โมนาโก2000 คู่ซิโมเนกับเตรเซเกต์สร้างแชมป์อย่างไร

มาร์โก ซิโมเน ในชุดโมนาโก

โมนาโก2000 เป็นแชมป์ดิวิชัน 1 ที่สร้างจากการเปลี่ยนผ่านหลายจุด โคลด ปูแอลรับตำแหน่งต่อหลังทำหน้าที่ชั่วคราว มาร์โก ซิโมเนเข้ามาแทนพื้นที่ในเกมรุกที่ว่างลง ขณะที่ราฟาเอล มาร์เกซเติมแนวรับ ทีมจบ 34 นัดด้วย 65 แต้มและยิง 69 ประตู โดยดาวิด เตรเซเกต์กับซิโมเนยิงรวมกัน 43 ลูก แต่ภาพเต็มยังรวมถึงการสร้างเกมของมาร์เซโล กายาร์โดกับลูโดวิก ชูลี และแนวรับที่ช่วยให้ทีมยืนบนสุดตั้งแต่นัดที่ 13

ทีมใหม่หลังการเปลี่ยนผ่าน

ปูแอลกับแกนที่รับช่วง

ปูแอลเข้ามารับงานต่อจากฌอง ติกานาในเดือนมกราคม 1999 โดยเริ่มจากการคุมทีมชั่วคราว ก่อนจะได้รับโอกาสทำงานต่อในฤดูกาล 1999/00 ขณะเดียวกัน เธียร์รี อองรีกับวิกเตอร์ อิกเปบาออกจากสโมสร โมนาโกจึงไม่ได้เริ่มฤดูกาลด้วยแนวรุกชุดเดิมทั้งหมด การเซ็นซิโมเนเพิ่มผู้เล่นประสบการณ์สูง ส่วนมาร์เกซเข้ามาเป็นตัวเลือกเซ็นเตอร์แบ็กวัยหนุ่ม

แกนเดิมยังมีฟาเบียน บาร์กเตซในประตู วิลลี ซาญอลกับยอห์น อาร์เน รีเซ่ในตำแหน่งด้านข้าง และฟิลิป คริสต็องวาลตรงกลาง มาร์เกซจับคู่กับคริสต็องวาลในฤดูกาลแชมป์ เจ้าตัวคริสต็องวาลอธิบายภายหลังว่ามาร์เกซมีคุณภาพด้านเทคนิคและการอ่านเกม ขณะที่ปูแอลเป็นโค้ชที่เข้มงวดและจริงจัง คุณสมบัติเหล่านี้สะท้อนการสร้างทีมที่ไม่ได้พึ่งจำนวนประตูอย่างเดียว

โมนาโก2000 ตั้งหลักในลีกเมื่อใด

สองนัดแรกของฤดูกาลยังไม่ทำให้ทีมขึ้นนำการแข่งขัน แต่หลังจากนั้นผลลัพธ์เริ่มต่อเนื่อง เกมสำคัญช่วงต้นรวมถึงการบุกชนะปารีส แซงต์ แชร์กแมง 3-0 ในนัดที่แปด แล้วชนะลียง 1-0 ในนัดที่เก้า ส่วนเกมเหย้ากับโอแซร์ซึ่งอยู่ในโปรแกรมนัดที่ 12 ถูกเลื่อนไปเตะวันที่ 1 ธันวาคม หลังโมนาโกขึ้นจ่าฝูงแล้ว และจบด้วยชัยชนะ 2-0

จุดเปลี่ยนด้านอันดับเกิดในนัดที่ 13 เมื่อโมนาโกบุกชนะน็องต์ 3-0 แล้วขึ้นเป็นจ่าฝูง หลังจบนัดนั้น ทีมรักษาอันดับหนึ่งตลอดช่วงหมายเลขนัดที่ 14 ถึง 34 รวม 21 รอบของปฏิทินที่เหลือ แม้ยังมีเกมเลื่อนนัดที่ 12 กับโอแซร์ให้ลงเล่น ช่วงนัดที่ 13 ถึง 26 ซึ่งมี 14 เกม โมนาโกชนะ 10 เสมอ 2 แพ้ 2 ความสม่ำเสมอช่วงกลางฤดูกาลทำให้ระยะห่างมากพอสำหรับการคว้าแชมป์ก่อนนัดสุดท้าย

ภายนอกสนามหลุยส์เดอซ์ในโมนาโก
ภายนอกสนามหลุยส์เดอซ์ในโมนาโก

สองกองหน้าที่แบ่งหน้าที่

เตรเซเกต์ยิง 22 ประตูในลีกและจบรองดาวซัลโว ส่วนซิโมเนยิง 21 ประตูและอยู่ลำดับถัดมา ตัวเลขรวม 43 ประตูคิดเป็นมากกว่าครึ่งของ 69 ประตูทั้งทีม เตรเซเกต์เป็นกองหน้าที่คริสต็องวาลยกย่องเรื่องความเฉียบคมหน้าประตู ขณะที่เว็บไซต์สโมสรบรรยายซิโมเนว่าเป็นผู้เล่นใจเย็นซึ่งใช้โอกาสไม่มากในการจบสกอร์ ทั้งคู่จึงให้โมนาโกมีผู้จบสกอร์สองคนในเวลาเดียวกัน

ซิโมเนมองย้อนกลับไปถึงเตรเซเกต์เป็นชื่อแรกเมื่อถูกถามถึงเพื่อนร่วมทีมที่น่าประทับใจ เขาบอกว่าความเข้าใจระหว่างทั้งคู่ดีในทุกด้าน ตลอดฤดูกาล คู่หน้าคู่นี้จึงมีทั้งผลงานรวม 43 ประตูและความสัมพันธ์ในการเล่นที่ซิโมเนยังจดจำได้อย่างชัดเจน

กายาร์โดและชูลีส่งบอลถึงใคร

แหล่งทางการของโมนาโกระบุว่ากายาร์โดกับชูลีเป็นสองผู้เล่นที่ป้อนบอลให้คู่เตรเซเกต์–ซิโมเน บทบาทนี้ช่วยเชื่อมแดนกลางกับพื้นที่จบสกอร์ กายาร์โดเด่นด้านการเลี้ยงบอล เทคนิค และการสร้างสิ่งที่คาดเดายากตามคำรำลึกของคริสต็องวาล ส่วนชูลีเพิ่มทางเลือกจากพื้นที่ด้านข้าง เมื่อสองคนนี้พาบอลหรือส่งบอลขึ้นหน้า คู่กองหน้ามีทั้งเป้าหมายตรงกลางและคนที่ขยับมารับจังหวะต่อเนื่อง

กายาร์โดได้รับเลือกเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีกหลังจบฤดูกาล รางวัลนี้สอดคล้องกับตำแหน่งของเขาในโครงสร้างเกมรุก เพราะผลงานของทีมไม่ได้มีเพียงรายชื่อดาวซัลโว ปูแอลได้รับรางวัลโค้ชยอดเยี่ยม และคริสต็องวาลเป็นดาวรุ่งยอดเยี่ยม สามรางวัลครอบคลุมคนสร้างเกม ผู้วางระบบ และแกนแนวรับของทีมเดียวกัน

อัฒจันทร์และพื้นสนามหลุยส์เดอซ์ในโมนาโก
อัฒจันทร์และพื้นสนามหลุยส์เดอซ์ในโมนาโก

เกมรุกที่มีแนวรับรองรับ

ตารางสุดท้ายของโมนาโกคือชนะ 20 เสมอ 5 แพ้ 9 ยิง 69 เสีย 38 ผลต่างบวก 31 และ 65 แต้ม ตัวเลขเสีย 38 ประตูไม่ใช่ค่าต่ำที่สุดของลีก แต่แนวรับชุดบาร์กเตซ ซาญอล คริสต็องวาล มาร์เกซ และรีเซ่ให้ฐานผู้เล่นที่ชัดเจน ปูแอลเชื่อมความเข้มงวดของทีมกับคุณภาพเกมรุกตลอดเส้นทางสู่แชมป์

การยืนระยะจนได้แชมป์

โมนาโกยืนยันแชมป์ในนัดที่ 31 หลังเสมอน็องซี 2-2 ที่สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ โดยยังเหลือการแข่งขันอีกสามนัด การได้ถ้วยก่อนวันปิดฤดูกาลเป็นผลจากการรักษาจ่าฝูงตั้งแต่นัดที่ 13 ไม่ใช่แค่การเร่งเก็บแต้มช่วงท้าย หลังครบ 34 นัด ทีมทิ้งปารีส แซงต์ แชร์กแมงอันดับสองเจ็ดแต้ม และมีผลต่างประตูเหนือคู่แข่งอันดับรองอย่างชัดเจน

คำว่าแชมป์จากเกมรุกจึงอธิบายได้ด้วยหลายชั้น เตรเซเกต์กับซิโมเนทำ 43 ประตู กายาร์โดกับชูลีสร้างทางส่งบอลถึงแดนหน้า และแนวรับชุดใหม่มีมาร์เกซเข้าคู่คริสต็องวาล ปูแอลรวมผู้เล่นเดิมกับคนที่เข้ามาใหม่จนทีมชนะ 20 นัด ยิงมากที่สุดในลีก และครองตำแหน่งนำตลอด 21 รอบหมายเลข 14–34 หลังขึ้นจ่าฝูงเมื่อจบนัดที่ 13

โมนาโก2000 จึงเป็นเรื่องของคู่กองหน้าที่มีระบบรองรับ ซิโมเนไม่ได้เข้ามาแทนผู้เล่นที่ออกไปด้วยจำนวนประตูเพียงอย่างเดียว เขาสร้างความเข้าใจกับเตรเซเกต์ ขณะที่กายาร์โดและชูลีทำให้บอลเดินทางถึงพื้นที่อันตราย เมื่อเสริมด้วยแกนหลังและมาตรฐานของปูแอล ผลลัพธ์คือแชมป์สมัยที่เจ็ดของสโมสรและหนึ่งในทีมยิงสูงสุดของฝรั่งเศสช่วงเปลี่ยนสหัสวรรษ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO