จุดโทษคุทซอป คือชื่อเรียกจังหวะที่มิชาเอล คุทซอปยิงจุดโทษไม่เข้าในนาทีที่ 90 ของเกมที่แวร์เดอร์ เบรเมนเปิดบ้านรับมือบาเยิร์น มิวนิกเมื่อวันที่ 22 เมษายน 1986 หลายคนจดจำจังหวะนี้ว่าเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เบรเมนพลาดแชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาลนั้น แต่เมื่อดูผลการแข่งขันทั้งฤดูกาลอย่างละเอียดจะพบว่าเรื่องราวซับซ้อนกว่าจังหวะเดียวในสนามมากนัก ฤดูกาล 1985/86 เป็นหนึ่งในฤดูกาลที่การลุ้นแชมป์บุนเดสลีกาสูสีที่สุดครั้งหนึ่งในทศวรรษนั้น เพราะสองทีมที่มีสไตล์การเล่นต่างกันอย่างชัดเจนต้องไล่บี้กันมาจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล
จุดโทษคุทซอป ตารางก่อนเกมกับบาเยิร์น
ก่อนเกมนัดที่ 33 ของฤดูกาล 1985/86 ทั้งแวร์เดอร์ เบรเมนและบาเยิร์น มิวนิกต่างไล่ตามกันมาอย่างสูสีในตารางคะแนน เกมนี้จัดขึ้นที่สนามเวเซอร์ในเมืองเบรเมนเมื่อวันที่ 22 เมษายน 1986 มีผู้ชมเข้าสนามถึง 40,800 คน และมีโฟล์คเคอร์ โรทเป็นผู้ตัดสิน เกมนัดนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในนัดชี้ชะตาแชมป์ประจำฤดูกาล เพราะหากเบรเมนชนะในบ้านตัวเองได้ พวกเขาจะขึ้นนำห่างบาเยิร์นในตารางคะแนนทันที ความกดดันในสนามจึงสูงตั้งแต่นาทีแรกของเกม เพราะทั้งสองทีมรู้ดีว่าผลของนัดนี้จะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสคว้าแชมป์ในบั้นปลายฤดูกาล กองเชียร์เจ้าถิ่นที่แน่นสนามเวเซอร์ในคืนนั้นต่างคาดหวังว่าทีมของตัวเองจะได้เปรียบในการลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้าย เพราะเบรเมนไม่ได้มีโอกาสเจอบาเยิร์นในบ้านตัวเองบ่อยครั้งนักในช่วงเวลาที่ทั้งสองทีมสูสีกันขนาดนี้
นาทีจุดโทษและผลเสมอ

ตลอด 90 นาทีของเกม ทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูใส่กันได้เลย จนกระทั่งเบรเมนได้จังหวะจุดโทษในนาทีที่ 90 ซึ่งเป็นโอกาสทองที่จะพลิกเกมและคว้าสามแต้มสำคัญไปครอง มิชาเอล คุทซอปรับหน้าที่สังหารจุดโทษ แต่ลูกยิงของเขากลับไม่เข้าประตู ทำให้เกมจบลงด้วยผลเสมอ 0 ต่อ 0 จังหวะนี้กลายเป็นภาพจำที่แฟนบอลเบรเมนพูดถึงมากที่สุดจังหวะหนึ่งของฤดูกาลนั้น เพราะเกิดขึ้นในนาทีสุดท้ายของเกมพอดี หากยิงเข้าเบรเมนจะได้สามแต้มและขึ้นนำบาเยิร์นในตารางคะแนนทันที แต่เมื่อยิงไม่เข้า ทีมก็ต้องพอใจกับแค่หนึ่งแต้มจากผลเสมอแทน บรรยากาศในสนามหลังจากจังหวะนั้นเงียบลงทันที เพราะแฟนบอลเจ้าถิ่นต่างรู้สึกว่าโอกาสทองที่หายากได้หลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา ผู้เล่นหลายคนในทีมเบรเมนยอมรับในภายหลังว่าจังหวะนั้นส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทีมไปพักหนึ่ง แม้จะยังเหลือเวลาอีกหนึ่งนัดให้ลุ้นแชมป์ต่อก็ตาม
นัดสุดท้ายยังต้องลงเล่น

สิ่งที่หลายคนมักลืมไปคือหลังจากนัดที่พลาดจุดโทษ ฤดูกาลยังไม่จบ ทั้งสองทีมยังต้องลงเล่นนัดสุดท้ายอีกหนึ่งนัดก่อนปิดฤดูกาล ในนัดปิดฤดูกาล เบรเมนต้องออกไปเยือนวีเอฟเบ สตุ๊ตการ์ทและพ่ายแพ้ไป 1 ต่อ 2 ขณะที่บาเยิร์น มิวนิกเปิดบ้านเอาชนะโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคไปอย่างถล่มทลายถึง 6 ต่อ 0 ผลการแข่งขันนัดสุดท้ายนี้เองที่เป็นตัวชี้ขาดแชมป์ที่แท้จริง เพราะแม้เบรเมนจะยิงจุดโทษเข้าในนัดที่ 33 และคว้าชัยไปได้ พวกเขาก็ยังต้องทำผลงานให้ดีในนัดสุดท้ายเช่นกันจึงจะการันตีแชมป์ได้ การที่เบรเมนพ่ายแพ้ในนัดปิดฤดูกาลขณะที่บาเยิร์นเก็บชัยชนะขาดลอย จึงเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักไม่น้อยไปกว่าจังหวะจุดโทษที่พลาดไปก่อนหน้านั้นเลย การที่บาเยิร์นสามารถทำได้ถึงหกประตูในเกมนัดปิดฤดูกาลยังแสดงให้เห็นว่าทีมมาถูกทางในแง่ความพร้อมของนักเตะช่วงโค้งสุดท้าย ขณะที่เบรเมนกลับเจอกับทีมที่ต่อสู้อย่างเต็มที่จากสตุ๊ตการ์ทซึ่งไม่ได้ปล่อยให้เกมง่ายอย่างที่หลายคนคาดไว้ก่อนเริ่มนัดนี้
ผลต่างประตูตัดสินอย่างไร
เมื่อจบฤดูกาล ทั้งบาเยิร์น มิวนิกและแวร์เดอร์ เบรเมนมีคะแนนเท่ากันที่ 49 แต้ม บาเยิร์นทำได้ 82 ประตู เสีย 31 ประตู คิดเป็นผลต่างประตูบวก 51 ขณะที่เบรเมนทำได้ 83 ประตูซึ่งมากกว่าบาเยิร์นเสียอีก แต่เสียไปมากถึง 41 ประตู คิดเป็นผลต่างประตูบวก 42 เท่านั้น บาเยิร์นจึงคว้าแชมป์ไปครองด้วยผลต่างประตูที่ดีกว่า สิ่งที่น่าสนใจคือตลอดทั้งฤดูกาลบาเยิร์นไม่เคยขึ้นเป็นจ่าฝูงของตารางเลยแม้แต่สัปดาห์เดียว จนกระทั่งนัดสุดท้ายที่พวกเขาทะยานขึ้นแซงด้วยผลต่างประตู นี่คือเหตุผลที่คนในวงการฟุตบอลเยอรมันย้ำเสมอว่าจุดโทษที่คุทซอปพลาดไม่ใช่สาเหตุเดียวที่เบรเมนเสียแชมป์ เพราะผลการแข่งขันในนัดสุดท้ายของทั้งสองทีมต่างหากที่เป็นตัวชี้ขาดที่แท้จริงของฤดูกาลนั้น หากมองในมุมกลับกัน แม้คุทซอปจะยิงจุดโทษเข้าและเบรเมนคว้าชัยในนัดที่ 33 ไปได้ พวกเขาก็ยังต้องรักษาผลงานในนัดสุดท้ายให้ดีพอจะไม่ถูกบาเยิร์นไล่ตามทันด้วยผลต่างประตู เพราะช่องว่างของผลต่างประตูระหว่างสองทีมก่อนนัดสุดท้ายนั้นแคบมากจนแทบทุกประตูมีความหมาย ความจริงข้อนี้เองที่ทำให้แฟนบอลรุ่นหลังเมื่อย้อนกลับไปดูสถิติทั้งฤดูกาลมักเห็นตรงกันว่าการโทษความพ่ายแพ้ทั้งฤดูกาลไว้ที่จังหวะเดียวเป็นการมองข้ามรายละเอียดสำคัญอื่น ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย เรื่องราวของฤดูกาล 1985/86 จึงยังคงถูกหยิบยกมาเล่าซ้ำทุกครั้งที่มีการพูดถึงฤดูกาลที่การลุ้นแชมป์สูสีที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา

