มิลาน 2004 ของคาร์โล อันเชลอตตีเพิ่มกาก้าเข้ามาในทีมที่เพิ่งเป็นแชมป์ยุโรป แล้วเชื่อมผู้เล่นใหม่กับแกนเดิมอย่างอันเดรีย ปีร์โล เจนนาโร กัตตูโซ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ และอังเดร เชฟเชนโก ทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา 2003–04 ด้วย 82 คะแนนจาก 34 นัด เหนือโรมา 11 คะแนน
ภาพรวมของระบบเห็นได้จาก 4–3–1–2 ซึ่งใช้กองกลางสามคน ผู้เล่นหมายเลข 10 และกองหน้าสองคน แต่รายชื่อจริงเปลี่ยนตามเกม กาก้าออกตัวจริงได้และยังเป็นตัวสำรองที่เปลี่ยนผลการแข่งขัน คาฟูเติมทางเลือกแบ็กขวา ส่วนจูเซปเป ปันคาโรเล่นในแนวรับอีกด้าน
มิลาน 2004 กาก้าเพิ่มทางเลือกตรงไหน
ผู้เล่นใหม่ระหว่างแดนกลางกับคู่หน้า
ฤดูร้อน 2003 มิลานได้คาฟูจากโรมา ปันคาโรจากลาซิโอ และกาก้าจากเซาเปาโล กาก้าไม่ได้เข้ามาแทนผู้เล่นเพียงคนเดียว เพราะอันเชลอตตียังมีมานูเอล รุย คอสตาในตำแหน่งหลังคู่หน้า การมีทั้งสองคนทำให้โค้ชเลือกได้ว่าจะเริ่มเกมด้วยใครหรือส่งอีกคนลงเมื่อเกมต้องการการเปลี่ยนแปลง
เกมเยือนเอ็มโปลีวันที่ 6 ธันวาคม 2003 แสดงทางเลือกนั้นอย่างเป็นรูปธรรม มิลานเริ่มด้วยรุย คอสตาหลังเชฟเชนโกกับยอน ดาห์ล โทมัสสัน ครึ่งแรกและช่วงต้นครึ่งหลังยังไม่มีประตู อันเชลอตตีจึงส่งกาก้าลงก่อนหมดเวลา 16 นาที
เจ็ดนาทีหลังลงสนาม กาก้ารับบอลจากเซดอร์ฟห่างประตูประมาณ 40 เมตร พาบอลเดินหน้าแล้วยิงจากระยะ 25 เมตรในนาที 81 มิลานชนะ 1–0 ประตูนี้เป็นลูกที่สองของกาก้าในลีกและลูกที่สามกับสโมสร ตัวอย่างดังกล่าวแสดงบทบาทตัวรุกหลังคู่หน้าได้จากพื้นที่รับบอล การพาบอล และการยิงในจังหวะเดียว

ปีร์โลกับผู้ช่วยในแดนกลาง
สามตำแหน่งกลางมีหน้าที่ต่างกัน
ตัวจริงที่เอ็มโปลีวางเซดอร์ฟ ปีร์โล และกัตตูโซเรียงเป็นกองกลางสามคน ปีร์โลอยู่ในจุดเชื่อมเกมจากด้านหลัง ขณะที่เซดอร์ฟรับบอลในตำแหน่งที่สามารถส่งต่อไปข้างหน้า และกัตตูโซช่วยรักษาพื้นที่รอบคู่กลาง การจัดวางนี้เปิดตำแหน่งด้านหน้าพวกเขาให้รุย คอสตาหรือกาก้า
ประตูที่เอ็มโปลีทำให้ความสัมพันธ์ของสองชั้นชัดขึ้น เซดอร์ฟเป็นคนส่งให้กาก้าในพื้นที่ลึก กาก้าจึงไม่ต้องยืนรอบอลติดกับกองหน้าตลอดเวลา เขาสามารถถอยมารับก่อนเคลื่อนสู่ระยะยิง เมื่อเกมเริ่มด้วยรุย คอสตา กาก้าก็เข้ามาเปลี่ยนลักษณะการพาบอลช่วงท้ายได้
มิลานไม่ได้ใช้สิบเอ็ดคนเดิมทุกนัด รายชื่อแชมป์ยังมีมัสซิโม อัมโบรซินี คริสเตียน บร็อกคี และเฟร์นันโด เรดอนโดเป็นทางเลือกแดนกลาง แนวทางของอันเชลอตตีจึงอยู่ที่การรักษาตำแหน่งในโครงสร้าง แม้เปลี่ยนชื่อผู้เล่นตามคู่แข่ง โปรแกรม และสถานการณ์ระหว่างเกม
ก่อนนัดเอ็มโปลี มิลานเก็บ 27 คะแนนจาก 11 รอบ ด้วยชัยชนะ 8 และเสมอ 3 เท่ากับยังไม่แพ้ในลีกช่วงนั้น ทีมอยู่หัวตารางร่วมกับโรมา การหมุนระหว่างกาก้ากับรุย คอสตาและตัวเลือกแดนกลางจึงเกิดขึ้นระหว่างการแข่งหลายรายการ ไม่ได้ทำให้จังหวะเก็บคะแนนในลีกหยุดลง

คาฟูและกองหน้ารับประโยชน์อย่างไร
ความกว้างจากแนวรับกับพื้นที่ของคู่หน้า
4–3–1–2 รวมผู้เล่นจำนวนมากไว้ตรงกลาง จึงต้องอาศัยฟูลแบ็กช่วยให้ทีมมีตัวเลือกด้านข้าง คาฟูกับปันคาโรที่เข้ามาในฤดูร้อนเพิ่มผู้เล่นสำหรับหน้าที่นั้น รายชื่อเกมเอ็มโปลีใช้ปันคาโร เนสตา มัลดินี และคอสตาคูร์ตา แสดงว่าอันเชลอตตีสามารถใช้คาฟูหรือปรับแนวรับโดยยังคงกองกลางสามคนด้านหน้า
คู่หน้าไม่ได้จำกัดอยู่ที่ชุดเดียว เชฟเชนโกกับโทมัสสันเริ่มเกมเอ็มโปลี ส่วนฟิลิปโป อินซากีอยู่ในทีมตลอดฤดูกาล การมีตัวรุกหลังคู่หน้าช่วยให้กองหน้าอยู่ใกล้เขตโทษ ขณะที่ผู้เล่นกลางและฟูลแบ็กเป็นจุดเริ่มหรือจุดต่อบอลจากพื้นที่อื่น
ผลงานของเชฟเชนโกให้ตัวเลขปลายทางที่ชัด เขาทำ 24 ประตูและเป็นดาวซัลโวเซเรีย อา ส่วนโทมัสสันมีส่วนสำคัญตลอดฤดูกาล กาก้าทำให้ทีมมีทั้งการจ่ายและการพาบอลจากตำแหน่งหลังคู่หน้า ดังนั้นแนวรุกจึงไม่ได้ฝากการเคลื่อนบอลไว้กับศูนย์หน้าที่ต้องจบสกอร์ด้วย
ชัยชนะเหนือโรมากับผลงานทั้งปี
จากการขึ้นนำเดือนมกราคมถึงวันได้แชมป์
วันที่ 6 มกราคม 2004 มิลานชนะโรมา 2–1 ที่โอลิมปิโก ก่อนขึ้นนำตารางในวันที่ 28 มกราคมเมื่อชนะเกมตกค้างกับเซียนา 2–1 กาก้ายิงนาที 38 และโทมัสสันยิงนาที 54 ช่วงต่อมายังมีชัยชนะเหนืออินเตอร์ 3–2 หลังตาม 0–2 และชนะยูเวนตุส 3–1 ที่เดลเล อัลปี
วันที่ 2 พฤษภาคม มิลานชนะโรมา 1–0 ที่ซานซีโรและยืนยันแชมป์สมัยที่ 17 ก่อนจบฤดูกาล ตารางสุดท้ายบันทึกมิลาน 82 คะแนน โรมา 71 และยูเวนตุส 69 ทีมของอันเชลอตตีจึงไม่ได้เพียงชนะคู่แข่งโดยตรง แต่รักษาคะแนนสะสมเหนือทั้งสองทีมตลอดช่วงตัดสิน
มิลาน 2004 ประสบความสำเร็จเพราะผู้เล่นใหม่เข้าไปเพิ่มสิ่งที่โครงสร้างเดิมใช้ได้ทันที กาก้าสลับกับรุย คอสตาหลังคู่หน้า ปีร์โล กัตตูโซ และเซดอร์ฟสร้างฐานสามคน คาฟูกับปันคาโรเพิ่มตัวเลือกด้านข้าง และเชฟเชนโกรับหน้าที่จบสกอร์ ผลคือทีมที่เชื่อมหลายตำแหน่งเข้าด้วยกันและปิดฤดูกาลด้วยแชมป์ 82 คะแนน

