ปิแรสกับอาร์เซนอล 2002 มีความสำคัญเพราะเขาทำได้มากกว่ารอรับบอลแล้วเปิดจากริมเส้น โรแบร์ ปิแรสเป็นทั้งผู้จ่ายให้กองหน้าและคนที่เคลื่อนเข้าไปจบสกอร์เอง ผลงานเก้าประตูกับสิบห้าแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2001/02 เกิดขึ้นก่อนอาการบาดเจ็บเข่าจะตัดโอกาสลงเล่นช่วงท้าย แต่รายละเอียดในเกมช่วยอธิบายบทบาทของเขาได้มากกว่าตัวเลขเพียงสองช่อง
ตำแหน่งเริ่มต้นไม่ใช่พื้นที่ทำงานทั้งหมด
ปิแรสมักเริ่มจากฝั่งซ้าย แต่พื้นที่อันตรายที่เขาเข้าไปใช้ไม่ได้หยุดอยู่ใกล้เส้นข้าง ในเกมลีกกับดาร์บีที่ไฮบิวรีเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2002 เดนนิส เบิร์กแคมป์จ่ายบอลให้เขาเข้าไปจบสกอร์เป็นประตูเดียวของการแข่งขัน อาร์เซนอลจึงชนะเกมที่คู่แข่งตั้งรับจนเจาะได้ยากด้วยการเข้าทำตรงกลาง
หน้าที่ในจังหวะนั้นต่างจากปีกที่ยืนเปิดบอลให้ศูนย์หน้า ปิแรสกลายเป็นผู้รับบอลสุดท้าย ขณะที่เบิร์กแคมป์เป็นคนสร้างช่องผ่านลูกจ่าย การสลับหน้าที่เช่นนี้ทำให้แนวรับต้องเฝ้าทั้งกองหน้าและผู้เล่นที่ตามเข้ามาจากอีกแนวหนึ่ง
ปิแรสกับอาร์เซนอล 2002 สลับบทผู้สร้างกับผู้จบ
อีกตัวอย่างเกิดในแชมเปียนส์ลีกที่เลเวอร์คูเซนวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ปิแรสรับบอลในแดนกลางแล้วพาขึ้นตรงเข้าหาแนวรับ เมื่อคู่แข่งเข้ามาปิด เขาจ่ายไปทางขวาให้ซิลแวง วิลตอร์ ก่อนวิ่งไปรับลูกส่งคืนและทำประตู การเริ่มอยู่ฝั่งซ้ายจึงไม่ได้ห้ามเขาจากการประสานงานกับเพื่อนทางขวา
เกมยุโรปนัดนั้นจบ 1–1 และประตูดังกล่าวไม่ได้รวมอยู่ในเก้าประตูพรีเมียร์ลีกของเขา แต่จังหวะเข้าทำแสดงลักษณะงานที่ชัดเจน คือพาบอลดึงคู่แข่ง จ่ายออกจากพื้นที่กดดัน แล้วเคลื่อนต่อไปรับบอลอีกครั้ง
การประสานงานกับแบ็กและกองหน้า
พื้นที่ฝั่งซ้ายมีทั้งปิแรส แอชลีย์ โคล และกองหน้าที่เข้ามารับบอลได้ การแบ่งพื้นที่จึงไม่ใช่การให้ทุกคนขึ้นไปยืนในช่องเดียวกันทั้งหมด โคลมีงานเริ่มจากแนวรับ ขณะที่ปิแรสอยู่สูงกว่าและเลือกว่าจะรักษาความกว้างหรือเข้าด้านในตามตำแหน่งบอลและเพื่อน
เกมเปิดฤดูกาลที่มิดเดิลสโบรห์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2001 มีตัวอย่างที่แบ็กเข้าไปสร้างผลในเขตโทษ โคลเป็นผู้เล่นในจังหวะที่ผู้ตัดสินให้จุดโทษแก่อาร์เซนอล ก่อนปิแรสรับหน้าที่ยิงเข้าไป ทีมชนะ 4–0 โดยเธียร์รี อองรีกับเบิร์กแคมป์ทำประตูที่เหลือ การเข้าทำจึงมีส่วนร่วมจากผู้เล่นหลายแนว

ส่วนความสัมพันธ์กับกองหน้าเห็นชัดในเอฟเอคัพนัดเล่นใหม่กับนิวคาสเซิลวันที่ 23 มีนาคม 2002 ปิแรสทำประตูเปิดทางจากบอลของเบิร์กแคมป์ แล้วเป็นฝ่ายวิ่งไปทางซ้ายเพื่อส่งให้เบิร์กแคมป์ยิงประตูที่สอง ทั้งคู่เปลี่ยนจากผู้ช่วยเป็นผู้จบสกอร์ภายในช่วงต้นเกมเดียวกัน
สำหรับแนวรับคู่แข่ง นี่สร้างคำถามสองอย่างพร้อมกัน หากตามปิแรสเข้าไปด้านในก็ต้องระวังพื้นที่ทางด้านข้าง แต่ถ้าปล่อยให้เขาเคลื่อนต่อโดยไม่มีใครรับช่วง เขาก็เข้าไปอยู่ใกล้ประตูได้ การมีผู้เล่นที่ส่งบอลและจบเองได้ดีจึงเพิ่มทางเลือกโดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่น
ผลผลิตทางเกมรุกควรอ่านอย่างไร
ปิแรสลงพรีเมียร์ลีก 28 นัดในฤดูกาลนั้น ทำเก้าประตูและสิบห้าแอสซิสต์ โดยเป็นผู้ทำแอสซิสต์มากที่สุดของการแข่งขัน เขาจึงมีผลทั้งสองด้านของการเข้าทำ ต่างจากการใช้จำนวนประตูเพียงอย่างเดียวแล้วมองว่าเขามีบทบาทน้อยกว่าผู้เล่นที่ยิงมากกว่า
เก้าบวกสิบห้าเท่ากับยี่สิบสี่ครั้งที่ได้รับเครดิตโดยตรงในประตูลีก แต่จำนวนนี้ไม่ได้รวมทุกครั้งที่เขาช่วยให้ทีมขึ้นเกมผ่านแดนกลาง หรือดึงคู่แข่งไปเปิดพื้นที่ให้คนอื่น ในทางกลับกัน แอสซิสต์ก็ยังต้องอาศัยการจบสกอร์ของผู้รับบอลด้วย จึงเป็นผลของทั้งคุณภาพผู้จ่ายและการทำงานร่วมกัน
จำนวนเกมบอกขอบเขตของผลงาน
อาร์เซนอลลงลีก 38 นัด แต่ปิแรสมีส่วนร่วมยี่สิบแปดนัด การนำจำนวนแอสซิสต์ไปหารด้วยเกมทั้งหมดของสโมสรจะได้ภาพต่างจากการหารด้วยเกมที่เขาลงเอง สิบห้าครั้งในยี่สิบแปดนัดคิดเป็นประมาณ 0.54 แอสซิสต์ต่อการลงสนามหนึ่งนัด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขต่อเกมนี้ยังไม่เท่ากับอัตราต่อเก้าสิบนาที เพราะแต่ละนัดไม่ได้ลงครบเวลาเท่ากัน
การจบสกอร์ของเขาก็มีหลายลักษณะ ตั้งแต่จุดโทษในวันเปิดฤดูกาล ไปจนถึงการรับบอลเข้าไปยิงกลางเขตอันตรายกับดาร์บี ส่วนการยิงข้ามปีเตอร์ ชไมเคิลในเกมชนะแอสตัน วิลลา 2–1 แสดงความสามารถในการแก้จังหวะเฉพาะหน้า ภาพรวมจึงไม่ใช่ปีกที่สร้างแอสซิสต์จากลูกเปิดแบบเดียวซ้ำกัน
อาการบาดเจ็บเปลี่ยนตัวเลือกทีมอย่างไร
วันที่ปิแรสยิงและจ่ายในเกมชนะนิวคาสเซิล 3–0 ที่ไฮบิวรีกลับเป็นวันที่ฤดูกาลของเขาสิ้นสุดลงด้วย อาการบาดเจ็บเข่าต่อมาทำให้เขาพลาดทั้งช่วงตัดสินแชมป์และฟุตบอลโลก 2002 เจ้าตัวเล่าย้อนหลังว่าช่วงก่อนบาดเจ็บเป็นเวลาที่เขารู้สึกแข็งแกร่งที่สุดช่วงหนึ่งในอาชีพ

อาร์เซนอลจึงต้องหาทางเข้าทำต่อโดยไม่มีผู้เล่นที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดของทีม ลุงเบิร์กกลายเป็นคนสำคัญในช่วงท้าย ทั้งการยิงใส่อิปสวิช เวสต์แฮม และโบลตัน ก่อนวิลตอร์ทำประตูยืนยันแชมป์ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด งานของปิแรสไม่ได้ตกกับคนเดียว แต่กระจายให้ผู้เล่นแนวรุกที่เหลือช่วยกันรับไป
การที่ทีมคว้าดับเบิลแชมป์ได้โดยไม่มีเขาในช่วงสุดท้ายจึงไม่ได้ลดค่าผลงานที่สร้างไว้ก่อนหน้า คะแนนจากชัยชนะเหนือดาร์บีหรือแอสตัน วิลลายังเป็นส่วนหนึ่งของตารางสุดท้าย เช่นเดียวกับโอกาสที่เขาจ่ายให้เพื่อนตลอดหลายเดือนก่อนบาดเจ็บ
ปิแรสได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอลในปีนั้น แม้ลงเล่นไม่ถึงเส้นชัยของฤดูกาล บทบาทที่ทำให้เขาโดดเด่นคือการเชื่อมพื้นที่และเชื่อมหน้าที่ เขาออกกว้างเพื่อส่งให้กองหน้าได้ และเข้ากลางเพื่อเป็นกองหน้าของจังหวะถัดไปได้เช่นกัน

