ลีกรวมชาติเยอรมัน: เมื่อบุนเดสลีกาขยายเป็น 20 ทีม

สนามรูดอล์ฟ-ฮาร์บิก-ชตาดิโอน หนึ่งในสนามฟุตบอลบุนเดสลีกา

ลีกรวมชาติเยอรมัน เป็นคำที่อธิบายเหตุการณ์เฉพาะตัวในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา เมื่อสมาคมฟุตบอลเยอรมัน (DFB) เคยวางแผนลดจำนวนสโมสรจาก 18 เหลือ 16 ทีม แต่การรวมประเทศกลับพลิกแผนทั้งหมด จนลีกต้องขยายเป็น 20 ทีมในฤดูกาลเดียวเพื่อรองรับสโมสรจากฝั่งตะวันออกที่ไม่เคยลงเล่นในเวทีนี้มาก่อน

ลีกรวมชาติเยอรมัน: แผนลด 16 ทีมก่อนกำแพงเบอร์ลินล่ม

ฤดูใบไม้ร่วงปี 1989 ที่ประชุมบุนเดสทาคครั้งที่ 33 ของ DFB มีมติให้ลดจำนวนสโมสรในบุนเดสลีกาจาก 18 เหลือ 16 ทีม โดยกำหนดให้มีผลตั้งแต่ฤดูร้อนปี 1991 เป้าหมายของมตินี้คือการลดความหนาแน่นของโปรแกรมแข่งขันและทำให้คุณภาพเกมในลีกสูงขึ้น เพราะหลายฝ่ายในวงการมองว่าปฏิทินการแข่งขันที่แน่นเกินไปทำให้นักเตะบาดเจ็บบ่อยและคุณภาพเกมโดยรวมลดลง ขณะนั้นยังไม่มีใครคาดคิดว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมากำแพงเบอร์ลินจะล่มลง และเยอรมนีตะวันออกกับตะวันตกจะเดินหน้าสู่การรวมประเทศอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ตุลาคม 1990 เหตุการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่นี้ทำให้ DFB ต้องกลับมาทบทวนแผนเดิมทั้งหมด เพราะจู่ๆ ก็มีสโมสรจากดีดีอาร์-โอเบอร์ลีกา ลีกสูงสุดของเยอรมนีตะวันออก ที่สมควรได้รับสิทธิ์เข้าสู่บุนเดสลีกาเช่นกัน คำถามคือจะรวมสองระบบลีกเข้าด้วยกันอย่างไรโดยไม่ทำให้ทีมจากฝั่งตะวันตกเสียโอกาสที่วางแผนไว้ล่วงหน้า สถานการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการฟุตบอลยุโรป เพราะไม่มีบรรทัดฐานใดที่ DFB จะนำมาใช้อ้างอิงได้โดยตรง ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันคิดค้นทางออกขึ้นมาใหม่ทั้งหมดภายในเวลาอันจำกัด

เกณฑ์รับรอสต็อคและเดรสเดน

ทางออกที่ DFB เลือกใช้เรียกกันว่าสูตร “2+6” นั่นคือแทนที่จะลดทีมเหลือ 16 ตามแผนเดิม บุนเดสลีกาฤดูกาล 1991/92 กลับขยายใหญ่ขึ้นเป็น 20 ทีม โดยรับสองอันดับแรกของดีดีอาร์-โอเบอร์ลีกาฤดูกาลสุดท้ายเข้ามาโดยตรง ได้แก่เอฟซี ฮันซา รอสต็อค และเอสจี ดือนาโม เดรสเดน ทั้งสองสโมสรมาจากฝั่งตะวันออกและไม่เคยลงเล่นในบุนเดสลีกามาก่อนเลย การเลือกรับเข้ามาเพียงสองทีมแทนที่จะรวมทั้งลีกเข้าด้วยกันทำให้ระบบยังคงรักษามาตรฐานการแข่งขันของฝั่งตะวันตกไว้ได้ ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้แฟนบอลฝั่งตะวันออกได้เห็นทีมรักของตนเองในเวทีสูงสุดของประเทศเป็นครั้งแรก แม้กระบวนการรวมประเทศทางการเมืองจะเกิดขึ้นไปแล้วตั้งแต่ปี 1990 แต่กว่าที่ผลของมันจะไปถึงสนามฟุตบอลจริงๆ ก็ต้องรอถึงฤดูกาล 1991/92 เพราะฤดูกาล 1990/91 ยังคงแข่งแยกสองระบบลีกตามเดิมอยู่ ความล่าช้าหนึ่งปีนี้เกิดจากความจำเป็นในการจัดการแข่งขันให้จบลงตามกติกาเดิมของแต่ละฝั่งเสียก่อน เพื่อให้การตัดสินว่าใครคือแชมป์และรองแชมป์ของดีดีอาร์-โอเบอร์ลีกาเป็นไปอย่างยุติธรรมและไม่มีข้อกังขา ก่อนที่ทั้งสองสโมสรจะได้เดินเข้าสู่สนามบุนเดสลีกาอย่างเต็มภาคภูมิ

ทิวทัศน์เมืองเดรสเดนมองจากมุมสูง เห็นอาคารที่พักอาศัยและหลังคาสนามฟุตบอลอยู่กลางแมกไม้
ทิวทัศน์เมืองเดรสเดนที่มองเห็นหลังคาสนามฟุตบอลอยู่ท่ามกลางต้นไม้ เมืองบ้านเกิดของสโมสรดือนาโม เดรสเดน

38 นัดเพิ่มภาระอย่างไร

ผลพวงที่ตามมาจากการขยายเป็น 20 ทีมคือปฏิทินการแข่งขันที่หนักขึ้นทันที จากเดิมที่ลีก 18 ทีมมีโปรแกรมเหย้า-เยือนรวม 34 นัดต่อฤดูกาล ตอนนี้แต่ละสโมสรต้องลงเล่นถึง 38 นัด รวมทั้งฤดูกาลมีการแข่งขันมากถึง 380 นัด มากกว่าปกติราว 74 นัด สโมสรต้องจัดสรรตารางแข่งให้แน่นขึ้น มีโปรแกรมกลางสัปดาห์ถี่กว่าเดิม นักเตะต้องแบกรับภาระร่างกายมากขึ้นตลอดฤดูกาลตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 1991 ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมปี 1992 สำหรับสโมสรที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาจากฝั่งตะวันออกอย่างรอสต็อคและเดรสเดน ความเปลี่ยนแปลงนี้ยิ่งหนักหน่วง เพราะพวกเขาต้องปรับตัวทั้งในแง่คุณภาพคู่แข่งที่สูงขึ้นและปริมาณเกมที่มากขึ้นไปพร้อมกันในคราวเดียว ขณะที่สโมสรฝั่งตะวันตกซึ่งคุ้นเคยกับความเข้มข้นของบุนเดสลีกาอยู่แล้วก็ยังต้องปรับตารางซ้อมและพักฟื้นนักเตะให้สอดคล้องกับจำนวนนัดที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน หลายสโมสรต้องพึ่งพาผู้เล่นสำรองมากกว่าปกติเพื่อหมุนเวียนตัวจริงไม่ให้บาดเจ็บสะสม ซึ่งกลายเป็นความท้าทายที่ไม่มีใครเคยเจอมาก่อนในระบบลีกอาชีพของเยอรมนี

ลู่วิ่งกรีฑาสีแดงและอัฒจันทร์เก่าแก่ของสนามโรเทอ แอร์เดอในเมืองดอร์ทมุนด์ มีเสาไฟสนามสีเหลืองของสนามข้างเคียงปรากฏอยู่ด้านหลัง
สนามโรเทอ แอร์เดอ ลานกรีฑาเก่าแก่ของเมืองดอร์ทมุนด์ ปัจจุบันตั้งอยู่ติดกับสนามเหย้าหลักของสโมสร

กลับสู่ 18 ทีมในปีถัดมา

เพราะ 20 ทีมเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวสำหรับฤดูกาลเดียว บุนเดสลีกาจึงต้องหาทางกลับไปสู่ 18 ทีมให้ได้ในฤดูกาล 1992/93 วิธีที่ใช้คือเพิ่มจำนวนทีมตกชั้นจากปกติสามทีมเป็นห้าทีม สโมสรที่ต้องตกชั้นในปีนั้นได้แก่ สตุ๊ตการ์เตอร์ คิกเกอร์ส, ฮันซา รอสต็อค, เอ็มเอสเฟา ดุยส์บวร์ก และฟอร์ทูน่า ดึสเซลดอร์ฟ รวมถึงอีกหนึ่งสโมสร ขณะที่มีเพียงสามทีมได้รับการเลื่อนชั้นขึ้นมาแทนที่ ภาพที่น่าสนใจคือรอสต็อคซึ่งเพิ่งเลื่อนชั้นมาแค่ปีเดียวต้องตกชั้นกลับไปทันที ทั้งที่ชนะนัดสุดท้ายของฤดูกาลด้วยซ้ำ ส่วนเดรสเดนแม้จะไม่ได้ตกชั้นในปีนั้น แต่โครงสร้างลีกที่กลับมาเป็น 18 ทีมอีกครั้งก็ถือเป็นจุดสิ้นสุดของบทเฉพาะกาลที่ใช้เชื่อมสองระบบฟุตบอลของประเทศที่เพิ่งรวมกันเข้าไว้ด้วยกัน การลดจำนวนทีมด้วยการเพิ่มโควตาตกชั้นเช่นนี้เป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา แม้จะโหดร้ายกับสโมสรที่โชคร้ายก็ตาม เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์เฉพาะตัวของบุนเดสลีกาที่ไม่เคยเกิดขึ้นซ้ำอีกเลยนับจากนั้นมา และยังคงถูกพูดถึงทุกครั้งที่มีการเล่าประวัติศาสตร์ช่วงรวมประเทศเยอรมนีในวงการฟุตบอล เพราะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ทางการเมืองระดับประเทศสามารถส่งผลถึงโครงสร้างการแข่งขันกีฬาได้อย่างลึกซึ้งเพียงใด สำหรับแฟนบอลรุ่นหลังที่ไม่ทันได้ติดตามช่วงเวลานั้นด้วยตัวเอง เรื่องราวของฤดูกาล 20 ทีมจึงเป็นเหมือนบทเรียนประวัติศาสตร์ที่อธิบายว่าทำไมโครงสร้างลีกในบางปีถึงดูแปลกตาไปจากปีอื่นๆ และทำไมสโมสรจากฝั่งตะวันออกอย่างรอสต็อคและเดรสเดนถึงมีความหมายพิเศษในหน้าประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา แม้ผลงานในสนามของทั้งสองทีมจะไม่ได้ยืนยาวนักในเวทีสูงสุดก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO