แร็งส์แชมป์แรกปี 1949 จุดเริ่มก่อนยุคโด่งดังในยุโรป

สนาม Stade Auguste-Delaune ของแร็งส์

แร็งส์แชมป์แรกในประวัติศาสตร์สโมสรเกิดขึ้นในฤดูกาล 1948/49 ก่อนที่ทีมจะกลายเป็นชื่อที่รู้จักไปทั่วยุโรปในทศวรรษต่อมา จุดที่ผู้อ่านมักเข้าใจผิดคือการยกเครดิตแชมป์ครั้งแรกนี้ให้กับอัลแบร์ บัตเตอ ผู้จัดการทีมในตำนานที่พาแร็งส์ไปไกลถึงนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรป ทั้งที่ในความเป็นจริงบัตเตอยังไม่ได้เข้ามาคุมทีมในฤดูกาลนั้น บทความนี้ไล่เรียงว่าทีมที่คว้าแชมป์ครั้งแรกมีฐานมาจากไหน ใครเป็นผู้คุมทีมและใครคือแกนหลักในสนาม อะไรยืนยันแชมป์ครั้งนี้ และเหตุใดจึงไม่ควรเรียกทีมชุดนี้ว่าทีมยุคโคปาลาตินตั้งแต่แรก

ทีมก่อนแชมป์มีฐานมาจากไหน

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง สตาดเดอแร็งส์ได้รับการเลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชันหนึ่งด้วยเหตุผลเชิงบริหารของสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส แม้ผลงานก่อนสงครามของสโมสรจะยังไม่เข้าเกณฑ์ตามปกติ เนื่องจากสมาคมพิจารณาบริบทของการรวมสโมสรหลายแห่งเข้าด้วยกันในช่วงสงคราม ประกอบกับการขยายจำนวนทีมในดิวิชันหนึ่งจาก 16 ทีมเป็น 18 ทีม การเลื่อนชั้นเช่นนี้ทำให้แร็งส์ต้องเริ่มต้นสร้างทีมในระดับสูงสุดขึ้นมาใหม่ทั้งที่ทรัพยากรผู้เล่นอาชีพยังมีจำกัด สโมสรจึงต้องอาศัยผู้เล่นจากทีมสำรองสมัครเล่นที่มีฝีเท้าดีมาเสริมทัพควบคู่กับผู้เล่นอาชีพชุดเดิม ฐานทีมที่สร้างขึ้นจากทรัพยากรจำกัดเช่นนี้เองที่ค่อย ๆ พัฒนาจนกลายเป็นทีมที่พร้อมลุ้นแชมป์ได้ภายในเวลาไม่กี่ฤดูกาล การเลื่อนชั้นด้วยเหตุผลเชิงบริหารเช่นนี้ยังหมายความว่าแร็งส์ไม่ได้เดินตามเส้นทางปกติของทีมที่ไต่อันดับขึ้นมาทีละขั้นตามผลงานในสนามเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับโอกาสจากการจัดวางโครงสร้างลีกใหม่หลังสงครามด้วย ซึ่งเป็นบริบทที่ต้องเข้าใจควบคู่ไปกับผลงานในสนามที่ตามมาภายหลัง

ใครคุมทีมและใครเป็นแกน1948/49

รถรางสาธารณะในตัวเมืองแร็งส์
รถรางสาธารณะในตัวเมืองแร็งส์ เมืองที่เป็นบ้านของสโมสรสตาดเดอแร็งส์

ผู้จัดการทีมของแร็งส์ในฤดูกาลที่คว้าแชมป์ครั้งแรกคืออ็องรี เริสแลร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งผู้เล่นและผู้จัดการทีมไปพร้อมกัน เขาไม่ลังเลที่จะดึงผู้เล่นสมัครเล่นฝีเท้าดีจากทีมสำรองขึ้นมาเสริมความลึกของทีมชุดใหญ่ในจังหวะที่นักเตะอาชีพยังมีไม่พอ ในด้านโครงสร้างบริหาร อ็องรี แฌร์แมงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของสโมสร ทำงานร่วมกับประธานสโมสรวิกตอร์ กานาร์ในการวางรากฐานให้ทีม ส่วนแกนหลักในสนามคือโรแบร์ ฌงเกต์ กองหลังหนุ่มที่เริ่มต้นเส้นทางการเป็นตำนานของสโมสรตั้งแต่ช่วงเวลานี้ และจะกลายเป็นกัปตันทีมที่ลงเล่นให้แร็งส์มากถึง 577 นัดตลอดอาชีพค้าแข้ง จุดที่ต้องแยกให้ชัดคืออัลแบร์ บัตเตอยังไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมในฤดูกาลนี้ เขาเข้ามาคุมทีมในปี 1950 หลังเริสแลร์อำลาตำแหน่งไปแล้ว การยกผลงานปี 1949 ให้บัตเตอจึงเป็นการเข้าใจผิดเรื่องช่วงเวลาที่พบได้บ่อย ชื่อของอ็องรี แฌร์แมงและอัลแบร์ บัตเตอต่างก็ถูกนำไปตั้งเป็นชื่ออัฒจันทร์คนละฝั่งของสนามเหย้าสโมสรในเวลาต่อมา ซึ่งสะท้อนว่าทั้งคู่มีบทบาทสำคัญต่อสโมสรในคนละช่วงเวลาและคนละบทบาทกัน ไม่ใช่บุคคลเดียวกันหรือช่วงเวลาเดียวกันตามที่บางครั้งถูกเข้าใจปะปนกัน

อะไรยืนยันแชมป์ครั้งแรก

ฤดูกาล 1948/49 แร็งส์จบด้วยตำแหน่งจ่าฝูงของดิวิชันหนึ่งด้วยคะแนน 48 แต้มจาก 34 นัด ชนะ 22 เสมอ 4 และแพ้ 8 นัด ทิ้งห่างลีลล์ที่ตามมาเป็นอันดับสองด้วยคะแนน 47 แต้มเพียงหนึ่งแต้ม ส่วนโอลิงปิกเดอมาร์กเซยแชมป์เก่าหล่นไปอยู่อันดับสามด้วยคะแนน 42 แต้ม ตามด้วยสตาดแรนเนส์ในอันดับสี่ด้วยคะแนน 41 แต้ม และโซโชซ์-มงเบลียาร์ในอันดับห้าด้วยคะแนน 38 แต้ม การแข่งขันในฤดูกาลนี้มีทั้งหมด 18 ทีมลงแข่งขันกันทีมละ 34 นัด โดยชัยชนะมีค่าสองแต้มตามกติกาของยุคนั้น ความห่างเพียงหนึ่งแต้มระหว่างแร็งส์กับลีลล์แสดงให้เห็นว่าการคว้าแชมป์ครั้งนี้ต้องอาศัยความสม่ำเสมอตลอดทั้งฤดูกาล ไม่ใช่ผลจากการทิ้งห่างคู่แข่งตั้งแต่ต้นทาง และเป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ชัดเจนว่าทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาไม่กี่ปีก่อนหน้าสามารถขึ้นเป็นแชมป์ประเทศได้จริงด้วยผลงานในสนาม

เหตุใดไม่ควรเรียกเป็นทีมโคปาทันที

ส่วนแอปไซด์ของมหาวิหารแซ็งต์-เรมีในเมืองแร็งส์
มหาวิหารแซ็งต์-เรมี อีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองแร็งส์

อัลแบร์ บัตเตอเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแร็งส์ในปี 1950 หลังจากที่สโมสรคว้าแชมป์กุปเดอฟร็องส์ในปีเดียวกันนั้น และเป็นช่วงเวลาที่เขาเริ่มวางรากฐานสไตล์การเล่นที่ทำให้แร็งส์กลายเป็นทีมระดับแนวหน้าของยุโรป ส่วนความสำเร็จในถ้วยโคปาลาตินซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างแชมป์ของฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และโปรตุเกส เกิดขึ้นในปี 1953 นั่นคือห่างจากแชมป์ลีกครั้งแรกในปี 1949 ถึงสี่ปี การเรียกทีมชุดแชมป์ 1949 ว่าเป็นทีมยุคโคปาลาตินจึงคลาดเคลื่อนทั้งในแง่ผู้จัดการทีมและรายชื่อผู้เล่นหลัก เพราะทีมชุดปี 1949 ยังอยู่ภายใต้การคุมทีมของเริสแลร์ และยังไม่มีนักเตะระดับตำนานอย่างแรมง กอปาที่เพิ่งเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในเวลาต่อมา การแยกสองช่วงเวลานี้ออกจากกันอย่างชัดเจนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการอ่านประวัติศาสตร์ของแร็งส์ให้ถูกต้อง ก่อนที่สโมสรจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO