรวมในลีกที่สูงถึง 121 ลูก ตัวเลขทั้งสองด้านนี้สะท้อนทีมที่เล่นเกมรุกดุดันเป็นพิเศษ แต่รากฐานที่แท้จริงของฤดูกาลนี้เริ่มจากการปรับเกมรับให้แน่นขึ้นก่อน แล้วจึงแปลงเป็นเกมรุกที่ทำให้คู่แข่งไล่ตามไม่ทัน
แย่งบอลแล้วโจมตีพื้นที่
มูรินโญ่วางระบบให้ทีมกดดันคู่แข่งเป็นทีมและแย่งบอลคืนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อได้บอลคืนมาในพื้นที่สูง ทีมจะเปลี่ยนจังหวะเป็นเกมรุกทันทีโดยไม่รอจัดระเบียบนาน แนวทางนี้ทำให้คู่แข่งที่เพิ่งเสียบอลไม่มีเวลาตั้งรับให้ครบ และเปิดพื้นที่ว่างด้านหลังแนวรับให้กองหน้าตัวเร็วของมาดริดวิ่งเข้าทำประตูได้ง่ายขึ้น
โอซิลเชื่อมแนวรุก
เมซุต โอซิลทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างแดนกลางกับแนวรุก เขามักรับบอลในพื้นที่ครึ่งพื้นที่ระหว่างกองกลางคู่แข่งกับแนวรับ แล้วจ่ายบอลทะลุช่องให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งเข้าไปรับในจังหวะที่แนวรับฝ่ายตรงข้ามยังไม่ทันตั้งตัว การเล่นในลักษณะนี้ช่วยให้เกมรุกของมาดริดไม่ได้พึ่งพาแค่ความเร็วของกองหน้าอย่างเดียว แต่มีความคิดสร้างสรรค์แทรกอยู่ในทุกจังหวะการเปลี่ยนเกมด้วย
จุดที่ทำให้ระบบนี้ได้ผลจริงคือความสม่ำเสมอของนักเตะแต่ละตำแหน่ง กองกลางตัวรับทำหน้าที่ปิดพื้นที่ด้านหลังให้แน่นก่อนส่งบอลขึ้นเกมรุกอย่างรวดเร็ว ขณะที่แบ็คทั้งสองข้างก็ทับเส้นขึ้นมาช่วยงานรุกได้เต็มที่เพราะมั่นใจว่าแผงกลางจะคุมพื้นที่ตรงกลางสนามไว้ได้ การประสานงานตั้งแต่แนวรับจนถึงแนวรุกเช่นนี้ทำให้ทีมสามารถเปลี่ยนจากตั้งรับเป็นบุกได้ภายในไม่กี่วินาที ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทีมของมูรินโญ่ในฤดูกาลนั้นใช้เป็นอาวุธหลักตลอดทั้งปี
ประตูจากหลายตำแหน่ง

ทีมปิดฤดูกาลด้วยจำนวนประตูรวมในลีก 121 ลูก ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีทีมในลาลีกาทำได้ในเวลานั้น คริสเตียโน โรนัลโดเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีกด้วยผลงาน 46 ประตู และยังทำประตูรวมทุกรายการของฤดูกาลนั้นได้มากที่สุดในทีมด้วย แต่ตัวเลขรวมระดับร้อยกว่าลูกจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีผู้เล่นตำแหน่งอื่นช่วยยิงประตูด้วย เพราะกองหน้าและปีกคนอื่นในทีมต่างทยอยทำประตูสมทบตลอดทั้งฤดูกาล ทำให้คู่แข่งไม่สามารถโฟกัสประกบผู้เล่นเพียงคนเดียวเพื่อสกัดเกมรุกของมาดริดได้
โรนัลโดกับคู่กองหน้า
การมีโรนัลโดเป็นศูนย์กลางเกมรุกไม่ได้ทำให้มาดริดเล่นทางเดียว เพราะกองหน้าที่ยืนตำแหน่งกลางกรอบเขตโทษก็ทำหน้าที่ดึงแนวรับคู่แข่งให้แยกตัว เปิดพื้นที่ให้โรนัลโดสามารถตัดเข้าจากปีกซ้ายมายิงประตูได้ถนัดขึ้น ผลลัพธ์คือประตูของทีมกระจายมาจากหลายรูปแบบการเล่น ทั้งบอลเติมเร็วจากแดนกลาง บอลสวนกลับหลังแย่งบอลคืน และจังหวะจบสกอร์เดี่ยวของโรนัลโดเอง ความหลากหลายนี้เองที่ทำให้ทีมรักษาอัตราการทำประตูสูงได้ตลอดฤดูกาลโดยไม่ต้องพึ่งพารูปแบบเดียวซ้ำๆ
ในหลายนัดที่โรนัลโดไม่ได้ทำประตู ทีมยังหาทางเจาะแนวรับคู่แข่งได้จากผู้เล่นตำแหน่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นกองหน้าที่ยืนตัวกลางหรือปีกอีกฝั่งที่สลับตำแหน่งเข้ามาทำประตูเป็นครั้งคราว ความสามารถในการทำประตูจากหลายจุดเช่นนี้ทำให้แผนการเล่นของทีมคู่แข่งวางแผนรับมือได้ยากขึ้นมาก เพราะต่อให้ปิดโรนัลโดได้สำเร็จในบางนัด ทีมมาดริดก็ยังมีทางเลือกอื่นในการทำประตูอยู่เสมอ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัวเลข 121 ประตูไม่ได้มาจากผู้เล่นคนเดียว แต่มาจากระบบทั้งทีมที่ทำงานร่วมกัน
แชมป์ที่ซานมาเมส

เรอัลมาดริดการันตีแชมป์ลาลีกาได้สำเร็จในวันที่ 2 พฤษภาคม 2012 ด้วยการบุกไปเอาชนะแอธเลติก บิลเบาถึงถิ่นด้วยสกอร์ 3-0 ผลการแข่งขันนัดนี้ปิดฉากการรอคอยแชมป์ลีกของสโมสรที่ยาวนานถึงสี่ปี และทำให้แฟนบอลมาดริดจำนวนมากเดินทางไปร่วมเฉลิมฉลองถึงเมืองบิลเบาด้วย
แตะหลักร้อยหลังคว้าถ้วย
สิ่งที่น่าสนใจคือทีมยังเหลือการแข่งขันอีกสองนัดหลังจากวันที่การันตีแชมป์ได้แล้ว การไล่เก็บแต้มในสองนัดสุดท้ายนั้นเองที่ทำให้ตัวเลขแต้มรวมทั้งฤดูกาลขยับขึ้นไปแตะระดับ 100 คะแนนพอดี กลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ลาลีกาที่ทำแต้มถึงหลักร้อยในฤดูกาลเดียว ลำดับเหตุการณ์แบบนี้ทำให้ฤดูกาลนี้มีจุดเด่นสองจุดแยกจากกันชัดเจน คือวันที่คว้าแชมป์ได้จริงที่บิลเบา กับวันที่ตัวเลขสถิติแต้มรวมกลายเป็นที่จดจำในภายหลัง
ความสำเร็จของฤดูกาล 2011/12 จึงไม่ได้ถูกวัดแค่จากถ้วยแชมป์ใบเดียว แต่รวมถึงสถิติที่ทีมทำไว้ทั้งจำนวนแต้มและจำนวนประตู ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทีมอื่นในลีกต้องไล่ตามในฤดูกาลต่อๆ มา แนวทางการเล่นที่ผสมเกมรับหนักแน่นเข้ากับเกมรุกที่เฉียบคมของมูรินโญ่ในฤดูกาลนั้นจึงยังถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในทีมที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดทีมหนึ่งในประวัติศาสตร์ลาลีกา แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม
สำหรับแฟนบอลที่ติดตามลาลีกาในยุคหลัง ฤดูกาล 2011/12 ยังเป็นจุดอ้างอิงที่ดีเวลาพูดถึงทีมที่ทำประตูได้มากเป็นพิเศษในหนึ่งฤดูกาล เพราะการจะแตะระดับร้อยแต้มพร้อมกับทำประตูเกินร้อยยี่สิบลูกในเวลาเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ต้องอาศัยทั้งความสม่ำเสมอตลอดฤดูกาล ความแข็งแกร่งของนักเตะหลักที่แทบไม่บาดเจ็บยาว และแผนการเล่นที่ทุกคนในทีมเข้าใจบทบาทของตัวเองอย่างชัดเจน ปัจจัยเหล่านี้ประกอบกันจนกลายเป็นฤดูกาลที่ทั้งถ้วยแชมป์และสถิติตัวเลขมาบรรจบกันอย่างลงตัว

