พลาตินีแชมป์ 1981 ไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงในทีมชาติฝรั่งเศสที่ตามมาในภายหลัง แต่เกิดจากผลงานกับแซงต์เอเตียนระหว่างฤดูกาล 1980/81 มิเชล พลาตินีอยู่ในทีมที่ผสมผู้เล่นเก่าจากยุคแชมป์ 1976 นักเตะที่ถูกดึงมาจากภายนอก และผู้เล่นอายุน้อย เขาเชื่อมแดนกลางกับแนวหน้า ก่อนทำสองประตูในเกมสุดท้ายกับบอร์โดซ์วันที่ 2 มิถุนายน 1981 ซึ่งยืนยันแชมป์เหนือคู่แข่งสำคัญอย่างน็องต์
การมาของพลาตินีอยู่ในแผนสร้างทีมใด
พลาตินีย้ายจากน็องซีมาแซงต์เอเตียนในปี 1979 และอยู่ถึงปี 1982 เขาไม่ได้เข้ามาแทนทีมแชมป์ 1976 ทั้งชุด เพราะเมื่อถึงฤดูกาล 1980/81 เหลือผู้เล่นจากทีมนั้นเพียงคริสเตียน โลเปซ เฌราร์ ฌ็องวียง และฌัก ซานตินี สโมสรระบุว่าทีมปี 1981ให้น้ำหนักกับผู้เล่นที่มาจากภายนอกมากกว่าผลผลิตจากศูนย์ฝึก จึงเป็นการสร้างกลุ่มใหม่บนแกนประสบการณ์สามคน
คริสเตียน โลเปซอธิบายส่วนผสมนี้ด้วยรายชื่อที่ชัด ผู้เล่นเก่าคือซานตินี ฌ็องวียง และตัวเขาเอง กลุ่มอายุน้อยมีเอริก เบลลุส ฌอง-หลุยส์ ซานง ปาทริซ เลสตาจ และโลร็อง ปากาเนลลี ส่วนผู้เล่นที่สโมสรดึงมาในช่วงสองปีก่อนหน้าได้แก่ ปาทริก บัตติสตง จอห์นนี เรป แบร์นาร์ การ์ดง และพลาตินี รายชื่อดังกล่าวทำให้เห็นว่าหมายเลข 10 เป็นหนึ่งในแกนใหม่ ไม่ใช่ผู้เล่นคนเดียวที่ถูกเพิ่มเข้ามา
พลาตินีแชมป์ 1981 ผ่านการเล่นร่วมกับเรปและรูสเซย์
เกมตัดสินกับบอร์โดซ์แสดงโครงสร้างจริง ฌอง กัสตาเญดาเฝ้าประตู แนวรับประกอบด้วยบัตติสตง การ์ดง โลเปซ และฌ็องวียง แดนกลางเป็นซานง ซานตินี และพลาตินี ส่วนเรป รูสเซย์ และเบลลุสเล่นด้านหน้า พลาตินีจึงอยู่หลังแนวรุกสามคนและมีพื้นที่เชื่อมการครองบอลกับการเข้าทำ รายชื่อนี้ยังแสดงว่าทั้งผู้เล่นเก่า ผู้เล่นใหม่ และนักเตะหนุ่มลงสนามพร้อมกัน

หน้าที่เชื่อมกลางกับหน้าเห็นได้ตรงไหน
ตัวอย่างก่อนฤดูกาลแชมป์มาจากเกมชนะน็องต์ 4-2 วันที่ 14 กันยายน 1979 สโมสรบันทึกว่าพลาตินีคุมบอลด้วยอก เดาะด้วยเท้าซ้ายและขวา แล้วจบด้วยลูกยิงเข้ามุมบนในนาที 53 เกมเดียวกันเรปทำสองประตูและโดมินิก โรชโตยิงอีกหนึ่ง ขณะที่ฌอง-ฟร็องซัว ลาริออสอยู่ในแดนกลางร่วมกับพลาตินี เหตุการณ์นี้แสดงทั้งความสามารถพาบอลเข้าสู่จังหวะยิงของหมายเลข 10 และการแบ่งประตูกับกองหน้า
ในเกมสุดท้ายปี 1981 หน้าที่เปลี่ยนจากการสร้างจังหวะเป็นการจบสกอร์โดยตรง ประตูแรกนาที 25 มาจากการหมุนตัวยิงเท้าซ้ายบริเวณจุดโทษผ่านคริสเตียน เดอลาเชต์ จากนั้นนาที 41 พลาตินีโหม่งที่เสาสองให้ทีมนำ 2-0 ก่อนพัก เขาจึงทำประตูด้วยวิธีต่างกันสองแบบ ขณะเดียวกันแนวรุกเรป รูสเซย์ และเบลลุสยังตรึงตำแหน่งด้านหน้าในรายชื่อตัวจริง
สองเกมนี้ไม่ควรถูกรวมเป็นแผนเดียวตลอดสองฤดูกาล แต่ช่วยเห็นขอบเขตหน้าที่ของพลาตินีได้ ในปี 1979 เขารับบอลและจบจังหวะที่สร้างด้วยการควบคุมบอลหลายสัมผัส ส่วนปี 1981 เขาเข้าพื้นที่เขตโทษทั้งเพื่อยิงและโหม่ง หลักฐานจากเหตุการณ์จริงจึงรองรับคำว่าเชื่อมกลางกับหน้าได้มากกว่าการเรียกเขาว่าจอมทัพโดยไม่อธิบายตำแหน่งหรือการกระทำ
การลุ้นกับน็องต์สูสีอย่างไร
แซงต์เอเตียนกับน็องต์เสมอกันทั้งสองนัดในลีกฤดูกาล 1980/81 เกมที่ฌอฟฟรัวกีชาร์จบ 0-0 ส่วนเกมที่มาร์แซล-โซแป็งจบ 1-1 ไม่มีทีมใดเก็บความได้เปรียบจากการเผชิญหน้าโดยตรงได้เต็มที่ การแย่งแชมป์จึงต้องตัดสินด้วยคะแนนสะสมจากคู่แข่งอื่นตลอด 38 นัด
ตารางสุดท้ายให้แซงต์เอเตียน 57 คะแนนจาก 23 ชนะ 11 เสมอ 4 แพ้ ยิง 68 เสีย 26 น็องต์ตามมาที่ 55 คะแนนจาก 22 ชนะ 11 เสมอ 5 แพ้ ยิง 74 เสีย 36 ช่องว่างสองคะแนนเกิดจากแซงต์เอเตียนชนะมากกว่าหนึ่งนัดและแพ้น้อยกว่าหนึ่งนัด ไม่ใช่จากการชนะน็องต์โดยตรง
ปลายฤดูกาลทีมของโรแบร์ แอร์แบ็งชนะสามนัดติดต่อกัน ได้แก่ ชนะโซโชซ์ 2-1 และตูร์ 3-1 นอกบ้าน ก่อนชนะบอร์โดซ์ 2-1 ในเกมสุดท้าย สโมสรระบุว่าแซงต์เอเตียนเริ่มนัดสุดท้ายในตำแหน่งนำ แต่ยังถูกน็องต์กดดัน จึงต้องชนะเพื่อไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งแซง ผลช่วงท้ายนี้ทำให้สองประตูของพลาตินีอยู่ในบริบทของการแข่งขันที่ยังไม่ปิด

เกม2มิถุนายนยืนยันอะไร
วันที่ 2 มิถุนายน 1981 พลาตินีทำประตูในนาที 25 และ 41 แซงต์เอเตียนนำบอร์โดซ์ 2-0 เมื่อจบครึ่งแรก แบร์นาร์ ลากงบ์ยิงคืนในนาที 80 แต่กัสตาเญดากับแนวรับรักษาสกอร์ 2-1 ได้จนจบ ผู้ชม 22,775 คนในสนามเห็นสโมสรคว้าแชมป์ฝรั่งเศสสมัยที่สิบ ขณะที่ซานตินีลงเล่นลีกนัดสุดท้ายในสีเสื้อเขียว
ผลการแข่งขันยังยืนยันขอบเขตความสำเร็จของพลาตินี เขาบอกกับสโมสรภายหลังว่านี่เป็นแชมป์ดิวิชัน 1 ฝรั่งเศสเพียงครั้งเดียวของตน ก่อนย้ายมาเขาเคยเป็นแชมป์ดิวิชัน 2 กับน็องซี ดังนั้นตำแหน่งแชมป์ปี 1981 ต้องนับในประวัติสโมสรของเขาที่แซงต์เอเตียน ไม่ควรเอารางวัลบัลลงดอร์หรือความสำเร็จกับทีมชาติในปีต่อ ๆ มามาใช้เป็นหลักฐานแทนผลงานฤดูกาลนี้
ชื่อของพลาตินีเด่นเพราะยิงสองประตูตัดสิน แต่แชมป์มาจากผลงานทั้งทีม โลเปซ ฌ็องวียง และซานตินีนำประสบการณ์จากปี 1976 บัตติสตง การ์ดง และเรปเป็นกำลังที่เข้ามาเสริม รูสเซย์ เบลลุส และซานงเป็นส่วนของกลุ่มอายุน้อย ผลงานเกมรับเสีย 26 ประตูและชัยชนะ 23 นัดจึงไม่อาจย่อเหลือเพียงสองประตูในวันสุดท้าย

