โบลตัน วันเดอเรอร์ส อันดับหกที่พาสโมสรไปยุโรปครั้งแรก

สนาม Toughsheet Community Stadium (Reebok Stadium) ของโบลตัน วันเดอเรอร์ส

โบลตัน วันเดอเรอร์ส จบฤดูกาล 2004/05 ด้วยอันดับหก และพาสโมสรไปเล่นถ้วยยุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มทีมใหญ่ของพรีเมียร์ลีก เรื่องราวของทีมชุดนี้จึงน่าสนใจกว่าตัวเลขอันดับเพียงอย่างเดียว เพราะวิธีที่แซม อัลลาร์ไดซ์ประกอบทีมขึ้นมาต่างจากแนวทางทั่วไปของสโมสรระดับกลางตารางในยุคนั้น แทนที่จะทุ่มเงินซื้อนักเตะดาวรุ่งราคาแพง สโมสรเลือกใช้วิธีดึงตัวผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงจากหลายประเทศเข้ามาผสมผสานกัน จนกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งกว่าฐานะทางการเงินของสโมสรมาก

โบลตันจบฤดูกาลนั้นอันดับเท่าไร

โบลตัน วันเดอเรอร์สจบฤดูกาล 2004/05 ด้วยอันดับหกของพรีเมียร์ลีก เก็บได้ 58 คะแนน เท่ากับลิเวอร์พูลที่จบอันดับห้าด้วยคะแนนเท่ากัน อันดับหกในฤดูกาลนั้นได้สิทธิ์ไปเล่นยูฟ่าคัพรอบแรก เนื่องจากทีมอันดับหนึ่งถึงสี่ของลีกได้โควตาแชมเปียนส์ลีกไปแล้ว ขณะที่ลิเวอร์พูลในฐานะแชมป์เก่าของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกก็ยังคงได้สิทธิ์ป้องกันแชมป์ในปีถัดไปอีกด้วย ทำให้โควตาของทีมอันดับหกและเจ็ดของลีกถูกส่งไปเล่นยูฟ่าคัพแทน นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่โบลตันได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลระดับทวีปยุโรป หลังจากที่สโมสรก่อตั้งมานานหลายสิบปีโดยไม่เคยผ่านเข้าไปเล่นรายการระดับทวีปได้เลยสักครั้ง การได้สิทธิ์ในฤดูกาลนี้จึงถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของสโมสรอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงผลงานที่ดีในหนึ่งฤดูกาลเท่านั้น

ลูกฟุตบอลลายแดงขาววางอยู่บนสนามหญ้าใกล้ธงมุมสนามสีแดงที่ปักอยู่ริมลู่กรวด
ลูกฟุตบอลวางอยู่ใกล้ธงมุมสนาม จุดเริ่มต้นของลูกตั้งเตะที่เป็นอาวุธสำคัญของทีมโบลตันชุดปี 2004/05

ทีมชุดนั้นประกอบขึ้นมาอย่างไร

ทีมชุดที่พาโบลตันจบอันดับหกไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยงบประมาณมหาศาลแบบสโมสรใหญ่ แต่อาศัยการดึงตัวผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงเข้ามาเสริมทัพหลายคน แกรี สปีดย้ายมาจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 750,000 ปอนด์ เฟร์นันโด ฮิเอร์โร กองหลังทีมชาติสเปนย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวจากอัล ราย์ยานในกาตาร์ ราธี ไจดี กองหลังทีมชาติตูนิเซียย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวจากเอสเปรานซ์ เอล ฮัดจี ดิยุฟย้ายมาแบบยืมตัวหนึ่งฤดูกาลจากลิเวอร์พูล ส่วนทาล เบน ฮาอิม กองหลังทีมชาติอิสราเอลย้ายมาด้วยค่าตัว 203,000 ปอนด์จากมัคคาบี เทลอาวีฟ การรวมตัวของผู้เล่นที่มีประสบการณ์ระดับทีมชาติจากหลายประเทศเช่นนี้เองที่ทำให้ทีมชุดนี้มีความเก๋าเกมสูงกว่าตำแหน่งในตารางคะแนนที่เคยอยู่มาก่อนหน้านี้มาก

รูปแบบการเล่นของทีมเป็นอย่างไร

ผู้เล่นสองคนจากทีมเสื้อแดงและเสื้อฟ้ากระโดดขึ้นชนกันกลางอากาศเพื่อแย่งโหม่งลูกบอล มีผู้ตัดสินสวมเสื้อเหลืองยืนดูอยู่ด้านหลัง
จังหวะกระโดดแย่งโหม่งกลางอากาศระหว่างผู้เล่นสองฝ่าย ภาพแทนเกมลูกกลางอากาศที่ทีมโบลตันใช้เป็นอาวุธหลักในถ้วยยุโรป

แซม อัลลาร์ไดซ์ ผู้จัดการทีมในเวลานั้นมักถูกวิจารณ์ว่าใช้แนวทางเล่นบอลยาวเป็นหลัก แม้ตัวเขาเองจะปฏิเสธข้อครหานี้อยู่เสมอว่าไม่เป็นความจริงเลย เขาระบุว่าจุดแข็งที่แท้จริงของทีมคือการเตรียมทีมอย่างเป็นระบบ ทั้งการจัดระเบียบแนวรับให้มั่นคงและการฝึกซ้อมลูกตั้งเตะอย่างจริงจัง อัลลาร์ไดซ์ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาใช้ในวงการฟุตบอลอังกฤษ ทั้งการวิเคราะห์ผลงานด้วยคอมพิวเตอร์และการฝึกโยคะให้นักเตะ ภาพลักษณ์ทีมที่เน้นความแข็งแกร่งทางกายภาพจึงมาพร้อมกับแนวทางเตรียมทีมที่ทันสมัยกว่าที่หลายคนเข้าใจ จุดแข็งที่แท้จริงของทีมชุดนี้จึงอยู่ตรงกลางระหว่างความแข็งแกร่งทางร่างกายกับการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ ซึ่งต่างจากภาพจำที่คนภายนอกมักมองว่าเป็นเพียงทีมที่เล่นบอลยาวหนีคู่แข่งเพียงอย่างเดียว

ห่างจากอันดับสี่แค่ไหน

ฤดูกาลนั้นเอฟเวอร์ตันจบอันดับสี่ด้วย 61 คะแนน ส่วนโบลตันอันดับหกมี 58 คะแนน ห่างกันเพียง 3 แต้มเท่านั้น ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าโบลตันเข้าใกล้โซนแชมเปียนส์ลีกมากกว่าที่หลายคนคาดคิดไว้ในช่วงต้นฤดูกาล และเป็นเครื่องยืนยันว่าฤดูกาลนี้ไม่ใช่ผลงานที่ประสบความสำเร็จแบบผิดปกติ แต่เป็นผลจากความสม่ำเสมอตลอดทั้งฤดูกาลของทีมที่ถูกมองข้ามในตอนต้นฤดูกาล ระยะห่างเพียง 3 คะแนนจากอันดับสี่ยังเป็นตัวเลขที่แฟนบอลโบลตันหยิบยกมาพูดถึงอยู่เสมอ เมื่อมีการย้อนกล่าวถึงฤดูกาลที่ดีที่สุดฤดูกาลหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสโมสร

ผลงานในถ้วยยุโรปเป็นอย่างไร

ในฤดูกาลถัดมาโบลตันได้ลงเล่นยูฟ่าคัพเป็นครั้งแรกของสโมสร โดยอยู่ในกลุ่มร่วมกับสโมสรจากสี่ประเทศที่ต่างกัน ได้แก่เซบียาจากสเปน เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กจากรัสเซีย เบซิคตัสจากตุรกี และวิตอเรีย เด กีมาไรส์จากโปรตุเกส ทีมจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยอันดับสามจากผลงานชนะ 1 เสมอ 3 ไม่แพ้เลยสักนัด เก็บได้ 6 คะแนน รวมถึงชัยชนะเหนือเซนิต 1-0 และผลเสมอ 1-1 กับทั้งเบซิคตัสและวิตอเรีย เด กีมาไรส์ ทำให้ผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ ก่อนที่จะไปตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายด้วยการพบกับมาร์กเซยจากฝรั่งเศส เสมอ 0-0 ในนัดแรกที่บ้าน แล้วแพ้ไป 1-2 ในเกมเยือน รวมผลสองนัดแพ้ไป 1-2 ตกรอบไป ถือเป็นการปิดฉากประสบการณ์ยุโรปครั้งแรกของสโมสรที่แม้จะจบลงในรอบแรก ๆ แต่ก็เป็นก้าวสำคัญที่ทีมระดับกลางตารางแบบโบลตันไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัส การผ่านรอบแบ่งกลุ่มที่มีทีมจากหลายประเทศในยุโรปมาพบกันได้สำเร็จ ก่อนจะไปแพ้ให้กับสโมสรระดับท็อปของฝรั่งเศสอย่างมาร์กเซยในรอบน็อกเอาต์ ก็เพียงพอที่จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดของแฟนบอลโบลตันในยุคนั้นไปอีกนาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO