อินเตอร์ 1989 คือฤดูกาลที่ทีมของโจวานนี ตราปัตโตนีสร้างผลงานโดดเด่นที่สุดฤดูกาลหนึ่งในยุคที่เซเรีย อายังใช้ระบบชนะได้ 2 แต้ม ไม่ใช่ 3 แต้มแบบปัจจุบัน การเก็บคะแนนได้มากถึง 58 คะแนนจึงเป็นตัวเลขที่มีความหมายมากกว่าที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียวจะบอกได้ และมาจากองค์ประกอบหลายส่วนทั้งระบบทีม ผู้เล่น และช่วงเวลาที่ปิดดีลแชมป์ได้เร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้
อินเตอร์ 1989 ระบบสองแต้มทำให้ 58 คะแนนมีความหมายอย่างไร
ฤดูกาล 1988-89 อินเตอร์ลงเล่นทั้งหมด 34 นัด ชนะไปถึง 26 นัด เสมอ 6 แพ้เพียง 2 นัด รวมเป็น 58 คะแนนภายใต้ระบบชนะได้ 2 แต้มที่ใช้กันในยุคนั้น อัตราการชนะ 26 จาก 34 นัดถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับลีกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นของเกมรับอย่างเซเรีย อา และทำให้อินเตอร์ทิ้งห่างนาโปลีที่รั้งอันดับสองซึ่งทำได้ 47 คะแนนถึง 11 คะแนนเต็ม ๆ
ช่องว่าง 11 คะแนนระหว่างอันดับหนึ่งกับอันดับสองในฤดูกาลนั้นถือว่ากว้างมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานทั่วไปของเซเรีย อาที่มักมีการแข่งขันสูสีกันตลอดฤดูกาล ตัวเลขนี้สะท้อนว่าทีมของตราปัตโตนีไม่ได้แค่ชนะบ่อยเท่านั้น แต่ยังรักษาความสม่ำเสมอได้ตลอดทั้งฤดูกาลอย่างที่ทีมอื่นไม่สามารถตามทันได้
หากเทียบสัดส่วนคะแนนที่ทำได้กับคะแนนเต็มของทั้งฤดูกาลภายใต้ระบบสองแต้ม อินเตอร์เก็บคะแนนไปได้เกือบสองในสามของคะแนนเต็มทั้งหมด ซึ่งเป็นอัตราความสำเร็จที่หาได้ยากมากในเซเรีย อายุคนั้นที่แต่ละทีมมักมีผลงานผันผวนไปมาตลอดฤดูกาลอันยาวนาน
มัทเธอุสกับผู้เล่นรอบตัว
โลธาร์ มัทเธอุสย้ายมาร่วมอินเตอร์ในปี 1988 พร้อมกับอันเดรอาส เบรเมเพื่อนร่วมทีมเก่าจากบาเยิร์น มิวนิก ทั้งคู่กลายเป็นส่วนสำคัญของทีมทันทีในฤดูกาลแรก มัทเธอุสเล่นอยู่ในระบบกองกลางสามคนของตราปัตโตนี โดยทำหน้าที่เป็นกองกลางตัวลึกที่คอยจ่ายบอลและขึ้นเกมรุกจากฝั่งซ้ายของแดนกลางด้วย

นอกจากมัทเธอุสและเบรเมแล้ว จูเซปเป แบร์กอมิยังเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญของทีมชุดนี้ ผสมผสานกับผู้รักษาประตูอย่างวัลเตร์ เซงกาที่คอยรักษาความมั่นคงในเกมรับ การผสมผสานระหว่างผู้เล่นเยอรมันที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่กับผู้เล่นอิตาลีที่คุ้นเคยกับระบบของตราปัตโตนีอยู่แล้วทำให้ทีมปรับตัวเข้าหากันได้เร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้
การที่ผู้เล่นต่างชาติอย่างมัทเธอุสและเบรเมสามารถเข้ากับทีมได้ทันทีตั้งแต่ฤดูกาลแรกยังเป็นเครื่องยืนยันว่าตราปัตโตนีมีระบบทีมที่ชัดเจนอยู่แล้วก่อนที่ทั้งคู่จะย้ายเข้ามา ทำให้ผู้เล่นใหม่ไม่ต้องปรับตัวมากนักและสามารถแสดงฝีเท้าออกมาได้เต็มที่ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล
การรับและเปลี่ยนจังหวะเกมรุก
ตราปัตโตนีคุมอินเตอร์มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 1986 จนถึงเดือนมิถุนายน 1991 ฤดูกาล 1988-89 จึงเป็นช่วงที่เขาทำงานกับทีมมาแล้วสองปีเต็ม มีเวลาเพียงพอในการปรับระบบทีมให้ลงตัว การรับส่งบอลของทีมในฤดูกาลนี้เน้นความมั่นคงจากแนวรับก่อน แล้วจึงอาศัยกองกลางอย่างมัทเธอุสเป็นจุดเปลี่ยนจังหวะเกมรุกเมื่อได้บอลกลับมา

แนวทางนี้ต่างจากทีมที่เน้นเกมรุกดุดันตั้งแต่นาทีแรกของเกม เพราะอินเตอร์ในฤดูกาลนี้เลือกสร้างความได้เปรียบผ่านความอดทนและความแม่นยำในจังหวะที่เหมาะสมมากกว่า ซึ่งสอดคล้องกับสถิติแพ้เพียง 2 นัดตลอดทั้งฤดูกาลที่ยืนยันว่าทีมมีความมั่นคงสูงมากในทุกสถานการณ์ของเกม
การที่ตราปัตโตนีมีเวลาทำงานกับทีมมาแล้วสองฤดูกาลก่อนหน้าฤดูกาลแชมป์นี้ ทำให้ผู้เล่นในทีมเข้าใจบทบาทของตัวเองอย่างลึกซึ้ง ไม่ต้องเสียเวลาปรับระบบใหม่ทั้งหมดเหมือนโค้ชที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมในฤดูกาลแรก นี่คือข้อได้เปรียบสำคัญที่ทีมอื่นในเซเรีย อาไม่มี
ชัยชนะเหนือนาโปลีปิดการแข่งขันอย่างไร
วันที่ 28 พฤษภาคม 1989 อินเตอร์เอาชนะนาโปลี 2 ต่อ 1 ที่สนามซานซีโร การันตีแชมป์เซเรีย อาสมัยที่ 13 ของสโมสรได้สำเร็จ โดยเหลือการแข่งขันอีกถึง 4 นัดก่อนจบฤดูกาล ในนัดนั้นการ์เรก้ายิงนำนาโปลีขึ้นก่อนในนาทีที่ 36 ก่อนที่ฟูซีจะทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 49 และมัทเธอุสยิงฟรีคิกปิดสกอร์ให้อินเตอร์ในนาทีที่ 83
การปิดดีลแชมป์ได้ตั้งแต่ยังเหลือการแข่งขันอีก 4 นัดสะท้อนความเหนือชั้นของทีมตลอดทั้งฤดูกาล ไม่ใช่ทีมที่ต้องลุ้นถึงนัดสุดท้ายเหมือนหลายฤดูกาลก่อนหน้า ฟรีคิกของมัทเธอุสในนัดนี้จึงกลายเป็นภาพจำสำคัญของฤดูกาล 1988-89 และเป็นสัญลักษณ์ของทีมอินเตอร์ชุดที่แข็งแกร่งที่สุดชุดหนึ่งในยุคนั้น
การเอาชนะนาโปลีซึ่งเป็นทีมอันดับสองในนัดที่การันตีแชมป์ยังเพิ่มความหมายให้กับชัยชนะครั้งนี้มากขึ้นไปอีก เพราะไม่ใช่แค่การเก็บสามคะแนนธรรมดา แต่เป็นการปิดฉากการลุ้นแชมป์ทั้งฤดูกาลด้วยชัยชนะเหนือคู่แข่งที่สูสีที่สุดในตารางคะแนนต่อหน้าแฟนบอลตัวเองที่ซานซีโร
แชมป์สมัยที่ 13 ของอินเตอร์ในฤดูกาลนี้ยังถือเป็นการปิดท้ายทศวรรษ 1980 ได้อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับสโมสร หลังจากที่ต้องรอคอยแชมป์ลีกมาระยะหนึ่ง ทีมชุดนี้ที่ผสมผสานผู้เล่นเยอรมันกับผู้เล่นอิตาลีเข้าด้วยกันจึงกลายเป็นหนึ่งในทีมที่แฟนบอลอินเตอร์จดจำได้แม่นยำที่สุดทีมหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร

