บัลตาซาร์ แอตเลติโก คือชื่อที่หลายคนอาจลืมไปแล้วเมื่อพูดถึงดาวซัลโวลาลีกาช่วงปลายทศวรรษ 1980 ทั้งที่ฤดูกาล 1988-89 กองหน้าชาวบราซิลคนนี้ยิงไป 35 ประตูคว้ารางวัลปิชิชิให้แอตเลติโก มาดริดได้สำเร็จ ตัวเลขระดับนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรกับนักเตะที่ก่อนหน้านั้นเพิ่งพาทีมเล็กอย่างเซลตา บีโก้หนีตกชั้นมาหมาด ๆ
ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ใครครองตารางดาวซัลโว
ฤดูกาล 1988-89 เรอัลมาดริดคว้าแชมป์ลาลีกาได้เป็นสมัยที่ 24 และเป็นแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่สี่ ส่วนบาร์เซโลนาซึ่งเพิ่งได้โยฮัน ครัฟฟ์มาคุมทีมจบอันดับสอง ท่ามกลางทีมใหญ่ที่ผลัดกันลุ้นแชมป์เหล่านี้ ผู้ที่คว้ารางวัลปิชิชิดาวซัลโวสูงสุดของฤดูกาลกลับไม่ใช่นักเตะจากเรอัลมาดริดหรือบาร์เซโลนา แต่เป็นบัลตาซาร์ กองหน้าชาวบราซิลของแอตเลติโก มาดริดที่ยิงไปทั้งหมด 35 ประตู ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากพอจะเป็นดาวซัลโวของลีกได้แม้ในยุคที่มีทีมใหญ่แข่งขันกันดุเดือด
บัลตาซาร์มาอยู่กับแอตเลติโกได้อย่างไร
บัลตาซาร์ มาเรีย เด โมไรส์ จูเนียร์ เกิดที่เมืองโกยาเนียในบราซิลเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 1959 เริ่มค้าแข้งกับสโมสรบ้านเกิดอย่างอัตเลติโก โกยาเนียนเซ ก่อนย้ายไปเกรมิโอระหว่างปี 1979 ถึง 1982 ซึ่งเขายิงไป 46 ประตูจาก 78 นัด และเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์บราซิลครั้งแรกของสโมสรในปี 1981 โดยยิงประตูชัยในนัดที่สองของรอบชิงชนะเลิศพบเซาเปาโล หลังจากนั้นเขาย้ายผ่านปัลเมย์รัส ฟลาเมงโก และโบตาโฟโก ก่อนจะมาเริ่มชีวิตค้าแข้งในสเปนกับเซลตา เด บีโก้ในปี 1985 ตอนอายุ 26 ปี ซึ่งฤดูกาลแรกที่มาถึงทีมก็ตกชั้นจากลาลีกาทันที แต่ในฤดูกาล 1986-87 เขากลับมายิงได้ถึง 34 ประตู ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในชีวิตค้าแข้งของเขาและเป็นสถิติดีที่สุดของเซกุนด้า ดิบิซิออนในเวลานั้น ช่วยพาเซลตากลับสู่ลาลีกาได้อีกครั้ง ฤดูกาลเดียวกันนั้นเขาประสบเหตุปะทะกับโฆเซ อันโตนิโอ กายาร์โด ผู้รักษาประตูของมาลากาในเกมหนึ่งช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งผู้รักษาประตูรายนี้เสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมาจากอาการเลือดออกในสมอง เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับตัวเขาอย่างมาก แม้จะไม่ใช่ความผิดของเขาโดยตรง ฤดูกาลถัดมาเขายิงได้เพียง 6 ประตู แต่ทีมยังคงรักษาสถานะลีกสูงสุดไว้ได้ ก่อนที่เขาจะย้ายมาร่วมทีมแอตเลติโก มาดริดในปี 1988

35 ประตูของเขาเกิดจากรูปแบบการเล่นแบบใด
ในฤดูกาลแรกกับแอตเลติโก มาดริดคือ 1988-89 บัลตาซาร์ยิงไป 35 ประตูจากการลงสนามเพียง 36 นัด ซึ่งเป็นอัตราการทำประตูที่สูงมากแม้เทียบกับดาวซัลโวคนอื่นในประวัติศาสตร์ลาลีกา ก่อนหน้านั้นเขาเพิ่งพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าเป็นกองหน้าที่ทำประตูได้สม่ำเสมอทั้งในบราซิลและช่วงปีที่ดีที่สุดกับเซลตา การย้ายมาอยู่กับทีมใหญ่กว่าในลาลีกาจึงไม่ได้ทำให้ฟอร์มการทำประตูของเขาลดลงเลย ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขาทั้งหมด หากเทียบสัดส่วนประตูต่อจำนวนนัดที่ลงสนาม ตัวเลข 35 ประตูจาก 36 นัดถือว่าสูงกว่าฤดูกาลอื่น ๆ ในอาชีพของเขาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่อยู่กับเกรมิโอในบราซิลหรือช่วงที่อยู่กับเซลตาก่อนหน้านี้ก็ตาม
ทำไมทีมยังไม่ได้แชมป์ทั้งที่มีดาวซัลโว
แม้บัลตาซาร์จะทำผลงานส่วนตัวได้ยอดเยี่ยม แต่แอตเลติโก มาดริดในฤดูกาล 1988-89 จบเพียงอันดับสี่ของตาราง ด้วยผลงาน 19 ชนะ 8 เสมอ 11 แพ้ ยิงได้ 69 เสีย 45 ประตู ได้สิทธิ์ไปเล่นยูฟ่าคัพร่วมกับบาเลนเซียและซาราโกซา ขณะที่เรอัลมาดริดครองแชมป์ต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ดังที่กล่าวไปแล้ว เรื่องน่าสนใจอีกอย่างของฤดูกาลนี้คือเรอัลเบติสตกชั้นจากลาลีกาไปพอดี ซึ่งเป็นทีมเดียวกับที่เคยมีดาวซัลโวของตัวเองอย่างโปลี รินกอนเมื่อหกปีก่อนหน้านั้น สะท้อนให้เห็นว่าการมีดาวซัลโวของลีกอยู่ในทีมไม่ได้เป็นหลักประกันความสำเร็จของทีมโดยรวมเสมอไป
หลังฤดูกาลนั้นเขาไปไหนต่อ
ฤดูกาลถัดมา 1989-90 บัลตาซาร์ยังอยู่กับแอตเลติโก มาดริดต่อและยิงได้อีก 18 ประตู ก่อนจะย้ายไปเล่นให้ปอร์โต้ในโปรตุเกสระหว่างปี 1990 ถึง 1991 ซึ่งลงเล่นเพียง 19 นัด ยิง 2 ประตู หลังจากนั้นเขาย้ายไปเรนส์ในลีกฝรั่งเศสระหว่างปี 1991 ถึง 1993 ก่อนกลับไปเล่นในบราซิลกับโกยาสระหว่างปี 1993 ถึง 1995 และปิดท้ายอาชีพค้าแข้งกับเกียวโต เพอร์เพิล ซังกะในญี่ปุ่นระหว่างปี 1995 ถึง 1996 ตลอดอาชีพค้าแข้งเขายังติดทีมชาติบราซิลระหว่างปี 1980 ถึง 1989 และเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์โคปาอเมริกาในปี 1989 ด้วย เส้นทางของเขาจึงเป็นตัวอย่างของนักเตะที่ทำผลงานดีที่สุดในชีวิตขณะอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิด ก่อนจะวนกลับไปจบอาชีพในลีกที่ไกลออกไปอีกฟากหนึ่งของโลก สำหรับแฟนบอลแอตเลติโก มาดริดที่ติดตามยุคนั้น ชื่อของบัลตาซาร์จึงยังคงเป็นคำตอบที่ถูกต้องเสมอเมื่อมีคำถามว่าใครเคยเป็นดาวซัลโวลาลีกาให้สโมสรก่อนยุครุ่งเรืองในทศวรรษ 1990


