แมนซิตี้สี่แชมป์ติดปี 2024 สี่ฤดูกาลที่ใช้คำตอบต่างกัน

สนามเอติฮัด สเตเดียม รังเหย้าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนซิตี้สี่แชมป์ติดตั้งแต่ฤดูกาล 2020/21 ถึง 2023/24 ไม่ได้เกิดจากการใช้ผู้เล่นและวิธีเข้าทำแบบเดิมซ้ำสี่ครั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอลารักษาแกนของทีมไว้ แต่เปลี่ยนหน้าที่กองหน้า เพิ่มบทบาทผู้เล่นกลาง และหาทางทดแทนคนสำคัญที่ย้ายออกหรือบาดเจ็บ จนชัยชนะเหนือเวสต์แฮมในเดือนพฤษภาคม 2024 ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดชายอังกฤษสี่ฤดูกาลติดต่อกัน

สี่ปีติดครอบคลุมช่วงใด

แมนซิตี้สี่แชมป์ติดจากปี 2021 ถึงปี 2024

ลำดับนี้เริ่มจากแชมป์ฤดูกาล 2020/21 ตามด้วย 2021/22, 2022/23 และ 2023/24 ไม่ใช่การนับรวมถ้วยหลายรายการในปีเดียว และไม่ใช่การนำแชมป์ที่มีฤดูกาลอื่นคั่นมารวมกัน ความพิเศษอยู่ที่การจบเหนือคู่แข่งตลอดสี่โปรแกรมลีกต่อเนื่อง

คะแนนของซิตี้ในสี่ฤดูกาลเรียงตามลำดับคือ 86, 93, 89 และ 91 คะแนน ตัวเลขไม่ได้เพิ่มขึ้นทุกปี เพราะความต้องการของการแข่งขันเปลี่ยนไปด้วย ปี 2021/22 ต้องเก็บถึง 93 คะแนนจึงเหนือกว่าลิเวอร์พูลหนึ่งคะแนน ขณะที่ปีถัดมาซิตี้จบด้วย 89 คะแนนและนำอาร์เซนอลห้าคะแนน

ฤดูกาลที่สองในชุดนี้ยังต้องแก้สถานการณ์วันสุดท้าย เมื่อแอสตัน วิลลานำ 2–0 ที่เอติฮัด ซิตี้จึงต้องยิงกลับสามประตูจากอิลคาย กุนโดกันสองลูกและโรดรีอีกหนึ่งลูกเพื่อชนะ 3–2 ช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นแสดงว่าการเป็นทีมแชมป์เก่าไม่ได้ทำให้เส้นทางป้องกันแชมป์ราบรื่นไปจนจบโดยอัตโนมัติ

บทบาทเกมรุกเปลี่ยนจากอะไรสู่อะไร

ช่วงต้นของสี่แชมป์ ซิตี้ใช้กองหน้าตัวหลอกเป็นทางเลือกสำคัญ ผู้เล่นที่เริ่มอยู่ตรงกลางแนวรุกสามารถถอยมารับบอล แล้วเปิดพื้นที่ให้เพื่อนเติมเข้าไปแทนได้ หน้าที่จบสกอร์จึงกระจายระหว่างกองกลาง ปีก และผู้เล่นที่สลับตำแหน่งกันขึ้นมา ทีมไม่ได้ต้องมีศูนย์หน้าคนเดียวเป็นปลายทางทุกจังหวะ

การเข้ามาของเออร์ลิง ฮาลันด์ในฤดูกาล 2022/23 เพิ่มเป้าหมายที่โจมตีพื้นที่หลังแนวรับและกลางเขตโทษอย่างชัดเจน ซิตี้ยังต่อบอลเพื่อควบคุมเกม แต่สามารถส่งให้กองหน้าตัวเป้าวิ่งเข้าจบได้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เพื่อนต้องอ่านจังหวะวิ่งของเขา ขณะที่ฮาลันด์ต้องเลือกทางเคลื่อนให้สัมพันธ์กับผู้ส่ง

ขณะเดียวกัน จอห์น สโตนส์เพิ่มหน้าที่ขึ้นไปช่วยโรดรีในช่วงครองบอล ทำให้ผู้เล่นเกมรุกด้านหน้ามีฐานรองรับมากขึ้น การปรับแนวหน้าและการจัดพื้นที่ด้านหลังบอลจึงเกิดร่วมกัน การมีกองหน้าที่อันตรายเพียงอย่างเดียวไม่พอ หากทีมไม่สามารถพาบอลไปหาเขาหรือรับมือการเสียบอลระหว่างทางได้

ปี 2023/24 ยังมีโจทย์ใหม่เมื่อเควิน เดอ บรอยน์บาดเจ็บและหายไปนาน ฟิล โฟเดนรับบทบาทกลางสนามมากขึ้นและกลายเป็นกำลังสำคัญในการสร้างกับจบโอกาส ทีมจึงไม่ได้เพียงรอให้ผู้เล่นเดิมกลับมา แต่ปรับความรับผิดชอบของคนที่พร้อมลงสนามเพื่อรักษาผลงานระหว่างนั้น

ขุมกำลังคงส่วนใดและเปลี่ยนส่วนใด

โรดรี แบร์นาร์โด ซิลวา เดอ บรอยน์ และโฟเดนเป็นตัวอย่างของผู้เล่นที่เชื่อมหลายฤดูกาลเข้าด้วยกัน ความคุ้นเคยกับการหาพื้นที่และการตอบสนองเมื่อเสียบอลช่วยให้ทีมมีฐานเดิม แม้ตำแหน่งเริ่มต้นหรือคู่ร่วมงานรอบตัวจะเปลี่ยนไป ความต่อเนื่องจึงไม่ได้หมายถึงลงด้วยสิบเอ็ดคนเดิมทุกสัปดาห์

หลังฤดูกาลสามแชมป์ปี 2023 กุนโดกันย้ายไปบาร์เซโลนา ขณะที่ริยาด มาห์เรซออกจากทีมด้วย ซิตี้เพิ่มมาเตโอ โควาซิช ยอสโก กวาร์ดิโอล และเฌเรมี โดกูเข้ามา ผู้เล่นใหม่ไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนคนที่จากไปทุกด้าน กวาร์ดิโอลเพิ่มทางเลือกแนวรับ โควาซิชช่วยกลางสนาม ส่วนโดกูเพิ่มการพาบอลเข้าหาคู่แข่งริมเส้น

การกลับมาของเดอ บรอยน์ในช่วงต้นปี 2024 ยังเพิ่มคำตอบจากม้านั่งสำรอง เกมที่ซิตี้บุกชนะนิวคาสเซิล 3–2 ที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก เขาลงมาในครึ่งหลังขณะทีมตาม 1–2 แล้วยิงตีเสมอ ก่อนช่วยให้ทีมกลับมาเก็บชัยชนะได้ การมีผู้เล่นพร้อมเปลี่ยนจังหวะเกมจึงสำคัญพอ ๆ กับรูปแบบที่วางไว้ตั้งแต่เริ่ม

โครงสร้างอัฒจันทร์ฝั่งตะวันตกของเซนต์เจมส์พาร์ก
อัฒจันทร์ฝั่งตะวันตกของเซนต์เจมส์พาร์กจากภาพถ่ายปี 2013

บทบาทสำรองอีกแบบปรากฏในช่วงตัดสินแชมป์ สเตฟาน ออร์เตกาต้องลงแทนเอแดร์ซอนในเกมเยือนสเปอร์ส และเซฟจังหวะหลุดเดี่ยวของซน ฮึงมินได้ก่อนซิตี้ชนะ 2–0 ความลึกของทีมในกรณีนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรายชื่อเท่านั้น แต่เป็นความพร้อมทำหน้าที่สำคัญทันทีเมื่อผู้เล่นตัวจริงต้องออก

การแข่งขันปีสุดท้ายต่างจากปีก่อนอย่างไร

ฤดูกาล 2023/24 อาร์เซนอลผลักการลุ้นแชมป์ไปถึงนัดสุดท้าย ก่อนวันปิดฤดูกาลซิตี้มี 88 คะแนนและอาร์เซนอลมี 86 คะแนน ชัยชนะเหนือสเปอร์สวันที่ 14 พฤษภาคมทำให้ซิตี้ได้เปรียบสองคะแนน และสามารถยืนยันแชมป์ด้วยการชนะเวสต์แฮมโดยไม่ต้องรอผลจากอีกสนาม

วันที่ 19 พฤษภาคม โฟเดนยิงสองประตูให้ซิตี้นำเร็วที่เอติฮัด ก่อนโมฮัมเหม็ด คูดุสตีตื้นให้เวสต์แฮม โรดรีจึงยิงเพิ่มในครึ่งหลังให้จบ 3–1 ซิตี้มี 91 คะแนน ส่วนอาร์เซนอลชนะเอฟเวอร์ตัน 2–1 และจบด้วย 89 คะแนน ความห่างสุดท้ายจึงอยู่ที่สองคะแนนเท่านั้น

พื้นสนามสีเขียวและอัฒจันทร์สีฟ้าภายในเอติฮัด
อัฒจันทร์ล้อมสนามฟุตบอลภายในเอติฮัดในยุคหลังการย้ายสนามปี 2003

ซิตี้ยังจบฤดูกาลด้วยการไม่แพ้ในลีก 23 นัดติดต่อกัน ช่วงยาวนี้ทำให้ความผิดพลาดต้นฤดูกาลไม่หยุดการป้องกันแชมป์ แต่ผลนัดท้ายก็ยังต้องลงมือทำให้สำเร็จ ต่างจากฤดูกาล 2022/23 ที่ทีมยืนยันแชมป์ได้ก่อนแข่งนัดสุดท้าย การรักษาความพร้อมจนถึงวันปิดฤดูกาลจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของแชมป์ครั้งที่สี่

เมื่อมองทั้งสี่ปี ความต่อเนื่องอยู่ที่ความสามารถในการปรับตัวมากกว่าการคงผังเดียว กองหน้าตัวหลอกเปิดทางให้ตัวเป้า ผู้เล่นเดิมรับหน้าที่ใหม่ และคนสำรองมีส่วนในนัดสำคัญ สี่แชมป์จึงสะท้อนทั้งคุณภาพที่รักษาไว้ได้และคำตอบที่เปลี่ยนไปตามขุมกำลังกับการแข่งขันในแต่ละฤดูกาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO