แอตเลติโกแชมป์ 1966 แต้มเดียวที่หยุดการผูกขาด

สนามบิเซนเต กัลเดรอน รังเหย้าของแอตเลติโก มาดริด

แอตเลติโกแชมป์ 1966 เป็นเรื่องที่แฟนบอลยุคหลังอาจไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก เพราะภาพจำของลาลีกาในทศวรรษ 1960 มักถูกครอบด้วยความยิ่งใหญ่ของเรอัลมาดริดเกือบทั้งหมด แต่ฤดูกาลนั้นแอตเลติโก มาดริด กลับแทรกขึ้นมาคว้าแชมป์ได้ด้วยระยะห่างที่บางเฉียบกว่าที่หลายคนจำได้

ก่อนฤดูกาลนี้ เรอัลมาดริดครองลีกติดต่อกันกี่ปี

ก่อนถึงฤดูกาล 1965-66 เรอัลมาดริดคว้าแชมป์ลาลีกาติดต่อกันมาแล้วถึงห้าสมัยรวด ตั้งแต่ฤดูกาล 1960-61, 1961-62, 1962-63, 1963-64 จนถึง 1964-65 เป็นช่วงเวลาที่ทีมจากกรุงมาดริดครองความเป็นเจ้าลีกสเปนอย่างเบ็ดเสร็จ จนหลายคนเริ่มมองว่าตำแหน่งแชมป์แทบจะผูกติดกับสโมสรนี้ไปโดยปริยายในทุกฤดูกาล ทีมอื่นในลีกแทบไม่มีใครสามารถต้านทานความแข็งแกร่งของพวกเขาได้เลยตลอดครึ่งแรกของทศวรรษ ความสำเร็จต่อเนื่องระดับนี้ทำให้สื่อกีฬาในสเปนยุคนั้นเริ่มพูดถึงเรอัลมาดริดในฐานะทีมที่แทบไม่มีจุดอ่อน และแฟนบอลของสโมสรอื่นก็เริ่มมองหาทีมที่จะมาท้าทายสถานะนี้อย่างจริงจังเสียที

อัฒจันทร์ภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบว
อัฒจันทร์สีน้ำเงินและแดงภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบว

แอตเลติโกชนะด้วยแต้มห่างเท่าไร

ฤดูกาล 1965-66 แอตเลติโก มาดริด จบอันดับหนึ่งด้วย 44 แต้มจาก 30 นัด ทำประตูได้ 54 ลูกและเสียไป 20 ลูก คิดเป็นผลต่างประตู บวก 34 ส่วนเรอัลมาดริดตามมาเป็นอันดับสองด้วย 43 แต้ม จากการชนะ 19 นัด เสมอ 5 นัด และแพ้ 6 นัด ทำประตูได้ 53 ลูกและเสียไป 30 ลูก คิดเป็นผลต่างบวก 23 ตัวเลขที่ต้องเน้นย้ำคือทั้งสองทีมห่างกันเพียงหนึ่งแต้มเท่านั้น นั่นหมายความว่าหากผลการแข่งขันเพียงนัดเดียวพลิกไปอีกทาง เรอัลมาดริดก็อาจคว้าแชมป์เป็นสมัยที่หกติดต่อกันไปแล้ว การผูกขาดที่ดูเหมือนมั่นคงตลอดครึ่งทศวรรษก่อนหน้านั้น จึงเปราะบางกว่าที่ตารางคะแนนตอนจบฤดูกาลจะสะท้อนให้เห็น ระยะห่างเพียงหนึ่งแต้มยังหมายความว่าทุกนัดที่แอตเลติโกลงเล่นตลอดฤดูกาลมีความสำคัญเท่ากันหมด ไม่มีพื้นที่ให้เสียแต้มฟรีแม้แต่นัดเดียวกับทีมท้ายตาราง เพราะรู้ดีว่าเรอัลมาดริดก็จ้องเก็บแต้มเต็มในทุกสัปดาห์เช่นกัน

สนามหญ้าและอัฒจันทร์ภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบว
มุมสูงของสนามหญ้าและอัฒจันทร์ภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบว

ทีมชุดนั้นมีจุดแข็งอยู่ตรงไหน

เมื่อดูจากสถิติประตูได้ 54 ลูกและเสียเพียง 20 ลูกตลอดฤดูกาล จะเห็นว่าแอตเลติโกในปีนั้นมีทั้งเกมรุกที่ทำประตูได้มากที่สุดทีมหนึ่งของลีก และเกมรับที่แน่นหนาจนเสียประตูน้อยกว่าเรอัลมาดริดคู่แข่งหลักถึง 10 ลูก ผลต่างประตูบวก 34 ของพวกเขาก็สูงกว่าเรอัลมาดริดที่ทำได้บวก 23 อยู่พอสมควร แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้ไม่ได้มาจากโชคช่วยหรือการเก็บแต้มแบบเฉียดฉิวเพียงอย่างเดียว แต่มาจากทีมที่มีความสมดุลทั้งสองด้านของสนามอย่างแท้จริง แม้จะไม่มีการบันทึกชื่อผู้ทำประตูสูงสุดของทีมในฤดูกาลนี้ไว้อย่างแพร่หลายเท่าปีหลังๆ แต่ตัวเลขระดับทีมก็เพียงพอที่จะบอกได้ว่านี่คือทีมที่แข็งแกร่งจริง ไม่ใช่แค่ทีมที่ได้แชมป์แบบพลิกความคาดหมาย การเสียประตูเพียง 20 ลูกตลอด 30 นัดยังเฉลี่ยออกมาต่ำกว่า 1 ลูกต่อนัด ซึ่งเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความมีวินัยในเกมรับของทั้งทีม ไม่ใช่แค่ฝีมือของผู้รักษาประตูเพียงคนเดียว

การาเตเข้ามามีบทบาทอย่างไรหลังทีมคว้าแชมป์

หลายคนอาจเข้าใจว่าโฆเซ เอวโลฆิโอ การาเต เป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดแชมป์ปี 1965-66 แต่ความจริงแล้วเขายังไม่ได้อยู่กับแอตเลติโกในฤดูกาลนั้น ช่วงที่ทีมคว้าแชมป์ เขายังคงค้าแข้งอยู่กับเอสเด อินเดาชู และเพิ่งย้ายมาร่วมทีมแอตเลติโก มาดริด ในปี 1966 หลังจบฤดูกาลแชมป์ไปแล้ว ฤดูกาลแรกของเขากับสโมสรคือ 1966-67 ซึ่งเขาลงเล่นในลาลีกา 14 นัดและทำได้ 9 ประตู เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งในตัวหลักของทีมแอตเลติโกตลอดช่วงปลายทศวรรษ 1960 ต่อเนื่องถึงต้นทศวรรษ 1970 พูดง่ายๆ คือเขาไม่ได้ร่วมสร้างแชมป์ปี 1966 แต่กลายเป็นผลผลิตต่อยอดจากทีมที่เพิ่งประสบความสำเร็จมาหมาดๆ ซึ่งดึงดูดนักเตะฝีเท้าดีให้อยากมาร่วมทีมมากขึ้น เรื่องนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการอ่านไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์สโมสรให้ถูกต้อง เพราะการจดจำชื่อนักเตะคนสำคัญของทีมชุดหนึ่งแล้วปะติดปะต่อว่าเขาต้องอยู่ในทุกความสำเร็จของสโมสรช่วงนั้น อาจทำให้คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงได้ง่ายหากไม่ตรวจสอบปีที่ย้ายทีมให้ชัดเจนก่อน

หลังแชมป์ปีนี้ ทีมรักษาระดับได้นานแค่ไหน

หลังจากคว้าแชมป์ในฤดูกาล 1965-66 แอตเลติโก มาดริด ต้องรอถึงฤดูกาล 1969-70 จึงจะกลับมาคว้าแชมป์ลาลีกาได้อีกครั้ง เป็นช่วงเวลาราวสี่ปีที่ทีมต้องไล่ตามหาความสำเร็จซ้ำ ขณะที่เรอัลมาดริดก็ยังคงเป็นคู่แข่งหลักในการชิงตำแหน่งแชมป์ต่อไปในลีกสเปน การที่แอตเลติโกสามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในปี 1969-70 ก็ยืนยันว่าความสำเร็จในปี 1966 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพียงครั้งเดียว แต่เป็นรากฐานที่ทีมสร้างต่อได้จริงในเวลาต่อมา แม้จะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งบนตารางคะแนน ตลอดช่วงสี่ปีระหว่างสองแชมป์นี้ เรอัลมาดริดยังคงเป็นทีมที่ต้องจับตามองในทุกฤดูกาล ทำให้การกลับมาคว้าแชมป์ของแอตเลติโกในปี 1969-70 มีความหมายมากกว่าตัวเลขบนตารางคะแนนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่าปี 1966 ไม่ใช่ปีเดียวที่พวกเขาจะขึ้นไปยืนอยู่จุดสูงสุดของลีกสเปนได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO