น็องต์แชมป์ 1965 รากการเล่นเป็นทีมของอาร์ริบาส

โฆเซ อาร์ริบาส ผู้ฝึกสอนน็องต์

น็องต์แชมป์ 1965 เป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางการเล่นที่ต่อมาถูกเรียกขานว่า “เกมแบบน็องต์” อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสโมสรภายใต้การคุมทีมของโฆเซ อาร์ริบาส แต่ก่อนจะพูดถึงหลักการเล่นเป็นทีมที่กลายเป็นคำขวัญของสโมสรในเวลาต่อมา จำเป็นต้องไล่เรียงข้อเท็จจริงจากประวัติศาสตร์สโมสรก่อนว่าทีมเดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร บทความนี้อธิบายว่าจากการเลื่อนชั้นขึ้นดิวิชันหนึ่งจนถึงการคว้าแชมป์ใช้ช่วงเวลาเท่าใด หลักการทำงานของอาร์ริบาสอธิบายได้อย่างไรจากหลักฐานที่มี ฌักกี ซิมงและเพื่อนร่วมทีมแบ่งบทบาทกันอย่างไร และเหตุใดสนามในยุคนั้นจึงไม่ใช่สนามหลังเดียวกับที่คนรู้จักในปัจจุบัน

จากขึ้นดิวิชันหนึ่งถึงแชมป์ใช้ช่วงใด

เอฟซี น็องต์เลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชันหนึ่งของฝรั่งเศสในปี 1963 หลังจบอันดับสองของดิวิชันสองในฤดูกาลก่อนหน้า โดยครองตำแหน่งจ่าฝูงของดิวิชันสองมาตลอดครึ่งแรกของฤดูกาลนั้น เมื่อขึ้นมาเล่นในดิวิชันหนึ่งฤดูกาลแรกภายใต้การคุมทีมของโฆเซ อาร์ริบาส ทีมจบอันดับที่แปดของตาราง ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าพอใจสำหรับทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา ก่อนที่ในฤดูกาลถัดมาคือ 1964/65 ทีมจะทำผลงานได้ดียิ่งขึ้นไปอีกจนคว้าแชมป์ดิวิชันหนึ่งของฝรั่งเศสได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร การใช้เวลาเพียงสองฤดูกาลจากการเลื่อนชั้นสู่การคว้าแชมป์เช่นนี้ถือเป็นการก้าวกระโดดที่รวดเร็วมากสำหรับทีมที่เพิ่งขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด และเป็นเครื่องยืนยันว่าโครงสร้างทีมที่อาร์ริบาสวางไว้ตั้งแต่ในดิวิชันสองมีคุณภาพสูงพอจะแข่งขันในระดับสูงสุดได้ทันที การจบอันดับแปดในฤดูกาลแรกที่เลื่อนชั้นขึ้นมายังแสดงให้เห็นว่าทีมไม่ได้เพียงแค่รอดตกชั้นอย่างหวุดหวิด แต่สามารถยืนระยะแข่งขันกับทีมที่อยู่ในดิวิชันหนึ่งมานานกว่าได้อย่างสมน้ำสมเนื้อตั้งแต่ปีแรกที่ขึ้นมาเล่น

หลักการทำงานของอาร์ริบาสอธิบายอย่างไร

ลานกว้างภายในปราสาทพร้อมจักรยานจอดพิงกำแพงหินและอาคารด้านหลัง
ลานภายในปราสาทดยุคแห่งบริตานี พื้นที่ประวัติศาสตร์กลางเมืองน็องต์

แนวทางการทำทีมของโฆเซ อาร์ริบาสที่น็องต์มักถูกอธิบายผ่านคุณลักษณะของผู้เล่นที่เขาปั้นขึ้นมา โดยเฉพาะฌักกี ซิมงซึ่งถูกบรรยายไว้ในบันทึกของสโมสรว่าเป็น “นักเตะต้นแบบของโฆเซ อาร์ริบาส” ที่มีทั้งความสามารถทางเทคนิค ความไม่เห็นแก่ตัวในการเล่น การมองเกมที่ชัดเจน การคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า ความเด็ดขาดในจังหวะสำคัญ และสัญชาตญาณการทำประตู คุณสมบัติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าอาร์ริบาสให้ความสำคัญกับการเล่นเป็นทีมและความเสียสละของผู้เล่นแต่ละคนมากกว่าการพึ่งพาความสามารถส่วนตัวของนักเตะเพียงคนเดียว หลักการเช่นนี้แตกต่างจากแนวทางของหลายสโมสรในยุคเดียวกันที่มักพึ่งพาดาวเด่นเพียงคนหรือสองคนเป็นหลัก การปลูกฝังแนวคิดเรื่องการเล่นเพื่อทีมตั้งแต่ระดับผู้เล่นดาวเด่นที่สุดในทีมเช่นนี้เองที่กลายเป็นรากฐานสำคัญของปรัชญาการเล่นที่สโมสรยึดถือต่อมาในระยะยาว สิ่งที่ควรระวังคือการนำคำขวัญด้านการตลาดในยุคหลังมาอธิบายแทนการวิเคราะห์จากหลักฐานร่วมสมัย เพราะคำอธิบายเรื่องคุณสมบัติของซิมงที่ปรากฏในบันทึกของสโมสรนั้นให้ภาพที่เป็นรูปธรรมมากกว่าคำขวัญทั่วไปที่มักถูกใช้พูดถึงสโมสรในภายหลัง

ซิมงและเพื่อนแบ่งบทบาทอย่างไร

ในฤดูกาล 1964/65 ที่น็องต์คว้าแชมป์ได้สำเร็จ ฌักกี ซิมงทำผลงานได้โดดเด่นด้วยการเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของลีกด้วยจำนวน 24 ประตู พร้อมทั้งได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีนั้นด้วย นอกจากนี้เขายังได้รับการเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกในวันที่ 24 มีนาคม 1965 ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับที่ทีมกำลังลุ้นแชมป์ลีกพอดี การที่ผู้ทำประตูสูงสุดของทีมยังได้รับการยอมรับในระดับทีมชาติไปพร้อมกันเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าคุณภาพของซิมงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในบริบทของทีมน็องต์เท่านั้น แต่ยังเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศด้วย แม้เอกสารที่ตรวจสอบได้จะไม่ได้ระบุรายชื่อผู้เล่นคนอื่นในทีมชุดนั้นอย่างครบถ้วน แต่ผลงาน 24 ประตูของซิมงในฤดูกาลที่ทีมคว้าแชมป์ก็เพียงพอจะยืนยันว่าเขาเป็นหนึ่งในกำลังหลักสำคัญของทีมชุดประวัติศาสตร์นี้ การได้รับเลือกเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของปีในฤดูกาลเดียวกับที่ทีมคว้าแชมป์ลีกยังตอกย้ำว่าผลงานส่วนตัวของเขากับความสำเร็จของทีมเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างสอดคล้อง ไม่ใช่กรณีที่นักเตะทำผลงานส่วนตัวได้ดีทั้งที่ทีมโดยรวมไม่ประสบความสำเร็จ

สนามยุคนั้นไม่ใช่บ้านใหม่เสมอไปอย่างไร

หอคอยสีขาวทรงกลมพร้อมบันไดหินโค้งภายในปราสาทน็องต์
หอคอยและบันไดโค้งภายในปราสาทดยุคแห่งบริตานี เมืองที่เอฟซี น็องต์ตั้งอยู่

ประเด็นสำคัญที่มักถูกเข้าใจผิดคือการคิดว่าน็องต์เล่นเกมเหย้าที่สนามลาโบฌัวร์มาตั้งแต่สมัยคว้าแชมป์ครั้งแรกในปี 1965 ทั้งที่ในความเป็นจริงสนามลาโบฌัวร์เพิ่งเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 1984 ซึ่งห่างจากฤดูกาลที่คว้าแชมป์ครั้งแรกถึงเกือบยี่สิบปี ก่อนหน้าที่จะมีลาโบฌัวร์ น็องต์ใช้สนามมาร์แซล-โซแป็งเป็นสนามเหย้ามาตั้งแต่ปี 1937 จนถึงปี 1984 ซึ่งหมายความว่าฤดูกาล 1964/65 อันเป็นฤดูกาลประวัติศาสตร์ที่ทีมคว้าแชมป์ครั้งแรกนั้น แท้จริงแล้วจัดขึ้นที่สนามมาร์แซล-โซแป็ง ไม่ใช่สนามลาโบฌัวร์ที่คนทั่วไปคุ้นเคยในปัจจุบัน การแยกแยะระหว่างสนามเหย้าในอดีตกับสนามเหย้าในปัจจุบันเช่นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดว่าภาพของสนามลาโบฌัวร์ในปัจจุบันคือสถานที่ที่บันทึกประวัติศาสตร์แชมป์ครั้งแรกของสโมสรเอาไว้ ภาพประกอบสถานที่ในบทความนี้จึงใช้เพียงเพื่อบอกเล่าถึงตัวตนปัจจุบันของเมืองน็องต์เท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนภาพบรรยากาศการแข่งขันจริงของฤดูกาล 1964/65 แต่อย่างใด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO