แมนยูแชมป์สามปีติด 2001 หมายถึงการคว้าพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1998/99, 1999/00 และ 2000/01 ติดต่อกัน จุดสำคัญคือทีมของอเล็กซ์ เฟอร์กูสันรักษาผลลัพธ์สูงสุดไว้ได้หลังปีสามแชมป์ แม้ผู้รักษาประตูเปลี่ยน คนที่ยิงมากที่สุดเปลี่ยน และระยะห่างจากคู่แข่งต่างกันมากในแต่ละปี ความต่อเนื่องจึงเกิดจากการรักษาแกนเดิมพร้อมปรับส่วนที่จำเป็น
คำว่าสามปีติดครอบคลุมฤดูกาลใด
ปีแรกของชุดนี้คือฤดูกาลที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้พรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และแชมเปียนส์ลีกในปี 1999 ถ้วยลีกตัดสินในวันสุดท้ายจากชัยชนะเหนือท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 2–1 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ทำให้จบด้วย 79 คะแนน มากกว่าอาร์เซนอลเพียงแต้มเดียว ก่อนเดินหน้าคว้าถ้วยอีกสองรายการ
สองฤดูกาลถัดมาไม่ได้ทำสามแชมป์รายการเดิมซ้ำ แต่ป้องกันถ้วยพรีเมียร์ลีกสำเร็จทั้งคู่ ในปี 2000 ยูไนเต็ดคว้าแชมป์หลังบุกชนะเซาแธมป์ตัน 3–1 เมื่อวันที่ 22 เมษายน โดยยังเหลือสี่เกม ส่วนปี 2001 ได้ข้อยุติวันที่ 14 เมษายน หลังชนะโคเวนทรี 4–2 และอาร์เซนอลแพ้มิดเดิลสโบรห์ 0–3 ที่ไฮบิวรี
แมนยูแชมป์สามปีติด 2001 ต่างจากสามถ้วยปี 1999
สามถ้วยหมายถึงการแข่งขันหลายรายการภายในฤดูกาลเดียว ส่วนสามปีติดต้องเริ่มสะสมคะแนนใหม่ถึงสามฤดูกาล คู่แข่งมีโอกาสเสริมทีมและแก้ไขข้อบกพร่องทุกช่วงปิดฤดูกาล ความสำเร็จแบบหลังจึงวัดการกลับมายืนเหนือคู่แข่งอีกครั้ง มากกว่าการรักษาฟอร์มให้ถึงเดือนพฤษภาคมเพียงปีเดียว
ยูไนเต็ดเป็นทีมแรกที่ทำแชมป์พรีเมียร์ลีกสามฤดูกาลติดนับจากการแข่งขันเริ่มใช้ชื่อนี้ในปี 1992 แต่ไม่ใช่ทีมแรกในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดอังกฤษ ลิเวอร์พูลเคยทำได้ในฤดูกาลที่จบปี 1982, 1983 และ 1984 การระบุกรอบการแข่งขันจึงทำให้ตำแหน่งของผลงานปี 2001 ชัดเจนโดยไม่ลบความสำเร็จก่อนหน้านั้น
ทีมหลักเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหน
แดนกลางยังมีชื่อเดิมเป็นฐาน พอล สโคลส์ลงพรีเมียร์ลีก 31, 31 และ 32 นัดตามลำดับสามฤดูกาล เดวิด เบ็คแฮมลง 34, 31 และ 31 นัด ส่วนรอย คีนกับไรอัน กิกส์ยังอยู่ในกลุ่มที่ได้รับเวลาเล่นมาก ความคุ้นเคยของผู้เล่นเหล่านี้ไม่ได้หายไปเมื่อจบฤดูกาลสามแชมป์
อย่างไรก็ตาม รายชื่อเดิมไม่ได้หมายถึงบทบาทเท่าเดิมทุกปี กิกส์ลงลีก 24 นัดในปี 1998/99 ก่อนเพิ่มเป็นสามสิบและสามสิบเอ็ดนัดในสองปีถัดมา นิกกี บัตต์ก็เป็นทางเลือกที่ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ทีมจึงมีผู้เล่นหลายคนช่วยแบ่งภาระ ไม่ได้ใช้กองกลางสี่คนเดิมครบทุกเกมตลอดสามปี

การเปลี่ยนผู้รักษาประตูและน้ำหนักในแนวรุก
ตำแหน่งที่เปลี่ยนชัดคือผู้รักษาประตู ปีเตอร์ ชไมเคิลอยู่ในทีมปี 1999 แต่ฤดูกาลถัดมาต้องหาคนรับช่วงต่อ มาร์ก บอสนิช ไรมอนด์ ฟาน เดอร์ เคาว์ และมัสซิโม ตาอิบีต่างได้โอกาส ก่อนฟาเบียน บาร์กเตซจะเข้ามาในปี 2000 และลงลีกสามสิบนัดในฤดูกาลแชมป์ครั้งที่สาม
แนวรุกก็สลับน้ำหนักจากดไวต์ ยอร์กกับแอนดี โคล ไปสู่บทบาทที่มากขึ้นของเท็ดดี เชอริงแฮม ยอร์กยิงลีกสิบแปดและยี่สิบลูกในสองปีแรก ขณะที่เชอริงแฮมขึ้นเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมในปี 2000/01 ด้วยสิบห้าประตู จากห้าลูกเมื่อฤดูกาลก่อน เขายังอยู่ในกลุ่มกองหน้าเดิม แต่ส่วนร่วมต่อผลลัพธ์เปลี่ยนไป
ข้อมูลการออกสตาร์ตช่วยให้เห็นการเปลี่ยนนี้ชัดขึ้น เชอริงแฮมเป็นตัวจริงในลีกสิบห้านัดปี 1999/00 และยี่สิบสามนัดปีถัดมา จำนวนประตูที่เพิ่มขึ้นจึงมาพร้อมโอกาสรับบทหลักมากขึ้นด้วย ขณะที่โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ยังช่วยทำประตูและลงเล่นได้ทั้งจากต้นเกมกับม้านั่งสำรอง
ผลงานต่อเนื่องสะท้อนในตัวเลขใด
ปี 1998/99 ยูไนเต็ดชนะยี่สิบสอง เสมอสิบสาม แพ้สาม ยิงแปดสิบและเสีย 37 ประตู ปี 1999/00 จำนวนชัยชนะเพิ่มเป็นยี่สิบแปดนัด เสมอเจ็ดและแพ้สามเท่าเดิม ส่งให้คะแนนขึ้นจาก 79 เป็น 91 ผลเสมอที่ลดลงหกนัดพร้อมชัยชนะที่เพิ่มหกนัดอธิบายคะแนนที่มากขึ้นสิบสองแต้มได้พอดี
ฤดูกาล 1999/00 ยังมีประตูได้สูงถึง 97 ลูก แต่เสีย 45 ลูก มากกว่าปีก่อน ทีมจึงไม่ได้ชนะขาดเพราะตัวเลขเกมรับดีขึ้นทุกด้าน จุดที่เห็นชัดคือการยิงมากขึ้นและเปลี่ยนเกมเป็นชัยชนะได้บ่อยขึ้น จบด้วยระยะห่างสิบแปดคะแนนเหนืออาร์เซนอลที่มี 73 แต้ม
พอถึงปี 2000/01 ยูไนเต็ดทำแปดสิบคะแนนจากชนะยี่สิบสี่ เสมอแปด และแพ้หก ยิง 79 เสีย 31 ประตู แม้ยิงน้อยกว่าปีก่อนสิบแปดลูก แต่ก็เสียลดลงสิบสี่ลูก การคว้าแชมป์ครั้งที่สามจึงไม่ได้ต้องอาศัยการทำประตูทะลุเก้าสิบครั้งเหมือนปีที่สอง
แต้มสุดท้ายไม่ใช่ช่องว่างตลอดการแข่งขัน
ชัยชนะเหนืออาร์เซนอล 6–1 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในเดือนกุมภาพันธ์ 2001 ซึ่งยอร์กทำแฮตทริกในครึ่งแรก ทำให้ยูไนเต็ดนำคู่แข่งรายนี้สิบหกแต้ม จากนั้นทีมยืนยันแชมป์ได้ตั้งแต่เดือนเมษายน แต่แพ้สามนัดสุดท้ายหลังได้ถ้วยแน่นอนแล้ว ระยะห่างในตารางสุดท้ายจึงลดลงเหลือสิบคะแนน

ความสำเร็จเดียวมีหลายปัจจัยอย่างไร
การรักษาแชมป์เริ่มจากแกนกลางที่ยังพร้อมเล่นร่วมกัน แต่ตัวเลขก็แสดงความจำเป็นของคนที่เข้ามารับช่วง บาร์กเตซเติมตำแหน่งที่เปลี่ยนหลังปี 1999 ส่วนเชอริงแฮมเพิ่มบทบาทในกลุ่มกองหน้าเดิม ความต่อเนื่องกับการปรับทีมจึงเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ได้ขัดกัน
ความแข็งแกร่งของคู่แข่งมีผลต่อระยะห่างด้วย อาร์เซนอลจบสามฤดูกาลนี้ด้วย 78, 73 และเจ็ดสิบคะแนนตามลำดับ ยูไนเต็ดจึงไม่ต้องเก็บคะแนนเท่ากันเพื่อคว้าแชมป์แต่ละปี และไม่ควรตีความว่าปีที่มีช่องว่างมากที่สุดคือทีมที่สมบูรณ์ที่สุดในทุกส่วน
สามฤดูกาลนี้ครอบคลุมทั้งการลุ้นจนวันสุดท้าย การเร่งเก็บชัยชนะจนทิ้งห่าง และการยืนยันถ้วยก่อนจบโปรแกรม ความสำเร็จร่วมกันคือทีมยังสร้างคะแนนมากพอจะอยู่เหนือทุกสโมสร แม้หน้าที่ของผู้เล่นและจุดเด่นทางสถิติเปลี่ยนไป นั่นคือมาตรฐานที่ยูไนเต็ดรักษาไว้หลังค่ำคืนสามแชมป์ของปี 1999

