ลีลล์2001 ฮาลิลฮอดซิชพาทีมเลื่อนชั้นไปถึงยุโรปอย่างไร

อัฒจันทร์และสนามหญ้าของสนามปีแยร์โมรัวในภาพยามค่ำคืน

ลีลล์2001 คือจุดสิ้นสุดของการเดินทางที่เริ่มต้นจากดิวิชันสองของฝรั่งเศส เพราะภายในเวลาเพียงหนึ่งฤดูกาลหลังเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุด แอลโอเอสซี ลีลล์ ก็จบอันดับ 3 ของดิวิชัน 1 และคว้าสิทธิ์ไปเล่นแชมเปียนส์ลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ภายใต้การคุมทีมของวาฮิด ฮาลิลฮอดซิช

เริ่มจากดิวิชันสอง

ความเข้มงวดที่เปลี่ยนชีวิตประจำวัน

วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช เข้ามาคุมทีมลีลล์ตั้งแต่เดือนตุลาคม 1998 ในช่วงที่สโมสรกำลังดิ้นรนอยู่ในดิวิชันสอง ก่อนหน้านั้นเขาเป็นที่รู้จักในฝรั่งเศสอยู่แล้วจากช่วงค้าแข้งกับเอฟซี น็องต์ ระหว่างปี 1981-1986 ที่ทำได้ถึง 93 ประตูจาก 163 นัดในลีก คว้าแชมป์ดิวิชัน 1 ฤดูกาล 1982/83 ร่วมกับสโมสร และเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีกทั้งในปี 1983 และ 1985 เมื่อผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม เขาขึ้นชื่อเรื่องแนวทางที่เข้มงวดและเรียกร้องสูงจากนักเตะ ซึ่งบางครั้งนำไปสู่ความตึงเครียดกับผู้เล่นในทีม แต่ก็มาพร้อมผลงานที่จับต้องได้เสมอ ที่ลีลล์ ทีมภายใต้การคุมทีมของเขาครองความเหนือกว่าคู่แข่งในลีกรองด้วยแนวรับที่หนักแน่น และจบฤดูกาล 1999/2000 ด้วยการคว้าแชมป์ดิวิชันสอง ทิ้งห่างรองแชมป์ถึง 16 คะแนน ก่อนจะเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสอีกครั้ง ผลงานเช่นนี้ทำให้ฮาลิลฮอดซิชได้รับการยกย่องในภายหลังว่าเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ทำให้สโมสรก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างเต็มรูปแบบ การจบอันดับหนึ่งของดิวิชันสองด้วยคะแนนทิ้งห่างขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนถึงมาตรฐานการทำงานที่วางรากฐานไว้ตั้งแต่ก่อนเลื่อนชั้น ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สโมสรจะได้เห็นผลลัพธ์เต็มรูปแบบในฤดูกาลถัดมาบนเวทีลีกสูงสุด

หน้าใหม่ที่สู้ทีมใหญ่ได้

งานป้องกันของทั้งทีม

สนามหญ้าและอัฒจันทร์ของสนามปีแยร์โมรัวมองจากอัฒจันทร์ฝั่งบน
สนามหญ้าของปีแยร์โมรัว สนามเหย้าปัจจุบันของลีลล์

ฤดูกาล 2000/01 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่ลีลล์กลับมาเล่นในดิวิชัน 1 ทีมจบด้วยสถิติชนะ 16 เสมอ 11 แพ้ 7 จากทั้งหมด 34 นัด ยิงได้ 43 ประตู เสียไป 27 ประตู รวม 59 คะแนน ตัวเลขนี้ทำให้ลีลล์จบอันดับ 3 ของตาราง ซึ่งเป็นผลงานที่เหนือความคาดหมายสำหรับทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาในฤดูกาลก่อนหน้า ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากเกมรุกที่โดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะจำนวนประตูที่ทำได้ 43 ลูกไม่ได้สูงเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับทีมอันดับต้นของตาราง แต่มาจากความมั่นคงของทั้งทีมที่ทำให้เสียประตูเพียง 27 ลูกตลอดฤดูกาล ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีเมื่อเทียบกับทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเผชิญกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่าในทุกสัปดาห์ จำนวนเกมเสมอที่มากถึง 11 นัดจาก 34 นัดยังบอกอีกด้านหนึ่งของเรื่องราว นั่นคือทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นทีมนี้ไม่ค่อยยอมแพ้ง่าย ๆ แม้จะเจอกับทีมที่เหนือกว่าในหลายนัด และมักจะเก็บแต้มกลับมาได้แม้ในเกมที่ไม่ได้เป็นฝ่ายได้เปรียบตลอดทั้งนัด การรักษาความสม่ำเสมอเช่นนี้ตลอดทั้งฤดูกาลคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลีลล์ไม่หลุดจากกลุ่มทีมอันดับต้นของตารางเลยตลอดฤดูกาลแรกที่กลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด

ผลงานลีลล์ ฤดูกาล 2000/01 ดิวิชัน 1 (34 นัด)
ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย คะแนน อันดับ
16 11 7 43 27 59 3

จากอยู่รอดสู่สิทธิ์ยุโรป

อันดับสามเปลี่ยนภารกิจ

อัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกของสนามปีแยร์โมรัวพร้อมผู้ชมบางส่วน
อัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกของสนามปีแยร์โมรัว บ้านของแอลโอเอสซี ลีลล์ในปัจจุบัน

ตามกติกาของฤดูกาล 2000/01 มีเพียงทีมแชมป์ของดิวิชัน 1 เท่านั้นที่ได้สิทธิ์เข้ารอบแบ่งกลุ่มแชมเปียนส์ลีกโดยตรง ส่วนทีมอันดับ 2 และ 3 จะได้สิทธิ์เข้าเล่นในรอบคัดเลือกรอบที่ 3 ของรายการเดียวกันแทน ซึ่งหมายความว่าทีมเหล่านี้ต้องผ่านด่านคัดเลือกเพิ่มเติมก่อนจะได้สิทธิ์ลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่มจริง ไม่ได้การันตีที่นั่งในรอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติเหมือนทีมแชมป์ การจบอันดับ 3 ของลีลล์จึงเพียงพอให้ทีมได้สิทธิ์ลงเล่นในเวทีระดับทวีปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ต่อยอดจากฤดูกาลก่อนหน้าที่เพิ่งไต่จากดิวิชันสองขึ้นมา ภารกิจของทีมจึงเปลี่ยนจากการพยายามยืนหยัดอยู่ในลีกสูงสุดให้ได้ ไปสู่การเตรียมทีมให้พร้อมสำหรับเวทีที่ใหญ่กว่าเดิม ซึ่งเป็นโจทย์ใหม่ที่สโมสรไม่เคยต้องเผชิญมาก่อนในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา สำหรับสโมสรที่เพิ่งเลื่อนชั้นจากดิวิชันสองได้เพียงปีเดียว การต้องปรับตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขันระดับทวีปในทันทีถือเป็นความท้าทายที่แตกต่างไปจากการแข่งขันในประเทศโดยสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของมาตรฐานคู่แข่งและตารางการแข่งขันที่แน่นขึ้นกว่าเดิมมาก เส้นทางจากดิวิชันสองสู่แชมเปียนส์ลีกภายในเวลาเพียงสองฤดูกาลจึงกลายเป็นหนึ่งในบทที่ถูกเล่าขานถึงบ่อยที่สุดเมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของแอลโอเอสซี ลีลล์ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชื่อของฮาลิลฮอดซิชผูกติดอยู่กับความสำเร็จของสโมสรแห่งนี้อย่างถาวร แม้ว่าในเวลาต่อมาเขาจะย้ายไปทำงานกับสโมสรอื่นก็ตาม การได้เล่นแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2001/02 หลังจากเพิ่งเลื่อนชั้นได้เพียงฤดูกาลเดียว ถือเป็นก้าวกระโดดที่รวดเร็วอย่างมากเมื่อเทียบกับเส้นทางของสโมสรฟุตบอลฝรั่งเศสส่วนใหญ่ที่มักต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ และเป็นเครื่องยืนยันว่าการวางรากฐานตั้งแต่ช่วงดิวิชันสองภายใต้ฮาลิลฮอดซิชได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนในเวลาไม่นานนัก ฮาลิลฮอดซิชเองยังคุมทีมลีลล์ต่อไปอีกระยะหนึ่งหลังจากฤดูกาลนี้ ก่อนจะย้ายไปคุมทีมปารีส แซ็ง-แฌร์แม็ง ในเดือนมิถุนายน 2003 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าผลงานที่เขาทำไว้กับลีลล์ได้รับการยอมรับในระดับที่สโมสรใหญ่ของฝรั่งเศสให้ความสนใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO