เดชองส์โมนาโก จากอันดับ 15 สู่รองแชมป์ปี 2003

ดิดีเย เดชองส์ ผู้ฝึกสอนโมนาโก

เดชองส์โมนาโก เริ่มด้วยอันดับ 15 ในฤดูกาล 2001/02 ก่อนเปลี่ยนเป็นรองแชมป์ลีกเอิงและแชมป์ลีกคัพในปีถัดมา การกระโดดขึ้น 13 อันดับไม่ได้เกิดจากชื่อโค้ชเพียงคนเดียว ชาบานี นอนดายิง 26 ประตู เฌโรม โรเตนเป็นผู้จ่ายสูงสุดของลีก พาทริซ เอวรากับเซบาสเตียง สกิลลาชีรับบทจริงในทีมชุดใหญ่ และโมนาโกยิงมากที่สุดในลีก 66 ประตู

ปีแรกที่ผลงานไม่ลงตัว

เดชองส์โมนาโก กับงานโค้ชฤดูกาลแรก

ดิดิเยร์ เดชองส์รับตำแหน่งในปี 2001 ต่อจากโคลด ปูแอล สโมสรเคยคว้าแชมป์ฝรั่งเศสปี 2000 แต่ฤดูกาลแรกของโค้ชใหม่จบต่างออกไป โมนาโกแข่ง 34 นัด ชนะ 9 เสมอ 12 แพ้ 13 ยิง 36 เสีย 41 มี 39 แต้มและอยู่อันดับ 15 ตัวเลขผลต่างประตูติดลบห้าลูกชี้ว่าทั้งการสร้างประตูและการรักษาสกอร์ยังไม่พอสำหรับครึ่งบนของตาราง

โค้ชใหม่กับทีมเปลี่ยนรุ่น

นอนดายังเป็นคนทำประตูสูงสุดของทีมในลีกฤดูกาลนั้นด้วย 14 ลูก แต่ยอดรวมของโมนาโกมีเพียง 36 ประตู เท่ากับเขาทำเกือบสองในห้าของทั้งหมด เมื่อเข้าสู่ปี 2002/03 ทีมจึงต้องเพิ่มทางสร้างโอกาสรอบตัวศูนย์หน้า พร้อมยกระดับเกมรับและเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นอายุน้อยกว่าเข้ามารับผิดชอบ

ผลลัพธ์เห็นได้จากตัวเลขฤดูกาลถัดมา โมนาโกแข่ง 38 นัด ชนะ 19 เสมอ 10 แพ้ 9 ยิง 66 เสีย 33 และมี 67 แต้ม จำนวนชัยชนะเพิ่มจาก 9 เป็น 19 แม้โปรแกรมยาวขึ้นสี่นัด ประตูได้เพิ่ม 30 ลูก ขณะที่ยอดประตูเสียลดจาก 41 ใน 34 นัดเป็น 33 ใน 38 นัด ทีมจบตามลียงแชมป์เพียงหนึ่งแต้มและนำมาร์กเซยอันดับสามสองแต้ม

การเริ่มต้นยังไม่ราบรื่นตามประวัติสโมสร แต่ทีมเก็บชัยชนะสำคัญได้ตั้งแต่ต้นฤดูกาล นัดแรกบุกชนะทรัวส์ 4-0 โดยนอนดายิงสองประตู ลูโดวิก ชูลีและมาร์เซโล กายาร์โดทำอีกคนละลูก หลังแพ้บาสเตียในรอบสาม โมนาโกตอบด้วยชัยชนะเหนือโซโชซ์ 1-0 จากประตูของโรเตน แล้วค่อยสะสมคะแนนกลับสู่กลุ่มบน

สนามหลุยส์เดอซ์ในโมนาโก
สนามหลุยส์เดอซ์ในโมนาโก

ด้านซ้ายที่สร้างโอกาส

โรเธนเอวรากับนอนดา

โรเตนเป็นเท้าซ้ายที่สร้างบอลให้แนวรุก ขณะที่เอวรารับบทแบ็กซ้าย นอนดาเล่าว่าเดชองส์ให้เขากับโรเตนฝึกความเข้าใจในการซ้อม จนเขาอ่านท่าทางของเพื่อนและคาดล่วงหน้าได้ว่าจะเล่นบอลอย่างไร เจ้าตัวยังประเมินว่าประมาณครึ่งหนึ่งของ 26 ประตูในปี 2003 มีส่วนมาจากโรเตน คำพูดนี้ระบุความสัมพันธ์ของผู้ส่งกับผู้จบอย่างตรงไปตรงมา

นอนดาไม่ได้ยืนรอบอลอยู่จุดเดียว เขาอธิบายว่าชอบเคลื่อนทั่วแนวรุกและขอบอลทั้งซ้ายกับขวา การเคลื่อนเช่นนี้เข้ากับโรเตนซึ่งผ่านบอลจากด้านซ้ายและชูลีที่โจมตีอีกฝั่ง เมื่อศูนย์หน้าสลับช่องรับบอล ผู้เล่นด้านข้างจึงมีทั้งเป้าหมายในกรอบและพื้นที่สำหรับเข้าทำเอง

เกมชนะแก็งก็อง 4-0 วันที่ 14 ธันวาคม 2002 แสดงการแบ่งหน้าที่ นอนดายิงจุดโทษนาที 40 เปิดสกอร์ โรเตนทำสองประตูในนาที 54 และ 69 ก่อนดาโด เพรโซปิดเกมนาที 77 ศูนย์หน้าจึงไม่ได้ผูกขาดการยิง ขณะที่คนสร้างโอกาสทางซ้ายสามารถเข้าสู่ตำแหน่งจบสกอร์เมื่อเกมเปิดพื้นที่

เอวราเพิ่มคนจากแนวหลัง สโมสรระบุว่าแบ็กซ้ายรายนี้ยิงประตูชัยจากบริเวณหน้ากรอบในเกมชนะสต๊าด แรนส์ 2-1 รอบที่เก้า อีกตัวอย่างเกิดในเกมบุกชนะเลอ อาฟร์ 3-0 วันที่ 22 มีนาคม 2003 นอนดายิงจุดโทษนาที 24 เพรโซยิงนาที 28 และเอวราทำประตูนาที 30 สามประตูในหกนาทีมาจากผู้เล่นสามบทบาท

จุดเด่นของด้านซ้ายจึงมีมากกว่าการเปิดบอลซ้ำแบบเดียว โรเตนสร้างจังหวะและทำประตู เอวราเติมจากแบ็ก และนอนดาเคลื่อนหาพื้นที่รับบอล สโมสรสรุปฤดูกาลโดยให้นอนดาเป็นดาวซัลโวและโรเตนเป็นผู้จ่ายสูงสุด ส่วนยอด 66 ประตูของทีมสูงที่สุดในลีก แสดงว่าการประสานงานนี้เชื่อมกับผลผลิตของทั้งทีม

สนามหลุยส์เดอซ์ในโมนาโก
สนามหลุยส์เดอซ์ในโมนาโก

รองแชมป์ที่เป็นฐานต่อยอด

เยาวชนที่ได้บทบาทจริง

เอวราย้ายมาจากนีซในปี 2002 และก้าวเป็นแบ็กซ้ายตัวจริงทันที ขณะที่สกิลลาชีซึ่งผ่านระบบเยาวชนโมนาโกกลับจากการยืมตัวที่อฌักซิโอแล้วอยู่ในแนวรับชุดหลัก ประวัติของสโมสรชี้ชื่อทั้งคู่ในฐานะผู้เล่นหนุ่มที่ต่อมากลายเป็นทีมชาติฝรั่งเศส ฤดูกาลรองแชมป์จึงเป็นเวทีแข่งขันจริง ไม่ใช่เพียงช่วงรอพัฒนาในทีมสำรอง

ถ้วยลีกคัพยืนยันว่าพัฒนาการไม่ได้มีเฉพาะตารางลีก โมนาโกชนะโซโชซ์ 4-1 ในนัดชิงวันที่ 17 พฤษภาคม 2003 ก่อนจบลีกเป็นรองแชมป์หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ส่วนเกมลีกนัดสุดท้าย ทีมชนะทรัวส์ 6-0 นอนดาทำแฮตทริก เพรโซยิงสอง และโรเตนอีกหนึ่ง แม้ชัยชนะใหญ่ไม่พอแซงลียง แต่ทำให้นอนดาจบที่ 26 ประตู

ผลงานก่อนยกระดับในยุโรป

ฤดูกาล 2003/04 โมนาโกเข้าชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกหลังเปลี่ยนขุมกำลังและเสียนอนดาจากอาการบาดเจ็บหนัก เอวรา โรเตน ชูลี โรมา สกิลลาชี ชีเวต์ แบร์นาร์ดี ซีกอส และเดชองส์ยังอยู่ในแกนที่ต่อยอดจากปีก่อน ประสบการณ์ลุ้นแชมป์และชนะนัดชิงบอลถ้วยจึงเป็นฐานการแข่งขันที่มีอยู่แล้ว

โมนาโก2003 แสดงการฟื้นทีมด้วยตัวเลขที่ตรวจได้: จากอันดับ 15 ขึ้นอันดับสอง ชัยชนะเพิ่มสิบเกม ประตูได้เพิ่ม 30 ลูก และเสียลดลงแม้แข่งมากขึ้น นอนดากลายเป็นดาวซัลโว โรเตนเป็นผู้จ่ายสูงสุด เอวรากับสกิลลาชีเติบโตในทีมจริง เรื่องของ เดชองส์โมนาโก จึงเป็นการสร้างทีมผ่านฤดูกาลลีกเต็ม ก่อนชื่อของสโมสรจะถูกจดจำบนเวทียุโรปในปีต่อมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO