เรอัลมาดริดแชมป์ 2022 คือความสำเร็จที่เกิดขึ้นในฤดูกาลที่ทีมเพิ่งเสียผู้เล่นหลักออกจากทีมไปหลายคนติดต่อกัน แต่กลับกลายเป็นทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ทั้งในประเทศและยุโรปพร้อมกันในปีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือทีมที่แทบทุกอย่างถูกจัดวางให้หมุนรอบกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้งได้ผลจริงและมีความเสี่ยงแฝงอยู่ในตัวมันเองไปพร้อมกัน
ทีมเริ่มฤดูกาลด้วยขุมกำลังแบบไหน
ก่อนเริ่มฤดูกาล 2021-22 เรอัลมาดริดเสียผู้เล่นหลักออกจากทีมไปพร้อมกันหลายตำแหน่งสำคัญ เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมที่อยู่กับสโมสรมานานถึง 16 ปี ย้ายไปปารีส แซงต์แชร์แมงแบบไม่มีค่าตัว ราฟาเอล วารานย้ายไปแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และมาร์ติน โอเดการ์ดก็ย้ายไปอาร์เซนอลแบบถาวรหลังไปเล่นยืมตัวที่นั่นในฤดูกาลก่อนหน้า การเสียกองหลังตัวหลักสองคนพร้อมกันถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่เล็กเลยสำหรับทีมที่หวังแชมป์ ทีมเสริมเข้ามาด้วยดาบิด อาลาบาที่ย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวจากบาเยิร์น มิวนิก เอดัวร์โด กามาบิงกาจากแรนส์ และกาเร็ธ เบลที่กลับมาร่วมทีมอีกครั้งหลังไปเล่นยืมตัวที่ทอตแนม ฮอตสเปอร์ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น เมื่อมองจากภายนอก ทีมที่เพิ่งเสียกัปตันทีมและกองหลังตัวหลักไปพร้อมกันสองคนในซัมเมอร์เดียว ไม่ควรถูกมองว่าเป็นตัวเต็งแชมป์ลีกอันดับต้น ๆ ของฤดูกาลนั้น เพราะทีมคู่แข่งอย่างบาร์เซโลนาก็อยู่ระหว่างสร้างทีมใหม่ภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่เช่นกัน สถานการณ์แบบนี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่าฤดูกาลนี้น่าจะเป็นปีที่ทั้งสองทีมยักษ์ใหญ่ต้องใช้เวลาปรับตัวมากกว่าจะลุ้นแชมป์กันแบบสูสีตั้งแต่ต้นฤดูกาล
อันเชล็อตติวางโครงสร้างทีมอย่างไร

การ์โล อันเชล็อตติกลับมาคุมทีมเรอัลมาดริดอีกครั้งในฤดูกาลนี้ พร้อมกับผู้เล่นชุดที่มีวัยเฉลี่ยของกองหลังสูงขึ้นหลังการจากไปของรามอสกับวาราน โจทย์ของเขาคือทำให้ทีมยังคงแข็งแกร่งได้แม้จะขาดผู้เล่นระดับตัวหลักในตำแหน่งเหล่านั้นไป แนวทางที่ทีมใช้คือให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างเกมรับกับเกมรุกมากกว่าจะเน้นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งสุดโต่ง โดยให้กองกลางอย่างโครส โมดริช และคาเซมิโรทำหน้าที่ควบคุมจังหวะเกมและป้องกันไม่ให้แนวรับที่เพิ่งปรับโครงสร้างใหม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เปิดหน้ากันบ่อยเกินไป ผลลัพธ์ที่ได้คือทีมที่ไม่ได้ครองบอลเหนือกว่าคู่แข่งทุกนัด แต่สามารถรอจังหวะและใช้ประสิทธิภาพในเกมรุกเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขันได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งฤดูกาล
เบนเซมามีส่วนกับประตูของทีมมากแค่ไหน
การิม เบนเซมา คว้ารางวัลปิชิชิเป็นครั้งแรกในอาชีพด้วยผลงาน 27 ประตูจากการลงเล่น 32 นัดในลาลีกาฤดูกาลนี้ ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยเกือบหนึ่งประตูต่อนัดตลอดทั้งฤดูกาล นอกจากนี้เขายังเป็นดาวซัลโวของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลเดียวกันด้วย 15 ประตู ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้เรอัลมาดริดคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้อีกครั้ง ผลงานตลอดทั้งฤดูกาลทำให้เขาได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในเดือนตุลาคม 2022 อย่างสมเหตุสมผล ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดว่าทีมพึ่งพาเขาในฐานะศูนย์กลางของเกมรุกมากเพียงใด ทั้งในลีกและถ้วยยุโรป เขาไม่ได้เป็นแค่คนยิงประตูสุดท้าย แต่ยังเป็นจุดเชื่อมเกมที่ทำให้ผู้เล่นรอบข้างเล่นได้ง่ายขึ้นในหลายสถานการณ์
ทีมปิดแชมป์เมื่อไรและเหลืออีกกี่นัด

เรอัลมาดริดจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งแชมป์ลาลีกาสมัยที่ 35 ของสโมสรด้วยคะแนนรวม 86 คะแนน นำห่างบาร์เซโลนาที่จบอันดับสองด้วย 73 คะแนนถึง 13 คะแนนเต็ม ที่น่าสนใจคือทีมสามารถการันตีแชมป์ได้ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2022 หลังเอาชนะเอสปันญอลไปได้ถึง 4-0 ซึ่งเป็นช่วงที่ยังเหลือการแข่งขันอีกถึง 4 นัดในตารางฤดูกาลปกติ ระยะห่างจากอันดับสองที่มากถึง 13 คะแนนบอกได้ชัดว่านี่ไม่ใช่การลุ้นแชมป์ที่สูสีจนถึงนัดสุดท้ายเหมือนหลายฤดูกาลก่อนหน้า แต่เป็นฤดูกาลที่ทีมสร้างระยะห่างกับคู่แข่งได้ตั้งแต่ช่วงกลางฤดูกาลและรักษาความได้เปรียบนั้นไว้จนจบโดยไม่มีช่วงสะดุดยาวนานพอที่จะทำให้คู่แข่งไล่ตามทัน
การพึ่งพาผู้เล่นคนเดียวมากขนาดนี้เสี่ยงแค่ไหน
เมื่อดูจากตัวเลข 27 ประตูในลีกและ 15 ประตูในถ้วยยุโรปของเบนเซมาเพียงคนเดียว ประกอบกับการที่เขาได้รับบัลลงดอร์จากผลงานฤดูกาลนี้โดยตรง ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทีมพึ่งพาเขาในฐานะจุดจบเกมรุกมากกว่าผู้เล่นตำแหน่งอื่นทุกคนรวมกัน คำถามที่ตามมาคือหากผู้เล่นคนหนึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของแผนการเล่นมากขนาดนี้ ทีมจะรับมืออย่างไรหากเขาต้องขาดหายไปจากอาการบาดเจ็บหรือพักโทษแบน ความเสี่ยงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับทีมที่มีผู้เล่นระดับโลกเพียงคนเดียวเป็นจุดศูนย์กลางเกมรุก เพราะเมื่อคู่แข่งรู้ว่าต้องโฟกัสหยุดใครเป็นพิเศษ ทีมก็มีความเสี่ยงที่จะแผนการเล่นสะดุดได้ง่ายกว่าทีมที่กระจายภาระการทำประตูออกไปหลายคน แม้ฤดูกาลนี้ทุกอย่างจะออกมาดีจนได้แชมป์ทั้งลีกและถ้วยยุโรป แต่โครงสร้างทีมที่หมุนรอบผู้เล่นคนเดียวขนาดนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตาต่อไปว่าจะยั่งยืนได้อีกนานแค่ไหนในฤดูกาลถัดไป โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าเบนเซมาเข้าสู่วัยกลางคนของอาชีพนักฟุตบอลแล้วในช่วงเวลานั้น การพึ่งพาผู้เล่นวัยนี้ให้เป็นศูนย์กลางเกมรุกต่อเนื่องหลายฤดูกาลย่อมมีความเสี่ยงเรื่องอาการบาดเจ็บสะสมและฟอร์มที่อาจแกว่งไปตามอายุมากกว่าผู้เล่นที่ยังอยู่ในช่วงวัยหนุ่ม สโมสรขนาดใหญ่แบบเรอัลมาดริดจึงมักต้องวางแผนหาผู้เล่นที่พร้อมรับช่วงบทบาทนี้ต่อควบคู่ไปด้วยเสมอ แม้ในฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดอย่างปี 2022 ก็ตาม เพราะความสำเร็จของฤดูกาลหนึ่งไม่ได้รับประกันว่าโครงสร้างทีมแบบเดียวกันจะยังใช้ได้ผลในฤดูกาลถัดไปเสมอไป

