ทำไม Serie A เคยเสียโควตาแชมเปียนส์ลีก และได้กลับคืนมาได้อย่างไร

สนาม Stadio Olimpico ของกรุงโรม

เซเรีย อา (Serie A) เคยเสียที่นั่งที่สี่ในศึกแชมเปียนส์ลีกไปช่วงต้นทศวรรษ 2010 เพราะระบบค่าสัมประสิทธิ์ของยูฟ่าที่นับผลงานสโมสรในถ้วยยุโรปย้อนหลังห้าฤดูกาล ตัวเลขนี้ไม่ได้ผูกกับทีมแชมป์เพียงทีมเดียว แต่รวมผลงานของทุกสโมสรในประเทศที่ได้ลงเล่นถ้วยยุโรปในช่วงเวลานั้น เมื่ออิตาลีตกอันดับ จำนวนโควตาก็ลดลงตามไปด้วย ก่อนจะค่อย ๆ ไต่กลับมาได้ในปีต่อมา และวันนี้ระบบก็เปลี่ยนไปอีกครั้งจนซับซ้อนกว่าเดิม แฟนบอลไทยที่ตามลีกอิตาลีมักสงสัยว่าทำไมบางปีอิตาลีมีทีมเข้าแชมเปียนส์ลีกสี่ทีม บางปีมีห้าทีม คำตอบทั้งหมดซ่อนอยู่ในกลไกที่ไม่ค่อยมีใครอธิบายอย่างละเอียดนี้เอง

ค่าสัมประสิทธิ์ของยูฟ่าคำนวณจากอะไร

หลักการพื้นฐานของค่าสัมประสิทธิ์ยูฟ่าคือการให้คะแนนสโมสรทีละนัดในถ้วยยุโรป ชนะได้สองคะแนน เสมอได้หนึ่งคะแนน และในรอบคัดเลือกคะแนนจะถูกหารครึ่ง นอกจากนี้ยังมีคะแนนโบนัสให้ตามรอบที่ทีมผ่านเข้าไปได้ ยิ่งเข้ารอบลึกเท่าไรก็ยิ่งได้คะแนนสะสมมากขึ้นเท่านั้น เมื่อรวมคะแนนของทุกสโมสรจากประเทศเดียวกันในฤดูกาลนั้นแล้ว ตัวเลขจะถูกหารด้วยจำนวนสโมสรที่ประเทศนั้นส่งลงแข่งในฤดูกาลนั้นเอง เพื่อไม่ให้ประเทศที่มีโควตาเยอะได้เปรียบเพียงเพราะมีจำนวนทีมมากกว่า จากนั้นค่าเฉลี่ยของแต่ละฤดูกาลจะถูกนำมาบวกรวมกันย้อนหลังห้าปี กลายเป็นอันดับประเทศที่ยูฟ่าใช้ตัดสินว่าใครจะได้โควตาถ้วยยุโรปกี่ที่ในฤดูกาลถัดไป ระบบนี้จึงเหมือนคะแนนสะสมระยะยาวมากกว่าการวัดผลงานของฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่งเพียงลำพัง เพราะฤดูกาลที่ทำผลงานได้ดีปีหนึ่งอาจไม่ช่วยอะไรมากถ้าอีกสี่ปีที่เหลือสโมสรในประเทศตกรอบเร็วต่อเนื่อง

จอภาพขนาดใหญ่และอัฒจันทร์ที่นั่งสีน้ำเงินภายในสตาดิโอ โอลิมปิโก
จอภาพและอัฒจันทร์ที่นั่งสีน้ำเงินภายในสตาดิโอ โอลิมปิโก กรุงโรม หนึ่งในสนามฟุตบอลของอิตาลี

อิตาลีเสียโควตาตั้งแต่เมื่อไหร่

จนถึงฤดูกาล 2011 ถึง 2012 อิตาลียังอยู่ในสามอันดับแรกของตารางค่าสัมประสิทธิ์ประเทศ ซึ่งหมายความว่าเซเรีย อาได้โควตาแชมเปียนส์ลีกสามที่เข้ารอบแบ่งกลุ่มโดยตรง บวกอีกหนึ่งที่ผ่านรอบเพลย์ออฟ แต่หลังจากผลงานสโมสรอิตาลีในถ้วยยุโรปย้อนหลังห้าปีตกลงต่อเนื่อง อันดับของประเทศก็หล่นไปอยู่อันดับที่สี่ นั่นทำให้เซเรีย อาเหลือโควตาแชมเปียนส์ลีกเพียงสองที่เข้ารอบแบ่งกลุ่มโดยตรง กับอีกหนึ่งที่ในรอบเพลย์ออฟ เท่ากับเสียที่นั่งไปหนึ่งที่จากระบบเดิม การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ไม่ได้เกิดในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลสะสมของหลายฤดูกาลที่สโมสรอิตาลีตกรอบเร็วกว่าที่คาด ขณะเดียวกันเยอรมนีกลับไต่อันดับขึ้นมาแทนที่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เพราะสโมสรบุนเดสลีกาทำผลงานในถ้วยยุโรปได้ดีต่อเนื่องหลายฤดูกาลติดกัน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่าอันดับประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครแย่ลงเพียงฝ่ายเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าคู่แข่งในตารางไต่ขึ้นเร็วแค่ไหนด้วย

ทำไมผลงานในยูโรปาลีกถึงสำคัญด้วย

จุดที่หลายคนมองข้ามคือค่าสัมประสิทธิ์ไม่ได้นับเฉพาะผลงานในแชมเปียนส์ลีก แต่รวมคะแนนจากทุกรายการถ้วยยุโรปที่สโมสรของประเทศนั้นลงเล่น ไม่ว่าจะเป็นทีมแชมป์ที่เล่นแชมเปียนส์ลีกหรือทีมอันดับกลางตารางที่ได้โควตาไปเล่นยูโรปาลีก หากทีมเหล่านั้นตกรอบแรกเร็วโดยไม่เก็บคะแนนเลย ตัวเลขเฉลี่ยของทั้งประเทศก็จะถูกฉุดลงไปด้วย เพราะสูตรคำนวณหารด้วยจำนวนทีมทั้งหมดที่ลงแข่ง ไม่ใช่หารเฉพาะทีมที่ทำผลงานดี นี่คือเหตุผลที่ผลงานของสโมสรระดับกลางตารางในยูโรปาลีกมีน้ำหนักไม่น้อยไปกว่าผลงานของทีมแชมป์ในแชมเปียนส์ลีกเลย เมื่อทีมเหล่านี้เก็บแต้มได้มากขึ้น อันดับรวมของประเทศก็ขยับดีขึ้นตามไปด้วย พูดง่าย ๆ คือทีมอันดับที่ห้าหรือหกของเซเรีย อาที่ได้ไปเล่นยูโรปาลีกในบางฤดูกาล มีส่วนกำหนดว่าปีถัดไปเซเรีย อาจะได้โควตาแชมเปียนส์ลีกกี่ที่ไม่น้อยไปกว่าทีมแชมป์เลย

อิตาลีได้โควตากลับมาเมื่อไหร่

การนำโควตาที่สี่กลับมาไม่ได้เกิดจากอันดับค่าสัมประสิทธิ์ของอิตาลีเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการที่ยูฟ่าปรับกติกาการจัดสรรที่นั่งใหม่ทั้งระบบ โดยประกาศว่าตั้งแต่ฤดูกาล 2018 ถึง 2019 เป็นต้นไป สี่ประเทศอันดับสูงสุดของตารางค่าสัมประสิทธิ์จะได้รับโควตาแชมเปียนส์ลีกสี่ที่เท่ากันทุกประเทศ จากเดิมที่กติกาเก่าเปิดโควตาสี่ที่ให้เฉพาะสามอันดับแรกเท่านั้น เมื่อกติกาใหม่มีผลบังคับใช้ เซเรีย อาซึ่งอยู่ในอันดับที่สี่พอดีก็ได้รับที่นั่งที่สี่กลับคืนมาโดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องไต่อันดับขึ้นไปแทนที่ประเทศอื่นเลยด้วยซ้ำ สื่อกีฬาบางสำนักถึงกับเปรียบว่าเป็นเหมือนถูกลอตเตอรี เพราะอิตาลีไม่ได้ต้องพิสูจน์ผลงานเพิ่มเติมใด ๆ เลยในการทวงที่นั่งคืนมา เพียงแค่กติกาการนับที่นั่งเปลี่ยนไปเท่านั้น

อัฒจันทร์และสนามหญ้าของสตาดิโอ ลุยจิ แฟร์ราริส ระหว่างการแข่งขันนัดหนึ่ง
อัฒจันทร์และสนามหญ้าของสตาดิโอ ลุยจิ แฟร์ราริสในเมืองเจนัว หนึ่งในสนามฟุตบอลของอิตาลี

ทุกวันนี้ระบบโควตาเปลี่ยนไปอย่างไร

รูปแบบการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกที่ขยายเป็น 36 ทีมได้เปิดช่องทางใหม่ที่เรียกว่าที่นั่งเพิ่มจากผลงาน ซึ่งมอบโควตาพิเศษให้สองประเทศที่ทำผลงานรวมในถ้วยยุโรปฤดูกาลก่อนหน้าได้ดีที่สุด นอกเหนือจากอันดับค่าสัมประสิทธิ์ปกติ อิตาลีเคยได้รับที่นั่งพิเศษนี้มาแล้ว หลังจากโรมาและอตาลันตาผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรปาลีก ส่วนฟิออเรนติน่าเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่าคอนเฟอเรนซ์ลีกในฤดูกาลเดียวกัน ผลงานสะสมของสามสโมสรนี้ทำให้เซเรีย อาได้โควตาแชมเปียนส์ลีกเพิ่มเป็นห้าทีมในฤดูกาลถัดมา ระบบใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าค่าสัมประสิทธิ์ยังคงเป็นกลไกหลัก แต่ผลงานในรายการรองอย่างยูโรปาลีกและคอนเฟอเรนซ์ลีกก็มีผลโดยตรงต่อจำนวนโควตาของทั้งประเทศไม่แพ้กัน กลไกนี้ยังเปิดโอกาสให้จำนวนทีมเซเรีย อาในแชมเปียนส์ลีกเพิ่มขึ้นได้ถึงหกทีมในบางฤดูกาล หากทีมที่เข้ารอบลึกในยูโรปาลีกอย่างโรมาหรืออตาลันตาคว้าแชมป์รายการนั้นได้ทั้งที่จบอันดับนอกโซนแชมเปียนส์ลีกในลีกภายในประเทศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO