เอสปันญอลช่วงพีค อันดับสามในลีกที่พาไปไกลถึงยุโรป

สนามซาร์ริอา รังเหย้าของเอสปันญอล

เอสปันญอล ทศวรรษ 1980 ไม่ได้เป็นแค่ทีมที่สองของเมืองบาร์เซโลนาอย่างที่หลายคนจำได้ในทุกวันนี้ ปลายทศวรรษนั้นสโมสรจากย่านซาร์เรียเคยจบอันดับสามของลาลีกาและไปได้ไกลถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าคัพ ก่อนความไม่นิ่งจะดึงทุกอย่างกลับไปที่จุดเดิมอีกครั้ง เรื่องราวช่วงพีคสั้น ๆ นี้เริ่มต้นจากอันดับในลีกในประเทศ ไม่ใช่จากโชคช่วยในถ้วยยุโรปเพียงครั้งเดียว

เอสปันญอลจบอันดับสามในฤดูกาลไหนและด้วยรูปแบบการแข่งขันแบบใด

ฮาบิเอร์ เคลเมนเต้เข้ามาคุมทีมเอสปันญอลในปี 1986 และในฤดูกาลแรกที่คุมทีมคือ 1986-87 เขาพาทีมจบอันดับสามร่วม ซึ่งถือเป็นผลงานดีที่สุดครั้งหนึ่งของสโมสรจนถึงเวลานั้น ฤดูกาลนั้นลาลีกาใช้รูปแบบพิเศษ คือแข่งขันฤดูกาลปกติ 34 นัดก่อน แล้วนำทีมอันดับต้นตารางไปแข่งกันต่อในกลุ่มชิงแชมป์อีก 10 นัด รวมเป็น 44 นัดสำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบ หลังจบฤดูกาลปกติเอสปันญอลอยู่อันดับสามด้วย 43 คะแนน จาก 17 ชนะ 9 เสมอ 8 แพ้ ยิงได้ 52 เสียไป 30 ประตู และเมื่อจบกลุ่มชิงแชมป์ทั้ง 44 นัด เอสปันญอลยังคงรักษาอันดับสามไว้ได้ด้วย 51 คะแนน ตามหลังเรอัลมาดริดแชมป์ที่ทำได้ 66 คะแนน และบาร์เซโลนาอันดับสองที่ทำได้ 63 คะแนน

ทีมชุดนั้นเล่นด้วยจุดแข็งอะไร

สิ่งที่ยืนยันได้ชัดจากตัวเลขคือทีมชุดนี้เล่นได้สมดุลทั้งเกมรุกและเกมรับ ยิงได้ถึง 52 ประตูในช่วงฤดูกาลปกติซึ่งเป็นอันดับต้น ๆ ของลีก ขณะที่เสียเพียง 30 ประตู น้อยเป็นอันดับสองรองจากบาร์เซโลนาเท่านั้น ผลงานระดับนี้เกิดขึ้นภายใต้การคุมทีมของฮาบิเอร์ เคลเมนเต้ในฤดูกาลแรกที่เขาเข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งบ่งบอกว่าเขาสามารถวางระบบทีมให้เดินเครื่องได้เร็วตั้งแต่ปีแรก แม้จะไม่มีการบันทึกชื่อผู้ทำประตูสูงสุดของทีมไว้อย่างละเอียดเป็นพิเศษในแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ แต่ตัวเลขทีมโดยรวมก็มากพอจะอธิบายได้ว่านี่คือทีมที่แข็งแกร่งจริง ไม่ใช่ทีมที่อาศัยเพียงฟอร์มการเก็บผลบวกช่วงสั้น ๆ ในยุคที่บาร์เซโลนาและเรอัลมาดริดผลัดกันครองอันดับหนึ่งอันดับสองของลีกแทบทุกฤดูกาล การที่เอสปันญอลแทรกขึ้นมาอยู่อันดับสามได้ทั้งสองรอบการแข่งขันจึงถือเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักสำหรับสโมสรขนาดกลางของบาร์เซโลนาเอง

อันดับในลีกพาทีมไปสู่รายการยุโรปอย่างไร

ฤดูกาลนั้นสเปนได้โควตายูฟ่าคัพมากถึงสามทีม ได้แก่บาร์เซโลนา เอสปันญอล และสปอร์ติง กิฆอน ซึ่งมากกว่าปกติที่มักให้แค่หนึ่งหรือสองทีม การจบอันดับสามของเอสปันญอลจึงพาทีมเข้าสู่ยูฟ่าคัพฤดูกาล 1987-88 ได้โดยตรง และทีมก็เดินหน้าเอาชนะคู่แข่งไปเรื่อย ๆ จนเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ซึ่งเป็นรอบชิงชนะเลิศถ้วยยุโรปครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร คู่แข่งในนัดชิงคือไบเออร์ เลเวอร์คูเซนจากเยอรมนี

งานปูนปั้นประดับเหนือประตูทางเข้าอาคารเก่าบนถนนสายหนึ่งในเมืองบาร์เซโลนา
รายละเอียดงานปูนปั้นบนอาคารเก่าแห่งหนึ่งในเมืองบาร์เซโลนา

สนามซาร์เรียมีบทบาทอย่างไรในช่วงนั้น

สนามซาร์เรียเป็นสนามเหย้าของเอสปันญอลมาตั้งแต่เปิดใช้งานวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1923 จนถึงปี 1997 ตั้งอยู่ในย่านซาร์เรียของเมืองบาร์เซโลนา มีความจุ 44,000 ที่นั่ง และเคยเป็นหนึ่งในสนามที่ใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1982 มาก่อนด้วย โดยเป็นเจ้าภาพให้กลุ่มซีรอบสองที่มีทั้งอาร์เจนตินาแชมป์เก่า บราซิลทีมที่หลายคนมองว่าเก่งที่สุดในทัวร์นาเมนต์ และอิตาลีแชมป์ในที่สุด นัดตัดสินคืออิตาลีเอาชนะบราซิล 3-2 ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนัดที่ดีที่สุดของประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก และสนามเต็มความจุตลอดสองนัดสุดท้ายของกลุ่มนี้ ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าคัพปี 1988 เลกแรกจัดขึ้นที่สนามซาร์เรียเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 1988 ต่อหน้าผู้ชม 31,180 คน และเอสปันญอลเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ถึง 3-0 ทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นมีความหวังเต็มเปี่ยมก่อนออกไปเยือนเยอรมนีในเลกที่สอง สนามแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่บันทึกหนึ่งในค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรเอาไว้ ก่อนจะถูกขายและรื้อถอนไปในที่สุดเมื่อวันที่ 20 กันยายน 1997 เพราะปัญหาหนี้สินสะสมของสโมสร

ทำไมสโมสรถึงไม่สามารถรักษาระดับนี้ไว้ได้

เลกที่สองที่เยอรมนีเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 1988 เอสปันญอลเป็นฝ่ายแพ้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 0-3 หลังต่อเวลาพิเศษ ทำให้สกอร์รวมจบลงที่ 3-3 และไบเออร์ เลเวอร์คูเซนเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ไปครองด้วยการดวลจุดโทษ 3-2 หลังจากความผิดหวังครั้งนั้น สโมสรตกชั้นจากลาลีกาถึงสองครั้งในช่วงเวลาไม่กี่ปีถัดมา ก่อนจะกลับมายืนหยัดในลีกสูงสุดได้อย่างมั่นคงอีกครั้งหลังคว้าแชมป์เซกุนด้า ดิบิซิออนในฤดูกาล 1993-94 และรักษาสถานะทีมลาลีกาต่อเนื่องยาวนานจนถึงการตกชั้นครั้งถัดไปในฤดูกาล 2019-20 ส่วนสนามซาร์เรียเองก็ไม่ได้อยู่รอดผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นไปด้วย หลังถูกขายไปแล้วสโมสรต้องย้ายไปเล่นที่สนามโอลิมปิกที่มอนต์จูอิกอยู่ 12 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปยังสนามที่กอร์เนยา-เอลปรัตในปี 2009 ซึ่งเป็นสนามเหย้าที่ใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน มองย้อนกลับไป ช่วงพีคปลายทศวรรษ 1980 ของเอสปันญอลจึงเป็นเหมือนหน้าต่างสั้น ๆ ที่เปิดออกมาแล้วปิดลงอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความทรงจำเกี่ยวกับนัดชิงยูฟ่าคัพและสนามซาร์เรียที่ไม่มีอยู่แล้วในทุกวันนี้

ผู้รักษาประตูสวมชุดสีเหลืองกำลังเตะบอลออกจากเขตประตูบนสนามฝึกซ้อม
จังหวะผู้รักษาประตูเตะบอลออกจากเขตประตู

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO