เปาเลตา2004 การเคลื่อนที่ของศูนย์หน้าที่ปารีสพึ่งพา

เปาเลตา ในสีเสื้อปารีส แซงต์-แชร์กแมง

เปาเลตา2004 คือฤดูกาลแรกของเปโดร เปาเลตากับปารีส แซงต์-แชร์กแมง และเป็นปีที่การเคลื่อนที่ของศูนย์หน้าช่วยเปลี่ยนทีมจากอันดับ 11 เป็นรองแชมป์ลีกเอิง เขาย้ายจากบอร์กโดซ์ในเดือนกรกฎาคม 2003 แล้วทำ 18 ประตูในลีก ประตูไม่ได้มาจากการครองบอลนาน แต่เกิดจากการขยับหาช่อง รับรู้ตำแหน่งผู้รักษาประตู และจบสกอร์ทันทีเมื่อเพื่อนส่งบอลถึงพื้นที่อันตราย

ศูนย์หน้าใหม่ในทีมวาฮิด

เปาเลตา2004 เริ่มต้นกับปารีสอย่างไร

ปารีสจ่ายค่าตัวตามรายงาน 12 ล้านยูโรและให้สัญญาสามปี วาฮิด ฮาลิลฮอดซิชเรียกกองหน้าวัย 30 ปีว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในฝรั่งเศส เป็นนักสู้ แข็งแกร่ง และคาดเดายาก ความคาดหวังสูงเพราะเปาเลตาเพิ่งยิง 65 ประตูจาก 98 นัดลีกให้บอร์กโดซ์ แต่ห้านัดแรกกับสโมสรใหม่เขาทำได้เพียงหนึ่งประตูและยอมรับว่ายังปรับตัวลำบาก

ปัญหาในช่วงแรกไม่ใช่เพียงความแม่นยำ เปาเลตาบอกยูฟ่าว่าเกมกับตูลูสเขามีโอกาสยิงเข้ากรอบประมาณครั้งเดียว ส่วนฮาลิลฮอดซิชมองว่าเพื่อนร่วมทีมยังตอบสนองต่อจังหวะเรียกบอลของศูนย์หน้าไม่ดีพอ โค้ชจึงทดลองรูปแบบก่อนเลือก 4-2-3-1 ในเกมพบแก็งก็องเมื่อ 20 กันยายน โดยถอดเรนัลโดออกและวางผู้เล่นสร้างสรรค์สามคนหลังเปาเลตา

จบสกอร์แทนการครองบอลนาน

การปรับดังกล่าวทำให้เบนาชูร์เชื่อมเกมกับเปาเลตาได้ตั้งแต่ช่วงต้น ปารีสชนะ 2-0 และกองหน้าชาวโปรตุเกสทำประตูหนึ่งลูก จากนั้นบทบาทของเขาชัดขึ้น เขาไม่ได้ต้องลงมาสัมผัสบอลทุกช่วง แต่ต้องบอกเพื่อนด้วยการออกตัวว่าจะส่งไปที่ใด และรักษาตำแหน่งพร้อมยิงเมื่อบอลหลุดเข้าสู่กรอบ

เกมชนะบอร์กโดซ์ 2-1 วันที่ 13 ธันวาคมแสดงงานแบบนี้ แม้รามีจะป้องกันจุดโทษของเขาในนาที 17 แต่เปาเลตายังหาพื้นที่หน้าประตู สองนาทีหลังพักครึ่ง เขายืนในตำแหน่งที่เปลี่ยนทิศทางลูกยิงของเรนัลโดเข้าประตูชัย การแตะสั้นครั้งเดียวจึงมีค่ามากกว่าจำนวนครั้งที่ได้บอลตลอดเกม

ตัวเลขทั้งฤดูกาลยืนยันว่าเขาผ่านช่วงเริ่มต้นอันฝืดได้ เปาเลตายิง 18 ประตูลีกในปีแรกที่กรุงปารีส ขณะที่ทีมยิงรวม 50 ลูก เท่ากับเขาทำมากกว่าหนึ่งในสามของประตูทั้งหมด ปารีสจบด้วยผลงานชนะ 22 เสมอ 10 แพ้ 6 เสียเพียง 28 ประตู การมีศูนย์หน้าที่เปลี่ยนโอกาสจำกัดเป็นประตูจึงเข้ากับทีมที่ไม่จำเป็นต้องชนะด้วยสกอร์สูงทุกสัปดาห์

สนามเวโลโดรมในมาร์กเซย
สนามเวโลโดรมในมาร์กเซย

ลูกลอบจากมุมแคบ

อ่านตำแหน่งผู้รักษาประตู

จังหวะที่อธิบาย ลูกลอบเปาเลตา ได้ดีที่สุดเกิดในเกมปารีสพบมาร์กเซยวันที่ 25 เมษายน 2004 ฮวน ปาโบล โซรินส่งบอลให้เขาเข้าเขตโทษทางด้านข้าง เปาเลตาพาบอลเบนออกกว้างจนอยู่นอกกรอบ บาร์กเตซลังเลว่าจะตามออกมาหรือถอยกลับ ขณะที่กองหลังอีกคนลงไปคุมบริเวณเส้นประตู

แทนที่จะฝืนเลี้ยงเข้ามุมยิงปกติ เปาเลตาชิพบอลจากมุมที่แทบไม่มีทางยิง บอลลอยข้ามบาร์กเตซและแนวรับเข้าประตู สโมสรปารีสย้อนความทรงจำนี้ในปี 2025 ส่วนเจ้าตัวเคยเลือกประตูที่ลอบบาร์กเตซจากด้านกว้างเป็นลูกโปรดของเขากับสโมสร

ประตูที่สองในเกมเดียวกันเป็นคำตอบอีกแบบ ฟาบริซ ฟิออเรสตัดบอลจากคาเมล เมรีแอมในแดนมาร์กเซย ก่อนจ่ายด้วยด้านนอกเท้าเข้าเส้นทางของเปาเลตา ศูนย์หน้าควบคุมบอลและยิงเท้าซ้ายในช่วงประมาณหนึ่งชั่วโมงของเกม ปารีสนำ 2-0 ก่อนโลร็องต์ บัตแตลส์ตีไข่แตกช่วงท้าย จบเกม 2-1

สองประตูจึงไม่ได้ทำซ้ำวิธีเดียวกัน ลูกแรกใช้การอ่านตำแหน่งบาร์กเตซและเทคนิคจากมุมแคบ ลูกที่สองเริ่มจากการแย่งบอลสูง ตามด้วยการวิ่งรับบอลและจบด้วยเท้าซ้าย สิ่งที่เหมือนกันคือเปาเลตาเห็นโอกาสก่อนแนวรับจัดตัวใหม่เสร็จ และใช้เวลาครองบอลเท่าที่จำเป็นต่อการยิง

สนามเวโลโดรมในมาร์กเซย
สนามเวโลโดรมในมาร์กเซย

ประตูที่พาทีมขึ้นอันดับสอง

งานประจำของกองหน้า

ชัยชนะเหนือมาร์กเซยทำให้ เปาเลตาเปแอสเช มีความหมายมากกว่าฮีโร่ในเกมใหญ่ ตอนนั้นปารีสแพ้เพียงนัดเดียวจาก 20 เกมลีกล่าสุด และขยับจากจุดที่เคยอยู่อันดับ 17 ขึ้นมาเป็นอันดับสอง หลังเหลือโปรแกรมห้านัด ทีมตามลียงเพียงสามแต้ม โอกาสลุ้นแชมป์จึงยังเปิดอยู่เพราะสองประตูของศูนย์หน้าในคืนนั้น

ช่วงท้ายฤดูกาลเขายังทำหน้าที่เดิมในเกมที่ช่องว่างมีน้อย วันที่ 15 พฤษภาคม ปารีสชนะลียง 1-0 จากประตูของเปาเลตานาที 6 และวันที่ 23 พฤษภาคม เขายิงประตูเดียวในเกมเยือนบาสเตีย ชัยชนะนัดสุดท้ายยืนยันอันดับสองด้วย 76 แต้ม ตามลียง 3 แต้มและเหนือโมนาโกหนึ่งแต้ม พร้อมสิทธิ์เข้าสู่แชมเปียนส์ลีกโดยตรง

ตารางสุดท้ายยังบอกลักษณะของ ปารีส2004 ทีมเสีย 28 ประตู น้อยกว่าปีก่อนซึ่งเสีย 36 ลูกจากจำนวนเกมเท่ากัน และเพิ่มคะแนนจาก 54 เป็น 76 เปาเลตาไม่ได้รับผิดชอบเกมรับทั้งหมด แต่ 18 ประตูของเขาช่วยให้ความได้เปรียบเล็กน้อยกลายเป็นคะแนน ตัวอย่างชัดคือชัยชนะ 1-0 สองนัดต่อเนื่องเหนือแชมป์กับบาสเตีย

ฤดูกาลจบด้วยถ้วยรางวัลด้วย ปารีสชนะชาโตรูซ์ 1-0 ในนัดชิงเฟรนช์คัพวันที่ 29 พฤษภาคม เปาเลตาโหม่งประตูเดียวในครึ่งหลัง ทำให้สโมสรได้ถ้วยแรกในรอบหกปี ประตูในเฟรนช์คัพลูกนี้เพิ่มจากผลงาน 18 ประตูในลีก และช่วยปิดปีแรกด้วยสิทธิ์ยุโรปพร้อมแชมป์บอลถ้วย

เมื่อมองทั้งปี จุดเด่นของเปาเลตาคือการเลือกวิธีจบให้ตรงกับสถานการณ์ เขาแตะเปลี่ยนทางลูกยิงเมื่อยืนใกล้ประตู วิ่งรับบอลหลังเพื่อนแย่งคืน ใช้เท้าซ้ายเมื่อแนวรับยังไม่ตั้งตัว ลอบจากด้านกว้างเมื่อผู้รักษาประตูลังเล และโหม่งในนัดชิง บทบาทเหล่านี้ทำให้ฤดูกาลแรกของเขาเป็นแกนสำคัญของการไต่จากอันดับ 11 สู่รองแชมป์และถ้วยเฟรนช์คัพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO