ปาร์กเดแพร็งส์ 1972 เปิดใช้งานก่อนปารีส แซงต์แชร์กแมงเข้าพำนักถาวรสองปี วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นเกมแรกในสนามใหม่ระหว่างทีมสมัครเล่นฝรั่งเศสกับสหภาพโซเวียต ส่วนวันที่ 4 มิถุนายนเป็นนัดชิงถ้วยฝรั่งเศสและการเปิดอย่างเป็นพิธีการอีกแบบหนึ่ง การแยกสองวันกับปี 1974 ช่วยไม่ให้วันเปิดสนามกลายเป็นวันเริ่มใช้สนามประจำของเปแอสเช
สนามของโรเฌร์ ตายีแบร์ยังเป็นอาคารรุ่นที่สามบนพื้นที่ชื่อเดิม ปาร์กเดแพร็งส์รุ่นแรกเปิดเป็นเวโลโดรมกลางแจ้งในปี 1897 รุ่นปี 1932 ขยายรับกีฬาอย่างฟุตบอลกับรักบี้ ก่อนการก่อสร้างยุค 1960 เปลี่ยนพื้นที่เป็นสนามคอนกรีตรูปทรงที่ยังมองเห็นในปัจจุบัน
สนามใหม่สร้างต่อจากพื้นที่เดิมอย่างไร
สนามใหม่สร้างต่อจากพื้นที่เดิมอย่างไร จุดเริ่มต้องย้อนถึงเวโลโดรมปี 1897 ความจุราว 3,000 คน ซึ่งรองรับกิจกรรมจักรยานรวมถึงปลายทางตูร์เดอฟรองซ์ อาคารถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง แล้วรุ่นปี 1932 มีความจุประมาณ 45,000 คนและเปิดรับฟุตบอลกับรักบี้มากขึ้น สนามปี 1972 จึงสืบชื่อกับตำแหน่งเดิม แต่เป็นโครงสร้างรุ่นใหม่
การก่อสร้างสนามรุ่นใหม่เริ่มในปี 1967 ขณะที่ฌอร์ฌ ปงปีดูดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตายีแบร์ออกแบบรูปทรงวงรีและโครงคอนกรีตที่รับหลังคาเหนืออัฒจันทร์ รายงานร่วมสมัยของสถาบันโสตทัศน์ฝรั่งเศสระบุคานยื่นคอนกรีต 50 ชุดยาว 40 เมตร พื้นที่ 55,000 ตารางเมตร และงบ 90 ล้านฟรังก์
ความชันของอัฒจันทร์ช่วยให้ผู้ชมอยู่ใกล้สนาม โดยตำแหน่งไกลสุดไม่เกินประมาณ 45 เมตรจากพื้นแข่ง เสาค้ำไม่บดบังสายตา และที่นั่งพลาสติกแบบพับได้เป็นความใหม่ในเวลานั้น ไฟส่องสนามติดรวมกับหลังคาคอนกรีต ขณะที่ข้อจำกัดสำคัญคือที่จอดรถเพียงประมาณ 3,500 คันเมื่อเทียบกับผู้ชมราว 45,000 คน
ปาร์กเดแพร็งส์ 1972 ต่างจากรุ่นก่อนตรงไหน
รุ่นแรกเริ่มจากจักรยาน รุ่นที่สองเพิ่มบทบาทฟุตบอลกับรักบี้ ส่วนรุ่นของตายีแบร์ออกแบบระยะมองเห็น หลังคา และระบบแสงเป็นองค์ประกอบเดียวกัน รูปทรงภายนอกที่เห็นเป็นจังหวะของคานคอนกรีตจึงไม่ได้มีไว้ตกแต่งอย่างเดียว แต่รับหลังคาซึ่งคลุมอัฒจันทร์และลดเสาภายในพื้นที่ผู้ชม

วันที่25พฤษภาคมกับ4มิถุนายนหมายถึงอะไร
วันที่ 25 พฤษภาคม 1972 คือเกมแรกในสนามใหม่ เป็นรอบคัดเลือกโอลิมปิกระหว่างทีมสมัครเล่นฝรั่งเศสกับสหภาพโซเวียต ฝรั่งเศสแพ้ 1–3 ตามบันทึกครบรอบสนามของเปแอสเช มิเคอิล มาคาอิดเซยิงนาที 42 โอเล็ก บล็อคฮินยิงนาที 48 และ 88 ส่วนเฌราร์ ตงแนลยิงนาที 58
เปแอสเชระบุผู้ชมที่ซื้อหรือถือบัตร 7,369 คน พร้อมเด็กได้รับเชิญอีก 20,000 คน และเรียกเกมนี้ว่านัดเปิดสนาม ข่าวร่วมสมัยบางชิ้นเรียกการแข่งขันดังกล่าวเป็นการซ้อมใหญ่ก่อน “การเปิดอย่างเป็นทางการ” วันที่ 4 มิถุนายน ความต่างของถ้อยคำจึงมาจากสถานะกิจกรรม ไม่ใช่สนามคนละแห่ง
วันที่ 4 มิถุนายน 1972 เป็นนัดชิงถ้วยฝรั่งเศสระหว่างโอลิมปิก มาร์กเซยกับบาสเตีย มาร์กเซยชนะ 2–1 และเกมนี้เป็นการแข่งขันอาชีพนัดแรกในสนาม เอกสารพิธีการของหอจดหมายเหตุปารีสจัดรายการ “Inauguration du Parc des Princes” ไว้ในวันที่ 4 มิถุนายน ขณะที่หน้าประวัติสนามของเปแอสเชก็ใช้วันนี้เป็นวันเปิดพร้อมการแข่งขันกาลา
สองวันไม่ใช่ผลการแข่งขันเดียวกัน
วันที่ 25 พฤษภาคมหมายถึงเกมแรกและการเปิดให้ผู้ชมสัมผัสสนาม ทีมชาติสมัครเล่นเป็นคู่แข่งขัน วันที่ 4 มิถุนายนหมายถึงนัดอาชีพแรก นัดชิงถ้วย และพิธีที่ประธานาธิบดีเข้าร่วม การใช้คำว่าเปิดสนามกับทั้งสองวันจึงทำได้เมื่อระบุเหตุการณ์กำกับ แต่ห้ามรวมฝรั่งเศส–โซเวียตกับมาร์กเซย–บาสเตียเป็นเกมเดียว

เปแอสเชเป็นเจ้าบ้านประจำเมื่อใด
ปี 1972 ไม่ใช่ปีที่เปแอสเชตั้งหลักถาวรในปาร์ก หลังแยกจากปารีส เอฟซี สโมสรเก็บชื่อและฐานที่แซงต์แชร์กแมง แล้วสร้างทีมสมัครเล่นใหม่ สนามเหย้าหลักคือฌอร์ฌ-เลอแฟฟวร์ภายในกัมป์เดล็อก ที่นั่นเปแอสเชชนะวานส์ 3–0 วันที่ 6 พฤษภาคม 1973 และยืนยันการเลื่อนจากดิวิชันสามขึ้นดิวิชันสอง
เปแอสเชลงแข่งทางการที่ปาร์กครั้งแรกวันที่ 10 พฤศจิกายน 1973 พบเรดสตาร์ในดิวิชันสอง เกมจัดก่อนคู่ดิวิชันหนึ่งระหว่างปารีส เอฟซีกับโซโชซ์ นี่เป็นการใช้สนามหนึ่งนัด แต่ยังไม่เท่ากับการตั้งเป็นเจ้าบ้านประจำ สโมสรเข้าสู่ปาร์กอย่างถาวรในปี 1974 หลังกลับสู่ดิวิชันหนึ่ง
วันที่ 4 มิถุนายน 1974 เปแอสเชชนะวาล็องเซียนส์ในรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นที่ปาร์ก จากนั้นเริ่มฤดูกาล 1974/75 บนลีกสูงสุดและไม่ตกชั้นอีกในช่วงที่แหล่งสโมสรเผยแพร่ ปีเดียวกันปารีส เอฟซีตกชั้น เส้นทางสวนกันนี้ทำให้เปแอสเชกลายเป็นผู้พำนักหลักของสนามหลังเปิดแล้วสองปี
เกมแรกต่างจากการพำนักถาวรอย่างไร
เกมแรกของสนามคือ 25 พฤษภาคม 1972 เกมอาชีพแรกคือ 4 มิถุนายน 1972 เกมทางการแรกของเปแอสเชคือ 10 พฤศจิกายน 1973 และการตั้งถาวรเริ่มปี 1974 สี่หมุดหมายตอบคนละคำถาม การเรียงทั้งหมดทำให้ปีที่อยู่บนชื่อบทความไม่ถูกนำไปแทนประวัติสโมสร
ภาพอาคารบอกอะไรได้โดยไม่อ้างบรรยากาศเกม
ภาพภายนอกปัจจุบันใช้ชี้รูปวงรี จังหวะคานคอนกรีต และตำแหน่งสนามริมถนนวงแหวนได้ ภาพอัฒจันทร์ใช้แสดงความชัน หลังคาไร้เสาบดบัง และระยะใกล้พื้นแข่งได้ แต่ผู้ชม ป้าย โฆษณา ที่นั่ง และระบบสนามผ่านการปรับปรุง โดยเฉพาะช่วงปี 2013–2016 จึงไม่ใช่หลักฐานบรรยากาศปี 1972
ภาพทางเข้าปัจจุบันก็ไม่ยืนยันว่าทีมใดเล่นในวันเปิด การระบุเกมต้องอาศัยวันที่และรายชื่อคู่แข่งขัน: ฝรั่งเศสสมัครเล่น–สหภาพโซเวียตวันที่ 25 พฤษภาคม และบาสเตีย–มาร์กเซยวันที่ 4 มิถุนายน ส่วนเปแอสเชเข้าประจำในปี 1974 อาคารหนึ่งแห่งจึงเชื่อมหลายเหตุการณ์ได้โดยไม่ทำให้เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นเรื่องเดียวกัน
ปาร์กเดแพร็งส์ 1972 จึงหมายถึงสนามรุ่นที่สามของตายีแบร์ เปิดใช้กับเกมสมัครเล่นวันที่ 25 พฤษภาคม ตามด้วยนัดชิงอาชีพวันที่ 4 มิถุนายน แล้วจึงกลายเป็นบ้านถาวรของปารีส แซงต์แชร์กแมงในปี 1974 ภาพสถาปัตยกรรมช่วยเห็นโครงสร้าง แต่ลำดับวันเป็นตัวกำหนดว่าใครใช้สนามและในสถานะใด

