โซโชซ์ลากอมบ์ เป็นทีมที่รักษาอันดับห้าของลีกเอิงได้สองฤดูกาลติดต่อกัน ระหว่างปี 2002/03 กับ 2003/04 จุดแข็งไม่ได้อยู่ที่ดาวดังราคาแพง แต่เป็นแกนจากทีมเลื่อนชั้น ผู้เล่นที่สโมสรพัฒนาเอง และตัวเก๋าที่ช่วยประคองเกม กีย์ ลากอมบ์รับงานต่อจากฌอง แฟร์น็องเดซ แล้วทำให้ทีมชุดนี้เพิ่มจากผู้ท้าชิงในลีกเป็นแชมป์ลีกคัพ โดยมีเบอนัวต์ เปเดรตติคุมจังหวะและปิแอร์-อแลง ฟโรเปลี่ยนการเคลื่อนที่เป็นประตู
ทีมที่ต่อยอดจากการเลื่อนชั้น
โซโชซ์ลากอมบ์ รับช่วงจากแฟร์น็องเดซ
แฟร์น็องเดซเข้ามาในเดือนกันยายน 1999 และพาโซโชซ์เลื่อนชั้นในฤดูกาล 2000/01 ปีแรกที่กลับสู่ลีกสูงสุด ทีมจบอันดับแปดและได้สิทธิ์เล่นอินเตอร์โตโตคัพ เมื่อสโมสรไม่ต่อสัญญา ลากอมบ์จึงเซ็นสัญญาสองปีเมื่อ 6 พฤษภาคม 2002 การเปลี่ยนโค้ชเกิดหลังฐานทีมถูกสร้างไว้แล้ว ไม่ใช่การเริ่มรายชื่อผู้เล่นใหม่ทั้งหมด
ฟโร, เปเดรตติ, โอมาร์ ดาฟ, มิกกาแอล อิซาเบย์ และฟร็องซิเลโด ซานโตสต่างอยู่ในทีมแชมป์ดิวิชันสองปี 2001 สโมสรระบุว่าฟโรกับเปเดรตติผ่านระบบพัฒนาของโซโชซ์ ส่วนเตดดี ริแชร์เข้ามาในปีเดียวกับการเลื่อนชั้น รายชื่อเหล่านี้ทำให้ลากอมบ์มีผู้เล่นที่เข้าใจสนามโบนาลและผ่านทั้งฟุตบอลระดับสองกับฤดูกาลแรกบนลีกสูงสุดมาแล้ว
โค้ชใหม่เสริมทีมแบบจำกัด วงหลักยังมาจากชุดเดิม ขณะที่วิลสัน โอรูมากับโยฮัน ลอนฟาตเป็นผู้มาใหม่สองคนในตัวจริงเกมชนะบอร์กโดซ์ 2-0 เดือนตุลาคม 2002 มิกกาแอล ปาจิสรับบทจุดพักบอลในแนวรุก ส่วนมักซ็องซ์ ฟลาเชซ, นิชา ซาเวลยิชและดาฟเป็นประสบการณ์ในแนวรับ โครงสร้างจึงผสมคนวัยหนุ่มกับผู้เล่นที่เคยผ่านเกมระดับสูง
ผลฤดูกาลแรกของลากอมบ์คือ 38 นัด ชนะ 17 เสมอ 13 แพ้ 8 ยิง 46 เสีย 31 มี 64 แต้มและจบอันดับห้า โซโชซ์มีแต้มเท่าบอร์กโดซ์อันดับสี่กับโอแซร์อันดับหก แต่แยกอันดับด้วยเกณฑ์ของตาราง นอกจากนี้ทีมยังเข้าชิงลีกคัพ ก่อนแพ้โมนาโก 1-4 ผลงานสองรายการทำให้ฤดูกาลแรกเป็นทั้งความต่อเนื่องและการยกระดับ

กองกลางเชื่อมผู้เล่นหน้าเป้า
เปเดรตติกับฟโร
บทบาทที่ต่างกันของฟโรกับเปเดรตติช่วยอธิบายแนวทางของลากอมบ์ผ่านการเล่นจริง เปเดรตติเป็นกองกลางที่ยูฟ่าอธิบายว่ามองเกมดีและส่งบอลแม่น เกมลีกเยือนน็องต์วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2003 เขาจ่ายเข้าพื้นที่อันตราย โอรูมาปล่อยบอลผ่าน และเฌเรมี มาติเยอยิงประตูชัย 1-0 จังหวะนี้แสดงว่าบอลจากเปเดรตติเปิดทางให้เพื่อนคนที่สามเข้าจบได้โดยไม่ต้องให้ผู้จ่ายแตะบอลอีกครั้ง
ฟโรมีงานต่างออกไป เขาใช้ความเร็วและเล่นได้ทั้งเป็นผู้ส่งกับผู้จบ สโมสรเรียกเขาว่ากองหน้าสายสปีด ตัวอย่างชัดคือเกมยูฟ่าคัพที่ดอร์ทมุนด์วันที่ 6 พฤศจิกายน 2003 นาที 12 ฟโรรับบอลในแดนกลาง หมุนตัวแล้วแทงให้ซานโตสวิ่งไปยิง ต่อมานาที 27 โอรูมาวิ่งขึ้นจากแนวรับและปล่อยฟโรเข้าไปยิงแรงใต้คาน
เกมกลับที่โบนาลทำให้ภาพชัดขึ้น ฟโรยิงจุดโทษเปิดสกอร์ ก่อนซานโตส, โอรูมาและมาติเยอทำอีกคนละประตู โซโชซ์ชนะ 4-0 และผ่านเข้ารอบ เมื่อพบอินเตอร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2004 เปเดรตติยกบอลให้ซิลแว็ง มงโซโรโหม่งต่อ ฟโรจับบอลทันที หมุนหนีดานิเอเล อาดานีแล้วจบสกอร์ เขายิงอีกลูกจากการตามซ้ำ ทำให้เลกแรกเสมอ 2-2

อันดับห้าและฟุตบอลหลายรายการ
บริหารขุมกำลังตลอดปี
โซโชซ์2004 มีโปรแกรมมากกว่าลีก ทีมเล่นยูฟ่าคัพหกนัดโดยไม่แพ้ ชนะมายพากับดอร์ทมุนด์ ก่อนตกรอบด้วยกฎประตูทีมเยือนหลังเสมออินเตอร์ 2-2 และ 0-0 ในประเทศ ทีมเข้าชิงลีกคัพเป็นปีที่สองติดต่อกัน ภาระนี้เกิดพร้อมลีก 38 นัด จึงต้องพึ่งผู้เล่นหลายบทบาทและตัวสำรองมากกว่าคู่เปเดรตติ–ฟโรเพียงสองคน
ตัวเลขลีกปี 2003/04 คือชนะ 18 เสมอ 9 แพ้ 11 ยิง 54 เสีย 42 ได้ 63 แต้มและจบอันดับห้าเหมือนเดิม เมื่อเทียบปีก่อน ทีมชนะเพิ่มหนึ่งนัดและยิงเพิ่มแปดประตู แต่เสียเพิ่ม 11 ลูกและมีแต้มน้อยลงหนึ่งแต้ม การรักษาอันดับเดิมจึงเกิดท่ามกลางรูปแบบผลการแข่งขันที่เปลี่ยนจากเสมอมากเป็นแพ้มากขึ้น
ฟโรยิง 17 ประตูและซานโตสทำ 14 ลูก รวมกัน 31 จาก 54 ประตูลีก เกมแรกของฤดูกาลกับน็องต์แสดงการแบ่งงาน ฟโรยิงจุดโทษนาที 23 ก่อนชาอูอัด ซาอีรีทำประตูชัยนาที 89 ส่วนเกมชนะมาร์กเซย 2-1 วันที่ 31 มกราคม 2004 มาติเยอตีเสมอและฟโรยิงจุดโทษตัดสินในนาที 70 เมื่อทีมต้องการประตู ผู้ทำหน้าที่จึงกระจายตั้งแต่กองหลังที่เติมเกม ปีก ไปจนถึงคู่หน้า
นัดชิงลีกคัพวันที่ 17 เมษายนจบ 1-1 หลังต่อเวลา มงโซโรตีเสมอให้โซโชซ์ในนาที 18 การยิงจุดโทษยืดถึงคนที่แปด เปเดรตติยิงให้โซโชซ์นำ 5-4 ก่อนริแชร์เซฟลูกสุดท้าย ชัยชนะมอบถ้วยใหญ่ใบแรกของสโมสรนับจากปี 1938 และเป็นถ้วยแรกของลากอมบ์ในฐานะโค้ช
หลังฤดูกาล ฟโรย้ายไปลียงและเปเดรตติไปมาร์กเซย ยูฟ่าระบุว่าทั้งคู่เป็นสองผู้เล่นหลักที่ออกจากทีม การจากไปพร้อมกันช่วยชี้คุณค่าของโครงสร้างสองฤดูกาลก่อนหน้า: คนหนึ่งกำหนดจังหวะจากกองกลาง อีกคนสร้างทั้งทางส่งและประตูด้านหน้า โซโชซ์รักษาอันดับห้าได้สองปี คว้าถ้วยหนึ่งใบ และสร้างผลงานยุโรปด้วยแกนที่เติบโตต่อจากทีมเลื่อนชั้นอย่างเป็นรูปธรรม

