กฎความปลอดภัยสนามอิตาลีที่เข้มงวดในทุกวันนี้ ทั้งการตรวจบัตรที่ทางเข้าและการจำกัดตั๋วสำหรับแฟนบอลทีมเยือน ล้วนย้อนรากไปถึงเหตุการณ์รุนแรงเดือนกุมภาพันธ์ 2007 ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตนอกสนามในเมืองกาตาเนีย จนสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีต้องสั่งระงับการแข่งขันทั่วประเทศกะทันหัน เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้จบลงแค่การหยุดแข่งชั่วคราว แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปมาตรฐานความปลอดภัยสนามฟุตบอลอิตาลีทั้งระบบ ซึ่งร่องรอยของมันยังคงเห็นได้ชัดเจนทุกครั้งที่แฟนบอลเดินเข้าสนามในอิตาลีจนถึงทุกวันนี้
เกิดอะไรขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2007
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2007 เกิดเหตุปะทะรุนแรงนอกสนามในเมืองกาตาเนียระหว่างเกมดาร์บีของซิซิลี ฟิลิปโป ราชีตี เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนอยู่นอกสนามเสียชีวิตจากบาดแผลที่ตับฉีกขาดรุนแรง ซึ่งเกิดจากการถูกวัตถุแข็งกระแทกใส่ระหว่างเหตุการณ์ชุลมุน การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในเกมฟุตบอลสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วประเทศ เพราะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ความรุนแรงจากกองเชียร์ทำให้มีผู้เสียชีวิตในระดับเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่แค่แฟนบอลด้วยกันเองอย่างที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ข่าวการเสียชีวิตของราชีตีแพร่กระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง สื่อและนักการเมืองอิตาลีต่างออกมาตั้งคำถามทันทีว่าเหตุใดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่เดิมจึงไม่สามารถป้องกันเหตุร้ายแรงระดับนี้ได้ ทั้งที่ปัญหาความรุนแรงของกองเชียร์ในสนามฟุตบอลอิตาลีเป็นที่รับรู้กันมานานหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว
ลีกหยุดไปนานแค่ไหน
ลูกา ปันกัลลี ผู้บริหารสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีในเวลานั้นตัดสินใจสั่งยกเลิกการแข่งขันฟุตบอลทุกระดับทั่วประเทศทันที ทั้งลีกอาชีพ ฟุตบอลสมัครเล่น และการแข่งขันของทีมชาติที่มีกำหนดการในช่วงนั้น การระงับแข่งขันครั้งนี้กินเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งถือว่าสั้นเมื่อเทียบกับความร้ายแรงของเหตุการณ์ แต่ก็เพียงพอที่จะบังคับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหารือมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำก่อนจะอนุญาตให้กลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง ในช่วงสัปดาห์ที่หยุดแข่งนี้ สโมสรต่างๆ ทั่วประเทศต้องเร่งสำรวจสภาพสนามของตัวเองว่าตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยที่มีอยู่แล้วมากน้อยแค่ไหน หลายสโมสรพบว่าสนามของตัวเองยังขาดอุปกรณ์พื้นฐานอย่างรั้วกั้นที่ได้มาตรฐานหรือทางออกฉุกเฉินที่เพียงพอ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยถูกตรวจสอบอย่างจริงจังมาก่อน
มาตรการเร่งด่วนที่ออกมามีอะไรบ้าง
รัฐบาลอิตาลีออกกฤษฎีกาที่ภายหลังเรียกกันว่า Amato decree ซึ่งได้รับสัตยาบันอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 เมษายน 2007

เนื้อหาหลักของกฤษฎีกานี้ครอบคลุมการห้ามใช้พลุและดอกไม้เพลิงภายในสนามโดยเด็ดขาด ห้ามจัดการแข่งขันตอนกลางคืนตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2007 และจำกัดการขายตั๋วให้แฟนบอลทีมเยือนอย่างเข้มงวดกว่าเดิมมาก นอกจากนี้ยังมีการนำมาตรการที่เรียกว่าดาสโปเชิงป้องกันมาใช้ ให้อำนาจตำรวจสั่งห้ามผู้ต้องสงสัยว่าจะก่อความรุนแรงเข้าสนามล่วงหน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุก่อน ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีกฤษฎีกาปิซานูตั้งแต่ปี 2005 ที่กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสนามไว้แล้ว แต่สนามส่วนใหญ่ในเซเรีย อาและบียังไม่ได้ปฏิบัติตามอย่างจริงจังก่อนเหตุการณ์ครั้งนี้จะเกิดขึ้น มาตรการที่ออกมาในรอบนี้จึงมีลักษณะเร่งด่วนและครอบคลุมกว่าเดิมมาก เพราะรัฐบาลต้องการส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำอีก ไม่ว่าจะต้องแลกกับความไม่สะดวกของแฟนบอลหรือรายได้ของสโมสรที่อาจลดลงก็ตาม
สนามที่ไม่ผ่านเกณฑ์ต้องทำอย่างไร
เมื่อรัฐบังคับให้ทุกสนามต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานใหม่ก่อนกลับมาเปิดให้ผู้ชมเข้าชม สนามใหญ่หลายแห่งกลับไม่ผ่านเกณฑ์ในรอบแรก

ทำให้ต้องแข่งขันแบบปิดสนามโดยไม่มีผู้ชมเข้าไปนั่งในอัฒจันทร์เลย ซานซีโรของมิลานและอินเตอร์ ซานเปาโลของนาโปลี และอาร์เตมิโอ ฟรันกีของฟิออเรนตินา ล้วนอยู่ในกลุ่มสนามที่ต้องแข่งแบบปิดสนามในช่วงแรกของการกลับมาแข่งขัน ส่วนกาตาเนียเองซึ่งเป็นต้นตอของเหตุการณ์ถูกสั่งห้ามใช้สนามเหย้าตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลนั้นไปเลย การแข่งขันกลับมาได้อีกครั้งช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2007 ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าเดิมมาก และสตาดิโอ มัสซิมิโนของกาตาเนียเองก็กลับมาเปิดใช้ได้อีกครั้งในวันที่ 2 กันยายน 2007 หลังปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยครั้งใหญ่
กฎเหล่านี้ยังอยู่ในสนามอิตาลีทุกวันนี้ไหม
ร่องรอยของมาตรการปี 2007 ยังคงเห็นได้ชัดในสนามฟุตบอลอิตาลีทุกวันนี้ แม้รายละเอียดบางส่วนจะพัฒนาต่อยอดไปมากกว่าตอนเริ่มต้น ระบบบัตรเข้าชมแบบระบุชื่อผู้ถือที่เรียกว่าเทสเซรา เดล ตีโฟโซถูกนำมาใช้ในปี 2009 ถึง 2010 โดยกระทรวงมหาดไทย และกลายเป็นข้อบังคับเต็มรูปแบบตั้งแต่ฤดูกาล 2010 ถึง 2011 เป็นต้นมา ถือเป็นพัฒนาการต่อเนื่องจากแนวคิดจำกัดตั๋วแฟนบอลทีมเยือนที่เริ่มไว้ตั้งแต่ปี 2007 ไม่ใช่มาตรการที่เกิดขึ้นทันทีในปีนั้น ทุกวันนี้แฟนบอลที่เข้าสนามในอิตาลียังต้องเจอกับการตรวจบัตรอย่างเข้มงวด ประตูหมุนที่เชื่อมกับระบบตรวจสอบตัวตน และในบางกรณีก็ยังมีคำสั่งห้ามกลุ่มแฟนบอลบางกลุ่มเข้าสนามล่วงหน้าเหมือนกับที่เคยเริ่มต้นไว้หลังโศกนาฏกรรมที่กาตาเนียเมื่อปี 2007 สำหรับแฟนบอลต่างชาติที่มีโอกาสไปชมเกมในอิตาลี ความแตกต่างที่สัมผัสได้ชัดเจนที่สุดคือขั้นตอนการซื้อตั๋วที่ซับซ้อนกว่าหลายลีกในยุโรป โดยเฉพาะตั๋วสำหรับโซนแฟนบอลทีมเยือนที่มักต้องแสดงเอกสารยืนยันตัวตนเพิ่มเติม กฎเหล่านี้อาจดูยุ่งยากในสายตาคนที่ไม่คุ้นเคย แต่สำหรับวงการฟุตบอลอิตาลีเองแล้ว มันคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมแบบที่เกิดขึ้นกับฟีลิปโป ราชีตีเมื่อปี 2007 เกิดซ้ำขึ้นอีก

