ซานซีโร 1990 การต่อเติมชั้นสามและหลังคาที่เปลี่ยนสนามร่วมของสองทีมมิลาน

สนาม San Siro ของมิลาน

ซานซีโร 1990 คือช่วงเวลาที่สนามเหย้าร่วมของเอซี มิลานและอินเตอร์ มิลานผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ด้วยการต่อเติมอัฒจันทร์ชั้นสามและติดตั้งหลังคาใหม่ทั้งสนาม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 1990 ซึ่งเปลี่ยนหน้าตาของสนามแห่งนี้ไปอย่างที่แฟนบอลรุ่นก่อนแทบจำไม่ได้ และกลายเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมสนามฟุตบอลที่หลายประเทศนำไปศึกษาต่อ

ซานซีโร 1990 เหตุใดฟุตบอลโลกทำให้ต้องปรับสนาม

อิตาลีได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 1990 และซานซีโรถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในสนามหลักของทัวร์นาเมนต์ นำไปสู่โครงการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่ดำเนินการต่อเนื่องระหว่างปี 1987 ถึง 1990 ด้วยงบประมาณราว 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการลงทุนก้อนใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งสำหรับสนามฟุตบอลแห่งเดียวในอิตาลีช่วงเวลานั้น

เหตุผลสำคัญที่ต้องปรับปรุงไม่ใช่แค่เรื่องมาตรฐานการแข่งขันระดับโลกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเพิ่มความจุและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทันสมัยขึ้น เพราะสนามเดิมแม้จะมีขนาดใหญ่อยู่แล้วแต่โครงสร้างหลายส่วนเริ่มล้าสมัยเมื่อเทียบกับมาตรฐานสนามระดับโลกในช่วงปลายทศวรรษ 1980

เมืองมิลานในฐานะเจ้าภาพร่วมของฟุตบอลโลกครั้งนี้ยังต้องแข่งกับเวลาให้ทันกำหนดการแข่งขัน เพราะนอกจากซานซีโรแล้วยังมีอีกหลายสนามทั่วประเทศที่ต้องปรับปรุงพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้การประสานงานระหว่างสโมสร หน่วยงานเมือง และผู้รับเหมาก่อสร้างต้องทำงานแข่งกับเวลาอย่างเข้มข้นตลอดสามปีที่ผ่านมา

โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้างต่อเนื่องยาวนานถึงสามปีเต็ม ขณะที่ทั้งเอซี มิลานและอินเตอร์ มิลานยังคงต้องใช้สนามแข่งขันในเซเรีย อาไปพร้อมกับงานก่อสร้างที่ดำเนินอยู่รอบตัวสนาม นับเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบต่อโปรแกรมการแข่งขันของทั้งสองสโมสร

อัฒจันทร์ชั้นสามเพิ่มพื้นที่ตรงไหน

ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของการปรับปรุงคือการสร้างอัฒจันทร์ชั้นสามเพิ่มเติม โดยสร้างเฉพาะสามด้านจากทั้งหมดสี่ด้านของสนาม คือสองฝั่งโค้งด้านหลังประตูทั้งสองข้าง และอัฒจันทร์ฝั่งตะวันตก ไม่ได้สร้างครบทั้งสี่ด้านเนื่องจากข้อจำกัดของโครงสร้างเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว

ผนังคอนกรีตและโครงหลังคาสีแดงด้านนอกของสนามซานซีโรในมิลาน
โครงหลังคาสีแดงและผนังคอนกรีตของซานซีโร

เพื่อรองรับอัฒจันทร์ชั้นสามที่เพิ่มขึ้นมา ทีมออกแบบใช้หอคอยคอนกรีตทั้งหมด 11 ต้นตั้งอยู่รอบตัวสนาม แต่ละต้นมีทางลาดวนเป็นเกลียวอยู่ภายในเพื่อให้ผู้ชมเดินขึ้นไปยังอัฒจันทร์ชั้นบนได้โดยไม่ต้องเบียดกันในบันไดแคบ ๆ แบบสนามเก่าทั่วไป หอคอยเหล่านี้กลายเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของซานซีโรมาจนถึงทุกวันนี้

การเลือกสร้างอัฒจันทร์ชั้นสามเพียงสามด้านแทนที่จะเป็นสี่ด้านยังทำให้รูปทรงของสนามมีความไม่สมมาตรที่กลายเป็นจุดสังเกตเฉพาะตัว ต่างจากสนามฟุตบอลส่วนใหญ่ที่มักออกแบบให้สมมาตรครบทุกด้าน ซึ่งเป็นผลมาจากข้อจำกัดทางโครงสร้างของอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกเดิมที่ไม่สามารถรับน้ำหนักชั้นเพิ่มเติมได้เท่ากับอีกสามด้าน

ความไม่สมมาตรที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจนี้ในภายหลังกลับกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้ซานซีโรแตกต่างจากสนามฟุตบอลอื่นทั่วโลก แฟนบอลที่เดินทางมาเยือนสนามแห่งนี้เป็นครั้งแรกมักสังเกตเห็นความแตกต่างของแต่ละฝั่งอัฒจันทร์ได้ทันที ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากข้อจำกัดทางวิศวกรรมที่ทีมออกแบบต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในตอนนั้น

หลังคากับเส้นทางเข้าสนาม

นอกจากอัฒจันทร์ชั้นสามแล้ว โครงการปรับปรุงยังรวมถึงการติดตั้งหลังคาใหม่ทั้งสนาม รองรับด้วยหอคอยมุมสี่ต้นที่แยกจากหอคอยทางลาดวนทั้ง 11 ต้น หลังคาใหม่นี้มีลักษณะเด่นเป็นคานสีแดงยื่นออกมาจากตัวอาคาร ทำให้ซานซีโรมีเอกลักษณ์ทางสายตาที่จดจำได้ง่ายกว่าสนามฟุตบอลทั่วไปในยุคเดียวกัน

ทางเดินวนและโครงหลังคาสีแดงของสนามซานซีโรในมิลาน
ทางเดินวนใต้โครงหลังคาสีแดงของซานซีโร

เส้นทางเข้าสนามก็ได้รับการออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับหอคอยทางลาดวนที่เพิ่มเข้ามา ผู้ชมสามารถกระจายตัวเข้าสู่อัฒจันทร์คนละชั้นผ่านทางลาดที่แยกจากกันอย่างชัดเจน ช่วยลดความแออัดในวันแข่งขันที่มีผู้ชมจำนวนมากเข้าสนามพร้อมกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่สนามเก่าหลายแห่งในยุคนั้นยังแก้ไม่ได้

หอคอยมุมทั้งสี่ต้นที่รองรับหลังคายังถูกออกแบบให้แยกโครงสร้างออกจากอัฒจันทร์เดิมโดยสิ้นเชิง เพื่อไม่ให้น้ำหนักของหลังคาไปกดทับโครงสร้างเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง วิธีการก่อสร้างเช่นนี้ถือเป็นแนวทางที่ล้ำสมัยมากสำหรับงานวิศวกรรมโยธาในช่วงปลายทศวรรษ 1980

สนามที่เปิดใหม่กลับสู่ฟุตบอลลีกอย่างไร

ซานซีโรกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งหลังปรับปรุงเสร็จสิ้นในวันที่ 25 เมษายน 1990 ด้วยความจุทางประวัติศาสตร์ที่ระบุไว้ที่ 85,700 ที่นั่ง ก่อนที่จะรองรับการแข่งขันฟุตบอลโลกในช่วงกลางปีเดียวกัน สนามแห่งนี้ยังคงเป็นบ้านร่วมของทั้งเอซี มิลานและอินเตอร์ มิลานมาตั้งแต่ปี 1947 เมื่ออินเตอร์ย้ายมาจากสนามอารีนา ชีวิกาในตัวเมือง

การปรับปรุงครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนหน้าตาของซานซีโรให้ทันสมัยขึ้นเพื่อรองรับฟุตบอลโลกเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทั้งสองสโมสรใช้เป็นบ้านแข่งขันในเซเรีย อาต่อเนื่องมาอีกหลายทศวรรษ หอคอยทางลาดวนและหลังคาคานแดงที่เพิ่มเข้ามาในปี 1990 จึงไม่ใช่แค่งานก่อสร้างเพื่อทัวร์นาเมนต์ระดับโลกเพียงครั้งเดียว แต่กลายเป็นภาพจำถาวรของสนามแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับแฟนบอลทั้งสองสโมสรที่ต้องแบ่งปันสนามเดียวกันมาหลายทศวรรษ การปรับปรุงในปี 1990 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอลโลกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยกระดับบ้านร่วมของทั้งสองทีมให้กลายเป็นหนึ่งในสนามที่มีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของวงการฟุตบอลโลกมาจนถึงทุกวันนี้

แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษหลังฟุตบอลโลก 1990 หอคอยทางลาดวนทั้ง 11 ต้นและหลังคาคานแดงที่ติดตั้งในโครงการปรับปรุงครั้งนั้นก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างซานซีโรมาจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นภาพจำที่ทำให้คนทั่วโลกจดจำสนามแห่งนี้ได้ทันทีที่เห็น แม้จะไม่เคยเดินทางมาเยือนเมืองมิลานด้วยตัวเองก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO