มาโนโล ดาวซัลโวในสโมสรที่เปลี่ยนโค้ชแทบทุกฤดูกาล

มาโนโล ในสีเสื้อแอตเลติโก มาดริด

มาโนโล แอตเลติโก คือภาพแทนของความย้อนแย้งในสโมสรแอตเลติโก มาดริดช่วงต้นทศวรรษ 1990 เพราะขณะที่กองหน้าคนนี้ยิง 27 ประตูคว้ารางวัลปิชิชิให้ทีมในฤดูกาล 1991-92 สโมสรกลับเปลี่ยนโค้ชกันแทบทุกปีภายใต้การบริหารของประธานที่ชื่อเฆซุส กิล เรื่องราวของมาโนโลจึงเป็นเรื่องของนักเตะเก่งที่ต้องเล่นในสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยนิ่งเลยสักฤดูกาล

แอตเลติโกต้นทศวรรษ 1990 บริหารกันแบบไหน

เฆซุส กิลเข้ามาเป็นประธานสโมสรแอตเลติโก มาดริดตั้งแต่ปี 1987 และทุ่มเงินซื้อนักเตะราคาแพงทันที รวมถึงเปาโล ฟูเตรที่เพิ่งคว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพมากับปอร์โต้ แต่ตลอดหลายปีภายใต้การบริหารของเขา สโมสรจ้างและปลดโค้ชระดับแนวหน้าต่อเนื่องกันหลายคน ทั้งเซซาร์ ลุยส์ เมนอตติ, รอน แอตกินสัน, ฮาบิเอร์ เคลเมนเต้, โตมิสลาฟ อิวิช, ฟรานซิสโก มาตูราน่า และอัลฟิโอ บาซิเล่ รวมถึงตำนานสโมสรอย่างลูอิส อารากอนเนสด้วย นอกจากนี้ในปี 1992 กิลยังสั่งปิดอะคาเดมีเยาวชนของสโมสร ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราอุล นักเตะดาวรุ่งวัย 15 ปีที่อยู่ในอะคาเดมีต้องย้ายข้ามเมืองไปอยู่กับเรอัลมาดริดคู่แข่งแทน และไปโด่งดังระดับโลกกับทีมนั้นในเวลาต่อมา นอกจากนี้เฆซุส กิลยังผลักดันให้สโมสรแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนที่ซื้อขายหุ้นได้ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ที่เขาผลักดันมาตลอดตั้งแต่เข้ามาบริหารสโมสร

มาโนโลเล่นแบบไหนและยิงได้เท่าไร

มานูเอล ซานเชซ เดลกาโด หรือที่รู้จักกันในชื่อมาโนโล เกิดที่เมืองกาเซเรสเมื่อวันที่ 17 มกราคม 1965 เติบโตผ่านทีมท้องถิ่นกาเซเรนโย ก่อนย้ายไปซาบาเดยล์ในเซกุนด้า ดิบิซิออนระหว่างปี 1983 ถึง 1985 แล้วย้ายต่อไปเรอัลมูร์เซียระหว่างปี 1985 ถึง 1988 ซึ่งเขาช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ลาลีกาได้ในฤดูกาล 1985-86 ก่อนยิง 11 ประตูจาก 36 นัดในฤดูกาลถัดมาช่วยให้ทีมรักษาสถานะลีกสูงสุดไว้ได้ เขาย้ายมาร่วมทีมแอตเลติโก มาดริดในช่วงซัมเมอร์ปี 1988 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขา โดยจับคู่เล่นกับเปาโล ฟูเตรจนกลายเป็นคู่หูแนวรุกที่อันตราย ด้วยการจ่ายบอลจากฟูเตรอย่างต่อเนื่อง เขาก้าวขึ้นเป็นดาวซัลโวของลีกในฤดูกาล 1991-92 ด้วยผลงาน 27 ประตู

ด้านนอกสนามวันดา เมโตรโปลิตาโน มีธงลายทางแดงขาวปักอยู่ด้านหน้าทางเข้า
สนามวันดา เมโตรโปลิตาโน สนามเหย้าปัจจุบันของแอตเลติโก มาดริด

ทีมจบอันดับเท่าไรในฤดูกาลนั้น

ฤดูกาล 1991-92 แชมป์ลาลีกาตกเป็นของบาร์เซโลนาด้วยสมัยที่ 12 ภายใต้ทีมดรีมทีมของโยฮัน ครัฟฟ์ ส่วนแอตเลติโก มาดริดจบอันดับสามด้วยผลงาน 24 ชนะ 5 เสมอ 9 แพ้ ยิงได้ 67 เสีย 35 ประตู โควตายูฟ่าคัพของฤดูกาลนั้นตกเป็นของเรอัลมาดริด บาเลนเซีย เรอัลโซเซียดัด และซาราโกซาแทน ส่วนแอตเลติโกได้สิทธิ์ไปเล่นคัพวินเนอร์สคัพแทน เพราะสโมสรคว้าแชมป์โคปา เดล เรย์ได้ทั้งฤดูกาล 1991 และ 1992 ติดต่อกัน ทำให้แม้จะไม่ได้แชมป์ลีก แต่แอตเลติโกก็ยังมีถ้วยรางวัลระดับประเทศติดมือทั้งสองปี

ความไม่นิ่งของสโมสรกระทบผู้เล่นอย่างไร

ฤดูกาลที่แอตเลติโกเข้าใกล้แชมป์ลาลีกาที่สุดในช่วงนั้นคือ 1990-91 ซึ่งจบเป็นรองแชมป์ตามหลังบาร์เซโลนาของครัฟฟ์อยู่ 10 คะแนน แต่ตลอดหลายปีถัดมาสโมสรก็ไม่เคยกลับไปใกล้แชมป์ลีกได้อีกเลย แม้จะมีนักเตะฝีเท้าดีอย่างมาโนโลและฟูเตรอยู่ในทีมก็ตาม การเปลี่ยนโค้ชถี่และการปิดอะคาเดมีเยาวชนในปี 1992 สะท้อนให้เห็นแนวทางบริหารที่เน้นผลลัพธ์ระยะสั้นมากกว่าการวางรากฐานระยะยาว ทั้งที่ทีมชุดนี้มีวัตถุดิบมากพอจะลุ้นแชมป์ลีกได้จริงหากมีความต่อเนื่องมากกว่านี้ นักเตะอย่างมาโนโลจึงต้องปรับตัวเล่นภายใต้ระบบและโค้ชที่เปลี่ยนหน้าแทบทุกปี ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับกองหน้าที่ต้องอาศัยความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีมในการทำประตูอย่างสม่ำเสมอ

เส้นทางนี้ต่อไปสู่อะไรในอีกไม่กี่ปีถัดมา

ฤดูกาล 1994-95 แอตเลติโกเกือบตกชั้นจริง ๆ โดยต้องอาศัยผลเสมอในนัดสุดท้ายของฤดูกาลเพื่อรักษาสถานะลีกสูงสุดไว้ได้ เหตุการณ์นี้นำไปสู่การเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งพร้อมการเคลียร์ผู้เล่นชุดใหญ่จำนวนมากในช่วงซัมเมอร์ปี 1995 ก่อนที่โค้ชคนใหม่อย่างราโดมีร์ อันติชจะเข้ามาคุมทีมในฤดูกาล 1995-96 และพลิกสถานการณ์พาแอตเลติโกคว้าดับเบิ้ลแชมป์ลาลีกาและโคปา เดล เรย์ได้สำเร็จ ส่วนมาโนโลใช้เวลาทั้งหมดเจ็ดฤดูกาลกับแอตเลติโก มาดริดระหว่างปี 1988 ถึง 1995 ลงเล่น 219 นัด ยิง 76 ประตู ก่อนปิดท้ายอาชีพค้าแข้งกับเมริดาในปี 1995-96 ตลอดอาชีพในลาลีกาเขาลงเล่นรวม 292 นัด ยิง 96 ประตูตลอดเก้าฤดูกาล และยังติดทีมชาติสเปน 28 นัด ยิง 9 ประตูระหว่างปี 1988 ถึง 1992 รวมถึงได้ไปเล่นฟุตบอลโลกปี 1990 กับทีมชาติด้วย เมื่อมองภาพรวมทั้งอาชีพของเขา ฤดูกาลที่คว้าปิชิชิจึงเป็นจุดสูงสุดที่เกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายเบื้องหลังสโมสร ไม่ใช่ผลจากการวางแผนระยะยาวของฝ่ายบริหารแต่อย่างใด

เส้นขอบฟ้าของกรุงมาดริด เห็นตึกสูงและอาสนวิหารอยู่ไกล ๆ
เส้นขอบฟ้าของกรุงมาดริดในยุคปัจจุบัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO