วาร์ลาลีกาเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในดิวิชันหนึ่งฤดูกาล 2018/19 หลังสหพันธ์ฟุตบอลสเปนและลาลีกาเตรียมทั้งผู้ตัดสิน ห้องปฏิบัติการ และการเชื่อมภาพถ่ายทอด เทคโนโลยีนี้ไม่ได้รับสิทธิ์ตัดสินแทนคนในสนาม โปรโตคอลปีนั้นจำกัดการช่วยเหลือไว้สี่กลุ่มเหตุการณ์ และกำหนดว่าผู้ตัดสินหลักเป็นเจ้าของคำตัดสินสุดท้าย ความเปลี่ยนแปลงสำคัญจึงอยู่ที่กระบวนการตรวจสอบเหตุการณ์ที่มีผลสูงต่อเกม
จากห้องทดลองสู่สนามจริง
วาร์ลาลีกาในฤดูกาล2018/19
วันที่ 2 มีนาคม 2018 สหพันธ์กับลาลีกาประกาศโครงการเพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศหรือไอเอฟเอบี เป้าหมายคือใช้วาร์ตั้งแต่นัดแรกของลีกสูงสุดฤดูกาล 2018/19 วันนั้นยังเป็นจุดเริ่มช่วงฝึกแบบออฟไลน์ ผู้ตัดสินศึกษาพิธีการ ฝึกในเครื่องจำลอง และดูภาพเกมโดยไม่มีการสื่อสารกับสนามจริง จึงไม่กระทบการแข่งขันที่กำลังเล่น
โครงการกำหนดให้ศูนย์ปฏิบัติการวิดีโออยู่ที่เมืองฟุตบอลของสหพันธ์ในลาส โรซาส และมอบหมายทีมดูแลงานผู้ตัดสิน เทคโนโลยี และโทรทัศน์แยกกัน การเตรียมจึงไม่ได้มีเพียงติดจอข้างสนาม แต่ต้องทำให้ผู้ช่วยวิดีโอ ผู้ช่วยวาร์ เจ้าหน้าที่รีเพลย์ และผู้ตัดสินในสนามสื่อสารกันตามลำดับเดียวกัน
เดือนกรกฎาคมเข้าสู่การฝึกแบบออนไลน์ในเกมทดสอบ ผู้ตัดสินเชื่อมระบบกับสนามจริงในแมตช์อุ่นเครื่องหลายคู่ ก่อนเปิดฤดูกาลยังมีการชี้แจงแก่สโมสร เช่น บาเลนเซีย บียาร์เรอัล และเลบันเต โดยย้ำหลักแทรกแซงให้น้อยแต่ให้ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งอธิบายสี่กรณีที่ระบบเข้าเกี่ยวข้องได้
การแข่งขันทางการในสเปนที่ใช้วาร์ก่อนลีกคือซูเปอร์โกปาเมื่อ 12 สิงหาคม 2018 เกมเซบียาพบบาร์เซโลนาที่แทนเจียร์ ประตูของปาโบล ซาราเบียเดิมถูกยกธงล้ำหน้า ก่อนการตรวจวิดีโอจะยืนยันให้เป็นประตู นี่คือการเปิดตัวในรายการของสหพันธ์ ส่วนการนำเสนอระบบที่ลาส โรซาสเกิดวันที่ 14 สิงหาคม และลีกสูงสุดเปิดฤดูกาลวันที่ 17 สิงหาคมด้วยเกมกิโรนาพบเรอัล บายาโดลิด จึงต้องแยกสามวันที่ออกจากกัน

เกมเปิดลีกจบ 0–0 แต่ความสำคัญอยู่ที่ทุกนัดตั้งแต่สัปดาห์แรกเข้าสู่โครงสร้างใหม่ ผู้ช่วยวิดีโอดูภาพจากห้องปฏิบัติการ ขณะที่ผู้ตัดสินในสนามยังต้องตัดสินเบื้องต้นเหมือนไม่มีวาร์ ระบบจึงไม่อนุญาตให้หยุดรอโดยไม่มีคำตัดสิน เพราะหากเทคโนโลยีขัดข้อง เกมต้องดำเนินต่อได้
สี่กลุ่มเหตุการณ์ที่ตรวจได้
ตรวจเงียบกับดูจอข้างสนาม
โปรโตคอลไอเอฟเอบี 2018/19 ระบุสี่กลุ่ม ได้แก่ ประตูหรือไม่เป็นประตู จุดโทษหรือไม่เป็นจุดโทษ ใบแดงโดยตรง และการลงโทษผิดตัว ใบแดงในขอบเขตนี้ไม่รวมใบเหลืองที่สอง วาร์จึงไม่ได้เปิดให้ย้อนดูทุกฟาวล์ ทุกทุ่ม หรือทุกคำตัดสินในแดนกลาง แม้เหตุการณ์นั้นอาจทำให้แฟนบอลไม่พอใจ
ทุกเหตุการณ์ในกลุ่มที่กำหนดจะถูกตรวจหรือเช็กโดยผู้ช่วยวิดีโอ การเช็กจำนวนมากจบในห้องโดยไม่หยุดเกมยาว หากภาพสอดคล้องกับคำตัดสินเดิม ผู้ตัดสินดำเนินเกมต่อได้ กระบวนการที่ผู้ชมไม่เห็นการเดินไปจอจึงไม่ได้แปลว่าไม่มีการตรวจ ในครึ่งแรกของฤดูกาล สหพันธ์อธิบายว่ามีการเช็กเฉลี่ย 12 ครั้งต่อเกม
เมื่อพบความเป็นไปได้ของความผิดพลาดชัดเจนหรือเหตุร้ายแรงที่ผู้ตัดสินพลาด วาร์สื่อสารข้อมูลและอาจแนะนำให้ทบทวน มีสองทางหลัก เรื่องข้อเท็จจริงอย่างตำแหน่งล้ำหน้าสามารถใช้ข้อมูลจากห้องวิดีโอได้ ส่วนเหตุการณ์ที่ต้องใช้ดุลยพินิจ เช่น ความรุนแรงของการปะทะ มักนำไปสู่การดูจอข้างสนาม ผู้ตัดสินเป็นผู้เริ่มการทบทวน วาร์มีสิทธิ์เสนอแนะ แต่ผู้เล่นหรือโค้ชเรียกร้องให้ตรวจเองไม่ได้
ตัวอย่างซูเปอร์โกปาแสดงการแก้เรื่องล้ำหน้า ประตูซาราเบียถูกยืนยันหลังตรวจตำแหน่งโดยวิดีโอ ขณะที่เกมราโย บาเยกาโนพบอาลาเบสเมื่อ 22 กันยายนแสดงอีกกระบวนการ ผู้ตัดสินได้รับคำแนะนำเรื่องการปะทะที่พลาดสายตา ไปดูจอ และให้ใบแดงโดยตรงแก่อับดูลาย บา เหตุการณ์จริงจึงช่วยแยกการตรวจข้อมูลออกจากการกลับไปประเมินภาพด้วยตนเอง
การตัดสินใจสุดท้ายเป็นของใคร
ความชัดเจนที่ยังต้องตีความ
คำตอบตามกติกาปี 2018/19 คือผู้ตัดสินในสนาม เขาอาจตัดสินจากข้อมูลที่วาร์แจ้ง หรือดูภาพซ้ำข้างสนามแล้วคงหรือเปลี่ยนคำตัดสินเดิม หลักคือคำตัดสินแรกไม่ควรถูกเปลี่ยน เว้นแต่มีความผิดพลาดที่ชัดเจนและเห็นได้ชัด หรือมีเหตุร้ายแรงที่เจ้าหน้าที่ในสนามไม่เห็น เทคโนโลยีจึงเป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ผู้ตัดสินอีกคนที่มีอำนาจเหนือสนาม

ข้อจำกัดอยู่ที่ภาพไม่ได้เปลี่ยนทุกเรื่องให้เป็นข้อเท็จจริง ตำแหน่งผู้เล่นหรือจุดสัมผัสอาจวัดจากภาพได้ แต่ความแรงของการเข้าสกัดและความตั้งใจยังต้องอาศัยดุลยพินิจ มุมกล้อง ความเร็วภาพ และช่วงที่เลือกดูมีผลต่อข้อมูลที่ผู้ตัดสินได้รับ โปรโตคอลจึงให้เลือกมุมกับความเร็วที่เหมาะสม และอนุญาตให้ผู้ตัดสินขอมุมเพิ่มเติม
ตัวเลขครึ่งฤดูกาลแรกช่วยอธิบายขนาดงาน ลาลีการะบุว่า 190 นัดแรกมีเหตุการณ์ที่ระบบตรวจ 2,280 ครั้ง และผู้ตัดสินเปลี่ยนคำตัดสินสุดท้าย 59 ครั้ง สัดส่วนนี้ชี้ว่าการเช็กเกิดบ่อยกว่าการแก้คำตัดสินมาก สหพันธ์ยังรายงานในเดือนมกราคม 2019 ว่าวาร์แก้ 19 จาก 26 ความผิดพลาดในกรอบเขตโทษ และแก้ 22 เหตุล้ำหน้าที่ลงท้ายด้วยประตู
หน่วยงานผู้ตัดสินยอมรับพร้อมกันว่าวาร์ไม่สมบูรณ์และไม่ได้ตั้งใจลบความผิดพลาดทั้งหมด เป้าหมายคือแก้ข้อผิดพลาดที่ชัดเจนในเหตุการณ์สำคัญ การประเมินฤดูกาลแรกจึงไม่ควรดูเพียงจำนวนครั้งที่เปลี่ยนคำตัดสิน ต้องดูด้วยว่าขอบเขตใดอยู่นอกพิธีการ และเหตุใดบางจังหวะจึงคงคำตัดสินแม้มีภาพช้า
วาร์ลาลีกาเปลี่ยนงานผู้ตัดสินด้วยชั้นตรวจสอบที่เป็นระบบ ตั้งแต่การฝึกออฟไลน์ ศูนย์วิดีโอ ไปจนถึงการสื่อสารระหว่างสนามกับลาส โรซาส แต่กรอบปี 2018/19 ยังยืนยันหลักเดิม ผู้ตัดสินต้องตัดสินก่อน วาร์ช่วยได้เฉพาะสี่กลุ่ม และผู้ตัดสินหลักตัดสินสุดท้าย ความเข้าใจลำดับนี้ทำให้แยกได้ว่าจังหวะใดถูกตรวจเงียบ จังหวะใดต้องดูจอ และเหตุใดภาพวิดีโอจึงไม่ยุติทุกข้อถกเถียง

