ฟงแตนปี 1958 มักถูกจดจำผ่านตัวเลข 13 ประตูในฟุตบอลโลกที่สวีเดน ซึ่งยังคงเป็นสถิติประตูสูงสุดของผู้เล่นคนเดียวในฟุตบอลโลกครั้งเดียวมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในปีเดียวกันนี้ ฌุสต์ ฟงแตนยังลงเล่นให้สตาดเดอแร็งส์ในลีกประเทศฝรั่งเศสด้วย ทำให้เกิดความสับสนบ่อยครั้งเมื่อพยายามนำตัวเลขประตูจากทั้งสองรายการมารวมกันเป็นยอดเดียว ยิ่งเมื่อมีการอ้างอิงถึงผลงานสะสมตลอดอาชีพค้าแข้งกับสโมสรเข้ามาผสมด้วย ความสับสนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก บทความนี้ไล่เรียงว่าฤดูกาลสโมสรกับปีปฏิทินต่างกันอย่างไร บทบาทของฟงแตนกับแร็งส์มีหลักฐานอะไรรองรับ 13 ประตูฟุตบอลโลกนับจากกี่เกม และเหตุใดยอดประตูของนักเตะคนเดียวจึงไม่สามารถนำมารวมกันตรงๆ ได้
ฤดูกาลสโมสรกับปีปฏิทินต่างกันอย่างไร
ประเด็นแรกที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนคือฟุตบอลลีกของสโมสรในฝรั่งเศสนับตามฤดูกาล ซึ่งเริ่มต้นในฤดูร้อนของปีหนึ่งและจบลงในฤดูร้อนของปีถัดไป เช่นฤดูกาล 1957/58 ที่เริ่มในปี 1957 และจบในช่วงกลางปี 1958 ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลกนับตามปีปฏิทินเดียว คือฟุตบอลโลก 1958 ที่จัดขึ้นในเดือนมิถุนายนของปีนั้น ทั้งสองกรอบเวลานี้จึงทับซ้อนกันบางส่วนแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ฟงแตนลงเล่นให้แร็งส์ตลอดฤดูกาล 1957/58 ก่อนที่จะไปเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสในฟุตบอลโลกซึ่งจัดขึ้นหลังฤดูกาลลีกจบลงไม่นาน การแยกกรอบเวลาทั้งสองออกจากกันอย่างชัดเจนจึงเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนจะพูดถึงสถิติประตูของฟงแตนในปีนั้น เพราะหากปะปนกันอาจทำให้เข้าใจผิดว่าประตูทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันหรือรายการเดียวกัน หลักการแยกฤดูกาลสโมสรออกจากปีปฏิทินเช่นนี้ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะกับกรณีของฟงแตนเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักการพื้นฐานที่ควรใช้กับนักเตะคนอื่นในยุคเดียวกันด้วย เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดเรื่องช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ในอาชีพค้าแข้ง โดยเฉพาะเมื่อนักเตะคนหนึ่งลงเล่นทั้งให้สโมสรและทีมชาติในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันมากจนอาจสร้างความสับสนได้ง่าย
บทบาทกับแร็งส์มีหลักฐานใด

ในฤดูกาล 1957/58 ฟงแตนทำประตูให้สตาดเดอแร็งส์ได้ถึง 34 ประตูจากการลงเล่น 26 นัดในลีกดิวิชันหนึ่งของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นอัตราการทำประตูที่สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนนัดที่ลงเล่น หากมองในภาพรวมตลอดระยะเวลาที่ฟงแตนอยู่กับแร็งส์ตั้งแต่ปี 1956 ถึง 1962 เขาทำประตูรวมได้ 122 ลูกจากการลงเล่น 131 นัดในลีกประเทศ ตัวเลขทั้งสองชุดนี้แสดงให้เห็นว่าฟงแตนเป็นผู้ทำประตูที่มีความสม่ำเสมอสูงตลอดหลายฤดูกาลที่อยู่กับสโมสร ไม่ใช่เพียงทำผลงานโดดเด่นในฤดูกาลเดียวแล้วหายไป การที่เขาย้ายมาร่วมทีมแร็งส์ในปี 1956 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เรย์มงด์ โคปาย้ายออกจากทีมไปเรอัลมาดริดยังเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นว่าแร็งส์สามารถหาผู้เล่นคุณภาพสูงมาทดแทนตำแหน่งสำคัญในทีมได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะสูญเสียผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ไปในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อัตราการทำประตูเฉลี่ยราวหนึ่งลูกต่อนัดตลอดหกฤดูกาลที่อยู่กับแร็งส์ยังเป็นเครื่องยืนยันว่าฟงแตนไม่ได้เป็นเพียงนักเตะที่มีฤดูกาลเดียวโดดเด่นผิดปกติ แต่เป็นผู้ทำประตูที่มีคุณภาพสม่ำเสมอตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งอยู่กับสโมสรแห่งนี้
13ประตูฟุตบอลโลกนับเกมใด
ในฟุตบอลโลก 1958 ที่ประเทศสวีเดน ฌุสต์ ฟงแตนทำประตูรวมได้ 13 ลูกจากการลงเล่นเพียง 6 นัดให้ทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งยังคงเป็นสถิติจำนวนประตูสูงสุดของผู้เล่นคนเดียวในฟุตบอลโลกทัวร์นาเมนต์เดียวมาจนถึงปัจจุบัน สถิตินี้โดดเด่นเป็นพิเศษเพราะเกิดขึ้นในทัวร์นาเมนต์ที่มีการแข่งขันเพียง 6 นัดเท่านั้น ไม่ใช่ตลอดทั้งฤดูกาลยาวนานแบบการแข่งขันลีกในประเทศ การทำประตูเฉลี่ยกว่าสองลูกต่อนัดตลอดทัวร์นาเมนต์จึงเป็นตัวเลขที่ยากจะทำซ้ำได้ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชื่อของฟงแตนถูกจดจำในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกมาจนถึงทุกวันนี้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษและมีทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกเกิดขึ้นอีกหลายครั้งก็ตาม ไม่มีนักเตะคนใดสามารถทำประตูได้มากกว่า 13 ลูกในทัวร์นาเมนต์เดียวอีกเลยนับจากปี 1958 เป็นต้นมา ซึ่งยิ่งตอกย้ำความพิเศษของสถิตินี้ในบริบทของประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกโดยรวม
ทำไมยอดคนเดียวจึงรวมตรงๆไม่ได้

เมื่อนำตัวเลขทั้งหมดมาเรียงกัน จะเห็นได้ว่าฟงแตนมีสถิติประตูอยู่สามชุดที่แตกต่างกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คือ 34 ประตูในลีกฤดูกาล 1957/58 กับแร็งส์ 13 ประตูในฟุตบอลโลก 1958 กับทีมชาติ และ 122 ประตูตลอดระยะเวลา 6 ปีที่อยู่กับแร็งส์ ตัวเลขทั้งสามชุดนี้มาจากรายการแข่งขันคนละประเภทและคนละกรอบเวลา จึงไม่สามารถนำมาบวกรวมกันเป็นยอดเดียวแล้วเรียกว่า “ประตูรวมของฟงแตนในปี 1958” ได้อย่างถูกต้อง เพราะจะทำให้ตัวเลขเกินจริงและสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถิติที่แท้จริงของแต่ละรายการ การแยกสถิติลีกในประเทศ ฟุตบอลโลก และผลงานสะสมตลอดสโมสรออกจากกันอย่างชัดเจนจึงเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาประวัติศาสตร์ฟุตบอลอย่างถูกต้องแม่นยำ โดยไม่หลงไปกับตัวเลขที่ถูกนำมาปะปนกันโดยไม่แยกแยะที่มาของแต่ละรายการให้ชัดเจน กรณีของฟงแตนจึงเป็นตัวอย่างที่ดีในการสอนหลักการอ่านสถิตินักฟุตบอลอย่างรอบคอบ เพราะตัวเลขที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้สะท้อนภาพที่ถูกต้องครบถ้วน หากไม่พิจารณาบริบทของแต่ละรายการแข่งขันประกอบไปด้วย

