บาเลนเซียสองถ้วย2004 การหมุนเวียนทีมในฤดูกาลยาว

สนามเมสตายา รังเหย้าของบาเลนเซีย

บาเลนเซียสองถ้วย2004 เกิดจากทีมที่ต้องรักษาความพร้อมสำหรับเกมลีกและเกมยุโรปไปพร้อมกัน ราฟาเอล เบนิเตซไม่ได้ใช้ผู้เล่นสิบเอ็ดคนเดิมตลอดทาง แต่เปลี่ยนคนตามคู่แข่ง สภาพร่างกาย และสถานการณ์ระหว่างเกม ทีมคว้าแชมป์ลาลีกาที่เซบียาในวันที่ 9 พฤษภาคม ก่อนชนะโอลิมปิก มาร์กเซยในนัดชิงยูฟ่าคัพวันที่ 19 พฤษภาคม สองถ้วยจึงเป็นผลงานในฤดูกาล 2003–04 เดียวกัน โดยมีช่วงห่างเพียงสิบวันระหว่างเกมที่ทำให้ได้แชมป์

ทีมที่ต้องแก้หลังปีไม่สำเร็จ

จากอันดับห้าสู่บาเลนเซียสองถ้วย2004

ก่อนหน้านั้นหนึ่งปี บาเลนเซียจบลีกอันดับห้าด้วย 60 คะแนน จากชัยชนะ 17 นัด เสมอ 9 และแพ้ 12 พวกเขายิงได้ 56 ประตูและเสีย 35 ประตู ผลงานดังกล่าวทำให้ทีมแชมป์ลีกปี 2002 ต้องกลับมาตั้งหลัก และไปแข่งขันยูฟ่าคัพแทนเวทีแชมเปียนส์ลีก การเริ่มฤดูกาลใหม่จึงไม่ได้มีสถานะเป็นทีมที่กำลังครองตำแหน่งแชมป์อย่างต่อเนื่อง

ความแตกต่างของปี 2004 ปรากฏทั้งการเก็บชัยชนะและการลดความเสียหาย บาเลนเซียจบฤดูกาลด้วยชัยชนะ 23 นัด เสมอ 8 และแพ้ 7 รวม 77 คะแนน จำนวนเกมชนะเพิ่มขึ้นหกนัดจากปีก่อน ขณะที่เกมแพ้ลดลงห้านัด ทีมทำได้ 71 ประตูและเสีย 27 ประตู การกลับมาเป็นแชมป์จึงไม่ได้เกิดจากการรักษาประตูอย่างเดียว เพราะผลผลิตเกมรุกเพิ่มขึ้นชัดเจนด้วย

การแบ่งงานหลายรายการ

ผู้รักษาประตูและกองหน้าที่ต้องพร้อมเปลี่ยนบทบาท

เกมเปิดบ้านพบเกนช์เลอร์บีร์ลีจีวันที่ 25 มีนาคมเป็นตัวอย่างชัดเจน บาเลนเซียตามหลังจากนัดแรก 0–1 เบนิเตซเปลี่ยนทีมจากเกมเยือนห้าตำแหน่ง โดยหนึ่งในนั้นเกิดขึ้นเพราะอันเดรส ปาล็อปบาดเจ็บระหว่างอบอุ่นร่างกาย ซานติอาโก กาญิซาเรสจึงต้องลงแทน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นปาล็อปเป็นผู้รักษาประตูที่ได้รับเลือกในรายการนี้มาตลอด

การมีนายทวารมากกว่าหนึ่งคนที่รับหน้าที่ได้ช่วยให้ทีมรับมือเหตุฉุกเฉิน แต่การเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ใช่การพักผู้เล่นตามตารางล่วงหน้า ส่วนแนวรุก มิสตาเพิ่งทำแฮตทริกในเกมลีกที่ชนะมายอร์กา 5–1 กลับเริ่มเกมยุโรปนัดดังกล่าวจากม้านั่งสำรอง เขาถูกส่งลงในครึ่งหลังและยิงนาทีที่ 63 ทำให้ผลรวมสองนัดเท่ากัน ก่อนบิเซนเตทำประตูในช่วงต่อเวลาพาทีมชนะ 2–0 และผ่านเข้ารอบ

เส้นทางของมิสตาในสองเกมติดกันแสดงถึงความยืดหยุ่นของบทบาท กองหน้าที่เป็นผู้ทำประตูหลักในลีกยังสามารถเป็นตัวเปลี่ยนเกมจากข้างสนามในยุโรปได้ ขณะเดียวกัน ทีมต้องมีผู้เล่นคนอื่นรับผิดชอบเกมช่วงแรกจนกว่าจะถึงเวลาปรับแนวรุก การหมุนเวียนจึงเกี่ยวข้องกับจังหวะส่งผู้เล่นลงสนามพอ ๆ กับการเลือกชื่อก่อนแข่งขัน

มิสตาและบิเซนเตรับบทเด่น

วันที่ 6 พฤษภาคม บาเลนเซียเปิดเมสตายารับบียาร์เรอัลในรอบรองชนะเลิศนัดสอง หลังเกมแรกเสมอ 0–0 บิเซนเตมีอาการไข้หวัด ส่วนปาโบล ไอมาร์เพิ่งกลับมาฟิต ทั้งคู่เริ่มจากสำรอง เบนิเตซส่งซิสโก มูนญอซและโมฮาเหม็ด ซิสโซโกลงเป็นตัวจริง มิสตาเป็นคนเรียกจุดโทษจากการทำฟาวล์ของเบลเล็ตติ แล้วรับหน้าที่ยิงเองให้ทีมชนะ 1–0

กาญิซาเรสยังต้องช่วยหยุดโอกาสของคู่แข่ง ส่วนซิสโกมีโอกาสจากบอลของมิเกล อังกูโลในครึ่งหลัง เกมนี้จึงไม่ได้ผ่านเข้าชิงเพียงเพราะผู้เล่นดาวเด่นสองคนพร้อมเต็มที่ ตรงกันข้าม ทีมชนะในวันที่ต้องให้คนอื่นเริ่มงานแทนพวกเขา และรักษาความได้เปรียบเพียงประตูเดียวจนจบการแข่งขัน

อัฒจันทร์เมสตายาเหนืออาคารเมืองบาเลนเซียโดยมีทะเลอยู่เบื้องหลัง
สนามเมสตายาท่ามกลางอาคารในบาเลนเซียเมื่อปี 2008

เมื่อจบเส้นทางยุโรป มิสตามีห้าประตูในยูฟ่าคัพควบคู่กับ 19 ประตูในลีก ส่วนบิเซนเตมีส่วนสำคัญทั้งการยิงและสร้างโอกาสจากด้านซ้าย สองคนนี้เป็นปลายทางของเกมรุกที่เด่นชัด แต่จังหวะสำคัญยังอาศัยบอลจากกองกลาง การเติมของผู้เล่นด้านข้าง และคนที่รับช่วงเมื่อเพื่อนร่วมทีมไม่พร้อม

สองถ้วยไม่ใช่สองฤดูกาล

เซบียาก่อนนัดชิงยูฟ่า

หลังผ่านเข้าชิงยุโรปเพียงสามวัน บาเลนเซียเดินทางไปสนามซานเชซ ปิซฆวนเพื่อพบเซบียา บิเซนเตทำประตูนำในนาทีที่ 12 และรูเบน บาราฆายิงปิดท้ายช่วงปลายเกม ชัยชนะ 2–0 ทำให้ทีมได้แชมป์ลีกเป็นสมัยที่หกโดยยังเหลือการแข่งขันอีกสองนัด เรอัล มาดริดและบาร์เซโลนาแพ้ไปก่อนแล้วในวันเสาร์ จึงเปิดโอกาสให้บาเลนเซียยุติการลุ้นแชมป์ได้ทันที

ตราเซบียาและสัญลักษณ์ถ้วยบนผนังด้านนอกสนามรามอน ซานเชซ ปิซฆวน
ด้านนอกสนามรามอน ซานเชซ ปิซฆวนของเซบียาเมื่อปี 2025

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมลีกยังไม่สิ้นสุด เกมเยือนบียาร์เรอัลถูกขยับมาเล่นวันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคมเพื่อให้บาเลนเซียเตรียมตัวสำหรับนัดชิงวันพุธ ผู้รักษาประตูในเกมนี้คือดาบิด รังเคล ทีมเสียสองประตูให้ซอนนี อันเดอร์สันและฮวน โรมัน ริเกลเม ก่อนเมาริซิโอ เปเยกริโนโหม่งตีตื้น ผลแพ้ 1–2 หยุดช่วงไม่แพ้ในลีกสิบเอ็ดนัด แต่ไม่ได้เปลี่ยนเจ้าของแชมป์ที่ตัดสินไปแล้ว

สองคนทำประตูและผู้เล่นที่เข้ามาต่อเกม

นัดชิงที่อุลเลวี เมืองโกเธนเบิร์ก ไอมาร์ยังเริ่มจากสำรอง ขณะที่อังกูโลและมิสตาอยู่ในแนวรุก ก่อนพักครึ่ง กูร์โร ตอร์เรสเปิดบอลให้มิสตาเข้าทำประตู ฟาเบียน บาร์กเตซเข้าปะทะจนเสียจุดโทษและถูกไล่ออก บิเซนเตยิงให้บาเลนเซียนำ มาร์กเซยจึงต้องเล่นครึ่งหลังด้วยผู้เล่นสิบคน

นาทีที่ 58 บิเซนเตเปิดย้อนจากด้านซ้ายให้มิสตายิงเป็น 2–0 ต่อมาไอมาร์ลงแทนรูเฟเตในนาทีที่ 64 บาเลนเซียรักษาผลจนได้ยูฟ่าคัพครั้งแรกของสโมสร คู่ทำประตูร่วมกันปิดงาน แต่เงื่อนไขเกมที่คู่แข่งเหลือสิบคนก็มีส่วนต่อครึ่งหลัง ความสำเร็จสองถ้วยประกอบขึ้นจากผู้เล่นตัวจริง ตัวสำรอง และการปรับงานตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริงตลอดฤดูกาลยาวนาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO