ฟิออเรนตินาแชมป์ 1969 มาในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมากนัก เพราะทีมชุดนั้นเต็มไปด้วยผู้เล่นอายุน้อยที่ยังไม่มีใครการันตีว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่กลับกลายเป็นทีมที่พาสโมสรจากฟลอเรนซ์กลับมายืนบนจุดสูงสุดของเซเรีย อาอีกครั้ง สิบสามปีหลังจากแชมป์สมัยแรก เรื่องราวของทีมชุดนี้จึงมักถูกยกมาเล่าในฐานะตัวอย่างของทีมที่ประสบความสำเร็จด้วยความเชื่อมั่นในผู้เล่นรุ่นใหม่ มากกว่าการทุ่มซื้อผู้เล่นชื่อดังจากต่างประเทศเข้ามาเสริมทัพเหมือนที่หลายสโมสรใหญ่นิยมทำกันในยุคนั้น
ทีมชุดนั้นอายุเฉลี่ยน้อยแค่ไหน
แม้จะไม่มีตัวเลขอายุเฉลี่ยของทั้งทีมที่ยืนยันได้ชัดเจน แต่ผู้เล่นตัวหลักฝ่ายรุกอย่างลูชาโน คิอารูจีซึ่งเกิดเดือนมกราคม 1947 มีอายุเพียงประมาณ 22 ปีตอนที่ทีมคว้าแชมป์ในฤดูกาล 1968 ถึง 1969 สะท้อนให้เห็นว่าแกนหลักของทีมชุดนี้ยังอยู่ในวัยเริ่มต้นของอาชีพค้าแข้งเท่านั้น การที่ทีมที่มีผู้เล่นวัยนี้เป็นกำลังหลักสามารถคว้าแชมป์ลีกที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันของเกมรับได้สำเร็จ จึงเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้กับวงการฟุตบอลอิตาลีไม่น้อย เพราะโดยทั่วไปทีมที่คว้าแชมป์มักมีผู้เล่นระดับทีมชาติที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนเป็นแกนหลักมากกว่า สื่อกีฬาอิตาลีในเวลานั้นจึงเริ่มเรียกทีมชุดนี้ด้วยความชื่นชมว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ของฟลอเรนซ์ ที่กล้าเปลี่ยนภาพจำของทีมจากผู้เล่นรุ่นเก๋าให้กลายเป็นทีมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของคนหนุ่ม

ใครเป็นผู้ฝึกสอนและวางทีมอย่างไร
คนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้คือบรูโน เปซาโอลา โค้ชชาวอาร์เจนตินาที่มีฉายาว่าเปติโซ เขาเข้ามาคุมฟิออเรนตินาตั้งแต่ปี 1968 และอยู่กับสโมสรจนถึงปี 1971 โดยฤดูกาลแรกที่เขาคุมทีมก็พาฟิออเรนตินาคว้าแชมป์ได้ทันที เปซาโอลาเป็นที่รู้จักในฐานะโค้ชที่เข้าใจธรรมชาติของผู้เล่นอายุน้อยและรู้จักปล่อยให้พวกเขาแสดงฝีมือได้เต็มที่โดยไม่ตีกรอบมากเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความมีระเบียบวินัยในเกมรับที่ทีมอิตาลีในยุคนั้นให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ การผสมผสานระหว่างความสดของผู้เล่นรุ่นใหม่กับประสบการณ์ของโค้ชจึงกลายเป็นสูตรที่ลงตัวสำหรับฤดูกาลนั้น แฟนบอลฟลอเรนซ์ในเวลานั้นเริ่มไว้ใจแนวทางของเปซาโอลามากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นว่าผลงานในสนามค่อย ๆ ดีขึ้นทุกสัปดาห์ตลอดฤดูกาลนั้น
ตัวเลขของฤดูกาลบอกอะไร
ฟิออเรนตินาจบฤดูกาล 1968 ถึง 1969 ด้วย 45 คะแนนจาก 16 ชนะ 13 เสมอ และแพ้เพียง 1 นัดจากทั้งหมด 30 นัด ยิงได้ 38 ประตูและเสียเพียง 18 ประตู ตัวเลขแพ้แค่นัดเดียวตลอดทั้งฤดูกาลบ่งบอกได้ชัดเจนว่าจุดแข็งของทีมชุดนี้ไม่ใช่เกมรุกที่ดุดัน แต่เป็นเกมรับที่มั่นคงและสม่ำเสมอ ส่วนคายารีที่จบอันดับสองมี 41 คะแนน ยิงได้ 41 เสียประตู 18 เท่ากับฟิออเรนตินา โดยลุยจิ ริวาของคายารีเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีกด้วย 21 ประตู แสดงให้เห็นว่าฟิออเรนตินาคว้าแชมป์ได้โดยไม่ได้พึ่งพาดาวซัลโวคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ แต่อาศัยความเป็นทีมและความแน่นอนของผลงานตลอดฤดูกาลแทน ตัวเลขแพ้เพียงนัดเดียวตลอดสามสิบนัดยังเป็นสถิติที่ทีมแชมป์ทีมอื่นในยุคเดียวกันไม่ได้ทำได้ง่าย ๆ และเป็นเครื่องยืนยันว่าความมั่นคงในเกมรับคือกุญแจสำคัญที่แท้จริงของแชมป์สมัยนี้ ไม่ใช่ความหวือหวาในเกมรุกอย่างที่หลายคนอาจคาดหวังจากทีมที่มีผู้เล่นอายุน้อยเป็นแกนหลัก
แชมป์ถูกปิดในเกมไหน
ฟิออเรนตินาการันตีแชมป์ได้ในนัดที่ 29 ของฤดูกาล ตรงกับวันที่ 11 พฤษภาคม 1969 ด้วยการบุกไปเอาชนะยูเวนตุสถึงถิ่นด้วยสกอร์ 2 ต่อ 0 ประตูมาจากลูชาโน คิอารูจีในนาทีที่ 48 และมาริโอ มาราสกีในนาทีที่ 69 ก่อนที่ฤดูกาลจะจบลงจริงในอีกหนึ่งนัดถัดไป การคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ก่อนนัดสุดท้ายในสนามของทีมระดับแชมป์เก่าอย่างยูเวนตุสยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าฟิออเรนตินาชุดนี้ไม่ได้คว้าแชมป์มาแบบโชคช่วย แต่มาจากผลงานที่มั่นคงพอจะปิดฉากการลุ้นได้ก่อนนัดสุดท้ายเสียอีก การได้ฉลองแชมป์ในสนามของคู่แข่งคนสำคัญยังเป็นภาพที่แฟนบอลฟิออเรนตินาย้อนกลับมาดูซ้ำทุกครั้งที่พูดถึงฤดูกาลนี้ เพราะเป็นการปิดจ๊อบที่ทั้งเด็ดขาดและเหนือความคาดหมายในเวลาเดียวกัน

ทำไมทีมนี้ถึงไม่ได้ต่อยอดเป็นวงจรยาว
แม้จะคว้าแชมป์ได้อย่างน่าประทับใจ แต่ฤดูกาลถัดมาคือ 1969 ถึง 1970 ฟิออเรนตินาในฐานะแชมป์เก่ากลับทำผลงานได้เพียงอันดับ 5 ด้วย 36 คะแนนเท่านั้น ขณะที่คายารีก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์แทนด้วย 45 คะแนน ความตกต่ำอย่างรวดเร็วในฤดูกาลถัดมาสะท้อนให้เห็นว่าทีมชุดแชมป์ที่พึ่งพาผู้เล่นอายุน้อยเป็นแกนหลักนั้นยังขาดความสม่ำเสมอในระยะยาว การรักษามาตรฐานของทีมที่เพิ่งผ่านความสำเร็จครั้งใหญ่ให้อยู่ในระดับเดิมต่อเนื่องหลายปีเป็นเรื่องที่ทำได้ยากกว่าการคว้าแชมป์เพียงครั้งเดียวมาก และฟิออเรนตินาชุดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของทีมที่ทำผลงานสูงสุดในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนจะไม่สามารถต่อยอดความสำเร็จให้กลายเป็นยุคทองที่ยาวนานได้อย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้

