อาร์เซนอลแชมป์ 1998 เกิดจากการเปลี่ยนโอกาสไล่จ่าฝูงให้เป็นคะแนนจริงด้วยชัยชนะในลีกสิบเกมติดต่อกัน ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงวันที่ 3 พฤษภาคม ทีมของอาร์แซน เวนเกอร์มีทั้งแนวรับชุดเดิมและผู้เล่นใหม่อย่างมาร์ก โอเวอร์มาร์สกับเอ็มมานูเอล เปอตีต์ ชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดเป็นจุดสำคัญ แต่แชมป์เกิดขึ้นได้เพราะทีมรักษาผลการแข่งขันต่อเนื่องจนคู่แข่งตามไม่ทัน
นี่คือฤดูกาลแรกที่เวนเกอร์คุมอาร์เซนอลตั้งแต่ต้นแคมเปญ หลังรับงานระหว่างฤดูกาลก่อนหน้า ขุมกำลังจึงมีเวลาพัฒนาร่วมกันมากขึ้น แต่เส้นทางไม่ได้เป็นการนำตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วงที่คะแนนตามหลังและมีเกมตกค้างทำให้ความสามารถในการรักษาความสม่ำเสมอมีน้ำหนักมากเป็นพิเศษ
ขุมกำลังเดิมและใหม่เติมกันอย่างไร
อาร์เซนอลแชมป์ 1998 มีแกนเดิมอยู่ตรงไหน
เดวิด ซีแมน โทนี อดัมส์ ลี ดิกซัน ไนเจล วินเทอร์เบิร์น มาร์ติน คีโอว์นและสตีฟ โบลด์เป็นกลุ่มผู้เล่นเกมรับที่เวนเกอร์รับช่วงมา ส่วนเดนนิส เบิร์กแคมป์ เอียน ไรต์และเรย์ พาร์เลอร์อยู่กับสโมสรก่อนหน้านี้แล้ว ความเปลี่ยนแปลงจึงเกิดบนพื้นฐานของทีมที่รู้จักกัน ไม่ใช่การเปลี่ยนผู้เล่นทั้งหมดพร้อมกัน
วันที่ 17 มิถุนายน 1997 อาร์เซนอลเปิดตัวโอเวอร์มาร์สจากอาแจ็กซ์และเปอตีต์จากโมนาโก ผู้เล่นทั้งสองช่วยเพิ่มทางเลือกคนละส่วน โอเวอร์มาร์สเติมความเร็วในการโจมตีจากด้านข้าง ขณะที่เปอตีต์เข้ามาทำงานในแดนกลางร่วมกับปาทริก วิเอรา ซึ่งผ่านฤดูกาลแรกในอังกฤษมาแล้ว
เกมเยือนยูไนเต็ดในเดือนมีนาคมแสดงการผสมดังกล่าว วิเอรากับเปอตีต์ช่วยให้ทีมแข่งขันในพื้นที่กลางสนาม ส่วนการวิ่งของโอเวอร์มาร์สทำให้แนวรับเจ้าบ้านต้องระวังพื้นที่ด้านหลัง นิโกลาส์ อเนลกาก็มีส่วนในจังหวะประตูชัยด้วยการโหม่งส่งบอลให้ปีกดัตช์วิ่งตามไปจบสกอร์
ผู้เล่นใหม่จึงไม่ได้สร้างผลด้วยการแยกเล่นเป็นกลุ่มของตนเอง พวกเขาต่อบอลและแบ่งงานกับสมาชิกเดิม ขณะที่ทีมยังมีทางเลือกเปลี่ยนตัวในช่วงท้ายฤดูกาล เกมยืนยันแชมป์กับเอฟเวอร์ตันมีทั้งอเนลกาและคริสโตเฟอร์ เวรห์ในแนวหน้า ก่อนส่งไรต์และโบลด์ลงมาระหว่างเกม
ช่วงคะแนนตามหลังต้องอ่านอย่างไร
หลังการแข่งขันวันที่ 11 มีนาคม อาร์เซนอลมี 51 คะแนนจาก 27 นัด ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมี 60 คะแนนจาก 30 นัด ระยะห่างเก้าคะแนนจึงเกิดพร้อมกับการที่อาร์เซนอลแข่งน้อยกว่าสามครั้ง เกมในมือเหล่านี้ทำให้โอกาสยังเปิดอยู่ แต่ยังต้องลงสนามชนะจึงจะเปลี่ยนเป็นคะแนนได้
เมื่ออาร์เซนอลชนะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดในวันที่ 14 มีนาคม ยอดของพวกเขาเพิ่มเป็น 54 คะแนนจาก 28 นัด ยูไนเต็ดยังมี 60 คะแนนจาก 31 นัด ทีมของเวนเกอร์จึงลดช่องว่างเหลือหกคะแนนและยังเหลือเกมมากกว่าสามนัด ชัยชนะทำให้สามารถกำหนดเส้นทางของตัวเองได้ แต่ยังไม่ได้พาแซงเป็นจ่าฝูงในวันนั้น
ความท้าทายต่อมาคือการเก็บผลจากโปรแกรมที่ค้างอยู่ เกมเยือนวิมเบิลดันวันที่ 11 มีนาคมเป็นชัยชนะ 1–0 ก่อนผลสกอร์เดียวกันกับยูไนเต็ด เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์และโบลตัน สี่นัดแรกของชุดชัยชนะนี้จึงไม่ได้เกิดจากการยิงถล่มคู่แข่ง แต่เกิดจากการรักษาประตูนำเพียงลูกเดียวให้เป็นสามคะแนน
หลังจากนั้นอาร์เซนอลชนะนิวคาสเซิล 3–1 แบล็กเบิร์น 4–1 วิมเบิลดัน 5–0 และบาร์นสลีย์ 2–0 ก่อนปิดเดือนเมษายนด้วยการเฉือนดาร์บี 1–0 การทำคะแนนไม่ได้หยุดอยู่หลังชนะคู่แข่งแย่งแชมป์ แต่ดำเนินต่อผ่านคู่ต่อสู้ที่มีรูปแบบและสถานการณ์ในตารางต่างกัน
อะไรเปลี่ยนในเกมสำคัญ
วันที่ 14 มีนาคม โอเวอร์มาร์สทำประตูเดียวช่วงท้ายเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาวิ่งต่อจากลูกโหม่งของอเนลกาและส่งบอลผ่านปีเตอร์ ชไมเคิล ประตูนี้เชื่อมการเล่นของกองหน้ากับความเร็วจากด้านข้าง โดยไม่ต้องให้ผู้วิ่งเริ่มต้นอยู่ในตำแหน่งหน้าเป้าตลอดเวลา

แต่จุดตัดสินที่แน่นอนมาถึงวันที่ 3 พฤษภาคม อาร์เซนอลพบเอฟเวอร์ตันที่ไฮบิวรีและชนะ 4–0 โอเวอร์มาร์สทำสองประตู ส่วนอดัมส์ทำประตูปิดท้ายหลังวิ่งขึ้นไปรับบอลจากโบลด์ ภาพกองหลังสองคนสร้างประตูร่วมกันทำให้ชัยชนะวันนั้นมีความหมายมากกว่าผลงานของแนวรุกเพียงกลุ่มเดียว
หลังจบเกม อาร์เซนอลมี 78 คะแนนจาก 36 นัด ยูไนเต็ดยังมี 71 คะแนนจาก 36 นัดและเก็บเพิ่มได้สูงสุดอีกหกคะแนน ช่องว่างเจ็ดคะแนนจึงยืนยันแชมป์โดยไม่ต้องรอให้ครบโปรแกรม ต่างจากเกมเดือนมีนาคมที่เพียงเปิดโอกาสในการไล่ตาม
ชัยชนะเหนือเอฟเวอร์ตันเป็นนัดที่สิบติดต่อกันในลีกของอาร์เซนอล ตลอดสิบเกมนั้นพวกเขายิง 23 ประตูและเสียเพียงสองประตู มีแปดนัดที่ไม่เสียประตูเลย การเร่งเครื่องจึงประกอบด้วยทั้งความเฉียบคมเมื่อมีโอกาสและความมั่นคงที่ทำให้เกมสกอร์แคบไม่หลุดมือ
ยูไนเต็ดเองยังพยายามเก็บคะแนน แต่การเสมอลิเวอร์พูลและนิวคาสเซิลในเดือนเมษายนทำให้ไม่สามารถรักษาระยะห่างไว้ได้ เมื่ออาร์เซนอลชนะต่อเนื่อง คะแนนจากเกมตกค้างค่อย ๆ กลายเป็นความได้เปรียบจริง และท้ายที่สุดไม่มีโปรแกรมเหลือมากพอให้ทีมของอเล็กซ์ เฟอร์กูสันแก้สถานการณ์
แชมป์ลีกสัมพันธ์กับดับเบิลแชมป์อย่างไร
หลังได้แชมป์แล้ว อาร์เซนอลแพ้ลิเวอร์พูล 0–4 และแอสตัน วิลลา 0–1 ในสองเกมลีกที่เหลือ คะแนนสุดท้ายจึงหยุดที่ 78 ขณะที่ยูไนเต็ดตามขึ้นมาเป็น 77 คะแนน ช่องว่างหนึ่งคะแนนในตารางจบฤดูกาลอาจทำให้ดูเหมือนต้องลุ้นถึงวันสุดท้าย แต่ตำแหน่งแชมป์ถูกตัดสินไปก่อนหน้านั้นแล้ว
วันที่ 16 พฤษภาคม อาร์เซนอลชนะนิวคาสเซิล 2–0 ที่เวมบลีย์ในนัดชิงเอฟเอคัพ โอเวอร์มาร์สกับอเนลกาเป็นผู้ทำประตู ชัยชนะครั้งนี้จึงเติมถ้วยอีกใบให้แชมป์ลีกที่ยืนยันตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม และทำให้ฤดูกาลแรกเต็มรูปแบบของเวนเกอร์จบด้วยดับเบิลแชมป์

สองความสำเร็จมีเส้นชัยแยกกัน ลีกต้องอาศัยคะแนนสะสมและความต่อเนื่องของโปรแกรมยาว ส่วนเอฟเอคัพต้องผ่านเกมนัดชิงให้ได้ แม้ผู้เล่นสำคัญหลายคนมีส่วนในทั้งสองรายการ การชนะถ้วยเดือนพฤษภาคมก็ไม่ได้แทนที่งานที่ทีมทำมาตลอดช่วงไล่จ่าฝูงในลีก
ชัยชนะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดทำให้ประตูสู่แชมป์เปิดกว้าง แต่การชนะเกมที่เหลืออย่างต่อเนื่องและเสียประตูน้อยต่างหากที่พาทีมเดินผ่านประตูนั้นจนถึงวันที่ฉลองที่ไฮบิวรี

