ไมเคิล โธมัส 1989 ประตูท้ายเกมที่พลิกแชมป์ลีกทั้งฤดูกาล

ไมเคิล โธมัส ในสีเสื้ออาร์เซนอล

อาร์เซนอล 1989 คือฤดูกาลที่ทีมต้องเดินทางไปเยือนแอนฟิลด์ในนัดสุดท้ายและต้องชนะให้ได้อย่างน้อยสองประตูถึงจะคว้าแชมป์ลีกได้ ก่อนที่ไมเคิล โธมัสจะยิงประตูชี้ขาดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กลายเป็นหนึ่งในค่ำคืนที่ถูกเล่าซ้ำมากที่สุดของวงการฟุตบอลอังกฤษ

ทำไมนัดชี้ขาดถึงมาแข่งปลายเดือนพฤษภาคม

นัดระหว่างลิเวอร์พูลกับอาร์เซนอลเดิมมีกำหนดแข่งขันในวันที่ 23 เมษายน 1989 แต่ถูกเลื่อนออกไปหลังเกิดโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโรเมื่อวันที่ 15 เมษายนปีเดียวกัน ซึ่งมีแฟนบอลลิเวอร์พูลเสียชีวิตจำนวนมากในเหตุการณ์คนแออัดในอัฒจันทร์ระหว่างนัดรอบรองชนะเลิศเอฟเอคัพ ทำให้โปรแกรมของลิเวอร์พูลต้องเลื่อนออกไปหลายนัด นัดชี้ขาดแชมป์ลีกจึงถูกจัดใหม่ไปอยู่ในวันที่ 26 พฤษภาคม 1989 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากลิเวอร์พูลเพิ่งเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 3-2 ในนัดชิงเอฟเอคัพที่เวมบลีย์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมเพียงหกวัน ทำให้นัดนี้กลายเป็นนัดปิดฤดูกาลของทั้งสองทีมพร้อมกัน และเป็นโอกาสสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลจะคว้าดับเบิลแชมป์ลีกกับเอฟเอคัพในฤดูกาลเดียวกัน ในนัดชิงเอฟเอคัพนัดนั้นทั้งสองทีมยืนไว้อาลัยและสวมปลอกแขนสีดำเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ฮิลส์โบโร ก่อนเริ่มเกม สะท้อนว่าทั้งสัปดาห์ปลายเดือนพฤษภาคมปีนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หนักหน่วงสำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูล ทั้งความสูญเสียและความหวังที่จะปิดฉากฤดูกาลด้วยดับเบิลแชมป์

อาร์เซนอลต้องการผลแบบไหน

ก่อนเกมนี้ลิเวอร์พูลมี 76 คะแนน ผลต่างประตู +39 ส่วนอาร์เซนอลมี 73 คะแนน ผลต่างประตู +35 นั่นหมายความว่าอาร์เซนอลตามหลังอยู่ 3 คะแนนพอดี การจะแซงขึ้นเป็นแชมป์อาร์เซนอลต้องเก็บชัยชนะเท่านั้น และเนื่องจากลิเวอร์พูลมีผลต่างประตูดีกว่าอยู่ 4 ลูก ถ้าอาร์เซนอลชนะเพียงประตูเดียว ทั้งสองทีมจะมีคะแนนเท่ากันที่ 76 แต้ม แต่ผลต่างประตูของลิเวอร์พูลจะยังคงดีกว่าอาร์เซนอลอยู่ ทำให้ลิเวอร์พูลยังคงแชมป์ไว้ได้ อาร์เซนอลจึงต้องชนะให้ห่างอย่างน้อยสองประตูเท่านั้น เพื่อให้ผลต่างประตูของทั้งสองทีมเท่ากันพอดีที่ +37 และเมื่อผลต่างประตูเท่ากัน กติกาจะตัดสินด้วยจำนวนประตูที่ทำได้ตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งอาร์เซนอลทำได้ 73 ประตู มากกว่าลิเวอร์พูลที่ทำได้ 65 ประตู เงื่อนไขนี้เองที่ทำให้ผลเสมอหรือชนะเพียงประตูเดียวไม่มีความหมายใด ๆ กับอาร์เซนอลเลย พูดอีกแบบคือถ้าอาร์เซนอลชนะแค่ 1-0 คืนนั้น ถ้วยแชมป์ก็ยังอยู่ที่ลิเวอร์พูลเหมือนเดิม เพราะแม้แต้มจะเท่ากันแต่ผลต่างประตูของลิเวอร์พูลยังนำอยู่ ทีมนักเตะปืนใหญ่จึงต้องเล่นเกมรุกจนวินาทีสุดท้ายโดยไม่มีทางเลือกอื่นเลยตลอดทั้งเกม

เกมคืนนั้นดำเนินไปอย่างไร

เกมเริ่มขึ้นเวลา 20.05 น. ตามเวลาอังกฤษที่สนามแอนฟิลด์ในวันที่ 26 พฤษภาคม 1989 อลัน สมิธโหม่งประตูแรกให้อาร์เซนอลในนาทีที่ 53 จากลูกฟรีคิกทางอ้อม ทำให้อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 ซึ่งยังไม่พอสำหรับการคว้าแชมป์ เกมดำเนินไปจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บโดยอาร์เซนอลยังไม่สามารถหาประตูที่สองได้ ก่อนที่ไมเคิล โธมัสจะพาบอลทะลุแนวรับลิเวอร์พูลขึ้นไปยิงประตูชี้ขาดในนาทีที่ 90+1 จังหวะเริ่มต้นมาจากผู้รักษาประตูจอห์น ลูคิชโยนบอลให้ลี ดิกสัน ก่อนดิกสันจะเปิดบอลยาวไปหาอลัน สมิธ สมิธโหม่งแตะบอลต่อให้โธมัสวิ่งทะลุแดนกลาง หลบการเข้าปะทะของสตีฟ นิคอลได้สำเร็จ แล้วซัดบอลข้ามบรูซ โกรเบลาร์ ผู้รักษาประตูลิเวอร์พูลเข้าประตูไป ผู้บรรยายอย่างไบรอัน มัวร์เอ่ยประโยคที่ต่อมากลายเป็นหนึ่งในคำบรรยายที่ถูกจดจำมากที่สุดในวงการฟุตบอลว่า “โธมัส แชมป์กำลังจะถูกชิงไปแล้วตอนนี้” ทำให้อาร์เซนอลเอาชนะไป 2-0 ผลการแข่งขันนี้ทำให้อาร์เซนอลจบด้วย 76 คะแนนเท่ากับลิเวอร์พูล แต่คว้าแชมป์ไปครองด้วยจำนวนประตูที่ทำได้มากกว่า

มุมสูงของอัฒจันทร์แอนฟิลด์ใต้ท้องฟ้าครึ้ม
อัฒจันทร์แอนฟิลด์มองจากมุมสูงในยามท้องฟ้าครึ้ม

ก่อนหน้านั้นอาร์เซนอลเสียตำแหน่งจ่าฝูงตอนไหน

ตลอดฤดูกาล 1988/89 อาร์เซนอลขึ้นเป็นจ่าฝูงตารางมาตั้งแต่ช่วงคริสต์มาส และเคยนำห่างลิเวอร์พูลมากถึง 11 คะแนนในบางช่วง แต่ผลงานกลับสะดุดในโค้งสุดท้ายของฤดูกาล อาร์เซนอลแพ้น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-3 ในบ้านช่วงเดือนมีนาคม ตามด้วยผลเสมอชาลตัน แอธเลติก 2-2 ในปลายเดือนเดียวกัน จากนั้นแพ้ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1-2 ในบ้านเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม และเสมอวิมเบิลดัน 2-2 ในนัดเหย้านัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ผลงานที่สะดุดต่อเนื่องนี้เปิดทางให้ลิเวอร์พูลซึ่งมีคิวแข่งค้างอยู่ถึงสามนัดจากการเลื่อนโปรแกรมหลังฮิลส์โบโร แซงขึ้นเป็นจ่าฝูงพร้อมนำห่าง 3 คะแนนก่อนเข้าสู่นัดตัดสินที่แอนฟิลด์

ผลของคืนนั้นเปลี่ยนอะไรบ้าง

อุโมงค์ทางเดินสีแดงที่นำไปสู่สนามหญ้าของเอมิเรตส์สเตเดียม
ทางเดินสู่สนามหญ้าของเอมิเรตส์สเตเดียม สนามเหย้าปัจจุบันของอาร์เซนอล

ชัยชนะนัดนี้ทำให้อาร์เซนอลยุติการรอคอยแชมป์ลีกที่ยาวนานถึง 18 ปีนับตั้งแต่แชมป์ครั้งก่อน ส่วนลิเวอร์พูลที่เพิ่งคว้าเอฟเอคัพมาได้เพียงหกวันก่อนหน้า ต้องพลาดโอกาสคว้าดับเบิลไปอย่างน่าเสียดายในนาทีสุดท้ายของฤดูกาล ผลการแข่งขันนัดนี้ยังถูกจดจำในฐานะครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดอังกฤษที่ตำแหน่งแชมป์ต้องตัดสินกันด้วยจำนวนประตูที่ทำได้ตลอดทั้งฤดูกาล หลังจากทั้งคะแนนรวมและผลต่างประตูของทั้งสองทีมเท่ากันเป๊ะ เหตุการณ์คืนนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าของประตูในนาทีสุดท้าย แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการคำนวณตัวเลขในกติกาฟุตบอลที่ตัดสินแชมป์ได้แบบเฉียดฉิวที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น คำบรรยายของไบรอัน มัวร์ในวินาทีนั้นถูกนิตยสารดิ ออบเซิร์ฟเวอร์จัดให้เป็นหนึ่งในสิบคำบรรยายกีฬาที่ดีที่สุดตลอดกาลเมื่อปี 2002 และยังถูกนำไปใช้เป็นชื่อสารคดีของสโมสรอาร์เซนอลกับพอดแคสต์ในเวลาต่อมา ตอกย้ำว่าค่ำคืนวันที่ 26 พฤษภาคม 1989 ไม่ได้มีความหมายแค่กับสองสโมสรเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเล่าเรื่องฟุตบอลอังกฤษไปด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO