อินเตอร์เสียแชมป์ 1967 พ่ายมานโตวาในนัดสุดท้าย

สนาม San Siro ของอินเตอร์

อินเตอร์เสียแชมป์ 1967 ในลักษณะที่แฟนบอลทีมนี้คงไม่มีวันลืม เพราะแค่ต้องการผลเสมอในนัดสุดท้ายของฤดูกาลก็เพียงพอจะคว้าสคูเด็ตโต้ แต่กลับพ่ายให้กับทีมที่กำลังหนีตกชั้นอย่างมานโตวาแบบไม่มีใครคาดคิด กลายเป็นจุดปิดฉากของทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ในอิตาลีและยุโรปมาต่อเนื่องหลายปี เรื่องราวของนัดนั้นยังคงถูกยกมาเล่าซ้ำทุกครั้งที่วงการฟุตบอลอิตาลีพูดถึงความผันผวนของนัดปิดฤดูกาล เพราะแสดงให้เห็นว่าต่อให้ทีมแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ยังมีโอกาสพลาดท่าให้กับทีมที่ไม่มีอะไรจะเสียได้เสมอ

ก่อนนัดสุดท้ายสถานการณ์เป็นอย่างไร

ก่อนเข้าสู่นัดชี้ชะตาของฤดูกาล 1966 ถึง 1967 อินเตอร์มีคะแนนตามหลังยูเวนตุสอยู่เพียงเล็กน้อย โดยจบฤดูกาลด้วยสถิติ 19 ชนะ 10 เสมอ และ 5 แพ้ ได้ 48 คะแนน ขณะที่ยูเวนตุสมีสถิติ 18 ชนะ 13 เสมอ 3 แพ้ ได้ 49 คะแนน นั่นหมายความว่าอินเตอร์แค่ต้องการผลเสมอในนัดสุดท้ายเพื่อรักษาแชมป์ไว้ในมือ เพราะต่อให้ยูเวนตุสชนะในเกมของตัวเองก็ยังไม่พอจะแซงได้หากอินเตอร์ไม่แพ้ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้แฟนบอลอินเตอร์ส่วนใหญ่มองว่าแชมป์แทบจะอยู่ในมือแล้ว เหลือเพียงประคองเกมให้ผ่านไปโดยไม่เสียท่าเท่านั้น การคำนวณคะแนนแบบนี้ฟังดูปลอดภัยบนกระดาษ แต่ในทางปฏิบัติทีมยังต้องเดินทางไปเยือนสนามของคู่แข่งที่ไม่มีอะไรจะเสียเลยแม้แต่น้อย เพราะกำลังสู้เพื่อความอยู่รอด ทำให้แรงกดดันในสนามนั้นแตกต่างจากที่ตัวเลขบนตารางคะแนนบอกไว้อย่างสิ้นเชิง

โดมโบสถ์และหอคอยของเมืองมานโตวาสะท้อนแสงไฟบนผิวทะเลสาบยามพลบค่ำ
เส้นขอบฟ้าของเมืองมานโตวาสะท้อนบนผิวทะเลสาบยามพลบค่ำ เมืองเล็กที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาลนั้น

เกิดอะไรขึ้นที่มานโตวา

แต่ผลที่ออกมากลับตรงข้ามกับความคาดหวังโดยสิ้นเชิง อินเตอร์เดินทางไปเยือนมานโตวาซึ่งกำลังหนีตกชั้นอยู่โซนอันตราย และพ่ายไปแบบเหลือเชื่อด้วยสกอร์ 0 ต่อ 1 ประตูที่มาตัดสินเกมนั้นเป็นฝีเท้าของเบเนียมิโน ดิ จาโคโม อดีตผู้เล่นของอินเตอร์เองที่ย้ายมาเล่นให้มานโตวา ความพลิกผันที่ตัวอดีตนักเตะของสโมสรเป็นคนยิงประตูตัดสินทำให้เรื่องราวในวันนั้นถูกเล่าขานต่อมาอีกนาน สำหรับทีมที่แค่ต้องการเสมอเพื่อคว้าแชมป์ การแพ้ทีมที่กำลังสู้เพื่อความอยู่รอดในลีกถือเป็นเรื่องที่สร้างความเจ็บปวดให้กับสโมสรและแฟนบอลอย่างมาก เมืองมานโตวาซึ่งปกติไม่ได้อยู่ในความสนใจของสื่อกีฬาระดับประเทศมากนัก กลับกลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงไปทั่วอิตาลีในชั่วข้ามคืนจากผลการแข่งขันนัดนี้เพียงนัดเดียว

หอคอยอิฐสีน้ำตาลของปราสาทซานจอร์โจในเมืองมานโตวาพร้อมคูน้ำและทุ่งหญ้าโดยรอบ
หอคอยของปราสาทซานจอร์โจในเมืองมานโตวา เมืองที่ทีมหนีตกชั้นเคยเอาชนะอินเตอร์ในนัดปิดฤดูกาล

ยูเวนตุสทำผลงานอย่างไรในวันเดียวกัน

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ยูเวนตุสลงเล่นกับลาซิโอและเอาชนะไปได้ 2 ต่อ 1 ทำให้จบฤดูกาลด้วย 49 คะแนน แซงหน้าอินเตอร์ที่จบด้วย 48 คะแนนไปเพียงแต้มเดียว ผลการแข่งขันทั้งสองนัดที่เกิดขึ้นพร้อมกันจึงเปลี่ยนโฉมหน้าตารางคะแนนในนาทีสุดท้ายของฤดูกาล ยูเวนตุสคว้าแชมป์เซเรีย อาสมัยที่ 13 ของสโมสรไปครองได้สำเร็จ ขณะที่อินเตอร์ต้องกลืนเลือดปล่อยให้แชมป์หลุดมือไปทั้งที่กุมความได้เปรียบมาตลอดเกือบทั้งฤดูกาล ความห่างเพียงแต้มเดียวนี้เองที่ทำให้ผลการแข่งขันนัดมานโตวากลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของฤดูกาลนั้น เพราะต่อให้อินเตอร์แค่เสมอเฉย ๆ ผลของยูเวนตุสในวันเดียวกันก็ไม่มีทางไล่ตามทันอยู่ดี นั่นทำให้ทุกสายตาในวันนั้นจับจ้องไปที่ผลการแข่งขันของอินเตอร์เพียงนัดเดียวมากกว่าฝั่งยูเวนตุสเสียอีก

ทีมนี้เหนื่อยสะสมจากอะไรบ้างในฤดูกาลนั้น

สิ่งที่ซ้ำเติมความผิดหวังของอินเตอร์คือเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น ทีมยังต้องลงเล่นนัดชิงชนะเลิศถ้วยยุโรปกับเซลติกที่ลิสบอนในวันที่ 25 พฤษภาคม 1967 และแพ้ไป 2 ต่อ 1 โดยซานโดร มัซโซลาเป็นผู้ยิงประตูให้อินเตอร์จากจุดโทษ ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน อินเตอร์ยังเคยมีโอกาสลุ้นแชมป์ถึงสามรายการในฤดูกาลเดียว แต่การแพ้สองนัดหลังสุดกลับทำให้ทีมตกรอบรองชนะเลิศโกปปา อีตาเลียและเสียแชมป์ลีกไปพร้อมกันในเวลาไล่เลี่ยกัน การต้องแบกรับภาระแข่งขันหลายรายการพร้อมกันตลอดทั้งฤดูกาลย่อมส่งผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจของผู้เล่นในช่วงโค้งสุดท้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมพลาดท่าในจังหวะสำคัญที่สุดของฤดูกาล การต้องบินไปแข่งขันข้ามประเทศสลับกับการลงเล่นในลีกภายในเวลาไม่กี่วันเป็นภาระที่ทีมสมัยนั้นไม่ได้มีทีมแพทย์และระบบฟื้นฟูร่างกายที่ทันสมัยเท่าปัจจุบันมาช่วยรองรับ ความเหนื่อยล้าจึงสะสมไปเรื่อย ๆ จนมาปะทุในช่วงโค้งสุดท้ายที่สำคัญที่สุด

หลังจากนั้นทีมชุดนี้เดินต่ออย่างไร

ความพ่ายแพ้ทั้งในลีกและถ้วยยุโรปที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทีมชุดที่เคยครองความยิ่งใหญ่ในอิตาลีและทวีปยุโรปมาต่อเนื่องหลายปี แม้ผู้เล่นหลักหลายคนจะยังคงอยู่กับสโมสรต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่ผลงานในสนามของทีมก็ไม่ได้กลับไปโดดเด่นเทียบเท่าช่วงพีคเดิมอีกเลย ฤดูกาล 1966 ถึง 1967 จึงถูกมองย้อนกลับไปในภายหลังว่าเป็นจุดสิ้นสุดของยุคที่อินเตอร์เคยเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดทีมหนึ่งของโลกในเวลานั้น และความพ่ายแพ้ที่มานโตวาก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของการปิดฉากยุคทองครั้งนั้นไปโดยปริยาย แฟนบอลรุ่นหลังที่ย้อนกลับไปดูสถิติของฤดูกาลนั้นมักตั้งคำถามเสมอว่าถ้าอินเตอร์ไม่ต้องแบกรับภาระหลายรายการพร้อมกัน ผลลัพธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลจะออกมาต่างจากนี้หรือไม่ แต่คำตอบที่แท้จริงก็คงไม่มีใครยืนยันได้ นอกจากตัวเลขในบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังคงบอกเล่าเรื่องราวของวันนั้นไว้อย่างชัดเจน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO