ลิตต์บาร์สกีเบอร์สิบ กลับโคโลญจน์สู่บทบาทเพลย์เมกเกอร์ยุคดาอุม

ปิแอร์ ลิตต์บาร์สกี ในสีเสื้อโคโลญจน์

ลิตต์บาร์สกีเบอร์สิบ คือชื่อที่แฟนบอลเยอรมันใช้เรียกช่วงเวลาที่ปิแอร์ ลิตต์บาร์สกีกลับมาสวมเสื้อหมายเลข 10 ให้กับ 1. เอฟเซ โคโลญจน์หลังพลาดหวังกับราซิงปารีสในฝรั่งเศส การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การย้ายทีมธรรมดา แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาได้เล่นในบทบาทที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น และช่วยให้โคโลญจน์กลายเป็นทีมที่ลุ้นแชมป์บุนเดสลีกาได้ต่อเนื่องหลายฤดูกาลภายใต้การคุมทีมของคริสตอฟ ดาอุม เรื่องราวของเขายังเป็นตัวอย่างที่ดีของนักเตะที่กล้าลงทุนกับตัวเองเพื่อกลับไปเล่นในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย มากกว่าจะยึดติดกับค่าตัวหรือสัญญาที่ดีกว่าในต่างแดน

ลิตต์บาร์สกีเบอร์สิบ กลับโคโลญจน์ในปี 1987

ปิแอร์ ลิตต์บาร์สกีย้ายไปเล่นให้ราซิงปารีสในปี 1986 แต่ผลงานที่ฝรั่งเศสไม่เป็นไปตามที่หวัง ระหว่างฤดูกาล 1986-87 เขาติดต่อกลับไปยังโคโลญจน์ และอูโด ลัทเทค ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาคนใหม่ของสโมสรในตอนนั้นตัดสินใจซื้อตัวเขาคืนด้วยค่าตัว 2.8 ล้านมาร์กเยอรมัน ที่น่าสนใจคือลิตต์บาร์สกีเองยังช่วยออกเงินส่วนหนึ่งของค่าตัวในรูปแบบเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยให้สโมสรด้วย ซึ่งสะท้อนว่าเขาต้องการกลับมาเล่นให้ทีมนี้มากแค่ไหน นัดที่เขากลับมาลงสนามให้โคโลญจน์คือวันที่ 22 สิงหาคม 1987 ซึ่งทีมเอาชนะไบเออร์ อูร์ดิงเงิน 2-0 ที่บ้าน และตัวลิตต์บาร์สกีเองก็ยิงประตูที่สองของเกมนั้นได้ด้วยตัวเอง เป็นการเปิดตัวกลับที่แทบจะเขียนบทไม่ได้ดีไปกว่านี้แล้ว การที่นักเตะระดับทีมชาติยอมช่วยออกเงินค่าตัวบางส่วนด้วยตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องปกติในวงการฟุตบอลยุคนั้น และทำให้แฟนบอลโคโลญจน์มองว่าเขาคือผู้เล่นที่ผูกพันกับสโมสรอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่นักเตะที่ย้ายไปมาตามค่าตัวที่ดีที่สุด

จากริมเส้นสู่ตัวสร้างเกม

หลังกลับมาโคโลญจน์ ลิตต์บาร์สกีได้เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก 7 ที่เขาใช้มาตลอดเป็นหมายเลข 10 พร้อมกับได้รับบทบาทในตำแหน่งกองกลางตัวรุกซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาชื่นชอบมากกว่าการเล่นริมเส้นแบบที่เคยทำในอดีต

มุมกว้างภายในสนามไรน์เอแนร์กีชตาดิโอน เห็นอัฒจันทร์สีแดงล้อมรอบสนามหญ้า
อัฒจันทร์สีแดงล้อมรอบสนามหญ้าภายในสนามไรน์เอแนร์กีชตาดิโอน

การเปลี่ยนตำแหน่งครั้งนี้ทำให้เขาได้สัมผัสบอลบ่อยขึ้นในพื้นที่กลางสนาม และมีอิสระในการตัดสินใจจ่ายบอลหรือขึ้นไปร่วมทำประตูมากกว่าตอนที่ต้องยึดติดอยู่กับแนวปีก ทักษะการเลี้ยงบอลระยะสั้นและการมองเกมที่ลิตต์บาร์สกีสั่งสมมาตั้งแต่รับใช้ทีมชาติเยอรมนีจึงถูกดึงออกมาใช้ได้เต็มที่มากขึ้นในบทบาทใหม่นี้ ไม่ใช่แค่การวิ่งลงไปเปิดบอลจากริมสนามเหมือนก่อน เพื่อนร่วมทีมและกองเชียร์เริ่มเห็นความแตกต่างของเขาในสนามอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นฤดูกาล เพราะจังหวะการเล่นของทีมเปลี่ยนไปทุกครั้งที่บอลมาอยู่กับเขาในพื้นที่กลางสนาม

ดาอุมจัดผู้เล่นรอบตัวอย่างไร

ภายใต้การคุมทีมของคริสตอฟ ดาอุม ลิตต์บาร์สกีกลายเป็นตัวจักรสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จของโคโลญจน์ในช่วงปลายทศวรรษ 1980

ภาพมุมสูงตรงดิ่งของสนามหญ้าลายทางเขียวเข้มอ่อนภายในสนามไรน์เอแนร์กีชตาดิโอน
สนามหญ้าลายทางของไรน์เอแนร์กีชตาดิโอนมองจากมุมสูงตรงดิ่ง

ดาอุมวางระบบให้ลิตต์บาร์สกีเป็นจุดเชื่อมระหว่างเกมกลางกับแนวรุก โดยให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นทำหน้าที่วิ่งเข้าพื้นที่ว่างเพื่อรับบอลจากเขา แนวทางนี้ทำให้โคโลญจน์เล่นเกมรุกที่มีจังหวะและมีระเบียบมากกว่าการเน้นเลี้ยงบอลด้วยตัวคนเดียว ความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับผู้เล่นแบบนี้ต้องอาศัยความไว้ใจสูง เพราะดาอุมต้องยอมให้ลิตต์บาร์สกีมีอิสระในการตัดสินใจในสนามมากกว่าผู้เล่นตำแหน่งอื่น ขณะเดียวกันลิตต์บาร์สกีก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้นด้วยผลงานที่สม่ำเสมอ สไตล์การคุมทีมของดาอุมในยุคนั้นยังเน้นวินัยและความเข้มข้นในการฝึกซ้อม ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นอย่างลิตต์บาร์สกีที่มีอายุมากขึ้นแล้วยังคงรักษาสภาพร่างกายและฟอร์มการเล่นได้ในระดับสูงตลอดฤดูกาล

รองแชมป์สองปีบอกถึงระดับทีม

ผลจากการทำงานร่วมกันระหว่างดาอุมกับลิตต์บาร์สกีทำให้โคโลญจน์จบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์บุนเดสลีกาสองปีติดต่อกัน ทั้งฤดูกาล 1989 และ 1990 ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของสโมสรในรอบหลายปี การที่ทีมสามารถรักษาระดับการลุ้นแชมป์ได้ต่อเนื่องสองฤดูกาลแสดงว่าความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพียงปีเดียว แต่เป็นผลจากระบบการเล่นที่ดาอุมวางไว้ร่วมกับคุณภาพของผู้เล่นอย่างลิตต์บาร์สกี แม้ท้ายที่สุดโคโลญจน์จะไม่ได้แชมป์ในทั้งสองฤดูกาลนั้น แต่การได้เป็นรองแชมป์สองปีซ้อนก็เพียงพอที่จะยืนยันว่าทีมอยู่ในระดับแข่งขันกับทีมชั้นนำของประเทศได้จริง และทำให้ชื่อของลิตต์บาร์สกีเบอร์สิบกลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคที่โคโลญจน์ใกล้เคียงกับความสำเร็จระดับประเทศมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร เมื่อเทียบกับช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เขาเคยไปเล่นในฝรั่งเศสแล้วไม่ประสบความสำเร็จ การกลับมาโคโลญจน์และได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมรองแชมป์สองปีซ้อนจึงยิ่งตอกย้ำว่าการตัดสินใจกลับบ้านในปี 1987 เป็นทางเลือกที่ถูกต้องสำหรับทั้งตัวเขาเองและสโมสร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO