โคโลญจน์ 1964 เป็นแชมป์บุนเดสลีกาทีมแรกด้วยการนำความพร้อมของทีมชั้นนำเดิมมาผสมกับผู้เล่นรุ่นใหม่ สโมสรเคยได้แชมป์ประเทศปี 1962 และเป็นรองแชมป์ปี 1963 ก่อนเกออร์ก คนอฟเฟิลคุมทีมในฤดูกาลเปิดลีก ฮันส์ เชเฟอร์ยังเป็นแกนสำคัญ ขณะที่โวล์ฟกัง โอเวอราธกับโวล์ฟกัง เวเบอร์เข้ามาเพิ่มคุณภาพ ทีมใช้ผู้เล่นลงสนามเพียง 15 คนตลอดฤดูกาล แต่สามารถรักษาความต่อเนื่องจนได้แชมป์ก่อนจบโปรแกรม
โคโลญจน์ 1964 พื้นฐานจากแชมป์ประเทศปี1962
การเริ่มลีกใหม่ไม่ได้ทำให้ทีมเริ่มสร้างทุกอย่างใหม่
เมื่อบุนเดสลีกาเริ่ม โคโลญจน์มีประสบการณ์แข่งขันเพื่อแชมป์ประเทศอยู่แล้ว ตำแหน่งแชมป์ปี 1962 และรองแชมป์ปีถัดมาหมายความว่าแกนทีมผ่านเกมที่มีเดิมพันสูงมาก่อน การรวมสโมสรชั้นนำเข้าไว้ในลีกเดียวจึงเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน แต่ไม่ได้ลบความเข้าใจกันของผู้เล่นหรือประสบการณ์ที่สะสมในระบบเดิม
สิ่งที่คนอฟเฟิลมีอยู่ในมือจึงเป็นทีมซึ่งพร้อมแข่งขัน ไม่ใช่กลุ่มผู้เล่นใหม่ทั้งหมด ฮันส์ เชเฟอร์เป็นกัปตันและหนึ่งในผู้เล่นที่เชื่อมยุคก่อนบุนเดสลีกากับยุคใหม่ ขณะเดียวกัน ฮันส์ ชตวร์ม คาร์ลไฮนซ์ ทีเลน คริสเตียน มึลเลอร์ และเพื่อนร่วมทีมคนอื่นยังช่วยกันสร้างผลงาน โดยมีดาวรุ่งเข้ามาเสริมแทนการเปลี่ยนแกนเดิมทั้งชุด
การเพิ่มผู้เล่นหนุ่มไม่ได้ขัดกับความต่อเนื่องของทีม ตรงกันข้าม โอเวอราธได้ทำงานร่วมกับเชเฟอร์ในการนำเกมของโคโลญจน์ ขณะที่เวเบอร์เสริมตัวเลือกด้านแนวรับ สโมสรจึงมีทั้งผู้เล่นที่รู้วิธีรับมือการแข่งขันเพื่อแชมป์และผู้เล่นซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของอาชีพระดับสูง
คนอฟเฟิลกับการจัดผู้เล่น
สิบห้าคนไม่ได้หมายถึงสิบเอ็ดตัวจริงชุดเดียว
โคโลญจน์ใช้ผู้เล่นลงแข่งขันลีกเพียง 15 คน แต่ประวัติของสโมสรระบุว่ามีชุดจัดตัวแตกต่างกัน 19 แบบ ตัวเลขสองชุดนี้อธิบายงานของคนอฟเฟิลได้ดี เขารักษากลุ่มผู้เล่นหลักขนาดเล็กไว้ ขณะเดียวกันก็ปรับการจัดตัวระหว่างฤดูกาล ไม่ใช่ใช้สิบเอ็ดคนเดิมครบทุกนัดโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ชตวร์มกับโอเวอราธลงครบ 30 นัด ส่วนเลโอ วิลเดนและโทนี เรห์ลงคนละ 29 นัด เฮลมุท เบนท์เฮาส์กับฟริตซ์ พ็อทท์ลงคนละ 27 นัด ความถี่ในการลงสนามของผู้เล่นหลายคนทำให้ทีมมีแกนที่ได้ทำงานร่วมกันต่อเนื่อง แต่จำนวนเกมที่ไม่เท่ากันยังแสดงถึงการหมุนเวียนภายในกลุ่มนั้น
ตำแหน่งผู้รักษาประตูก็ไม่ได้มีคนเดียว ฟริตซ์ เอเวิร์ทลง 26 นัด และอันทอน ชูมัคเคอร์ลงสี่นัด รวมเป็นโปรแกรมลีกทั้งหมด การดูจำนวนผู้เล่นอย่างเดียวจึงอาจทำให้พลาดรายละเอียดว่าคนอฟเฟิลยังต้องจัดการตำแหน่งสำคัญต่างกันอย่างไรในแต่ละช่วง แม้ทีมจะไม่ได้ใช้ขุมกำลังขนาดใหญ่ก็ตาม
การทำประตูกระจายอยู่ในหลายตำแหน่ง ทีเลนทำ 16 ประตู มึลเลอร์ 15 ชตวร์ม 13 และเชเฟอร์ 12 ทั้งสี่คนจึงผ่านหลักสิบในฤดูกาลเดียวกัน เมื่อรวมโอเวอราธซึ่งยิงเก้าประตูด้วย โคโลญจน์ไม่ได้ต้องรอให้กองหน้าคนใดคนหนึ่งแก้ปัญหาการทำประตูอยู่คนเดียวทุกสัปดาห์

เชเฟอร์โอเวอราธและเวเบอร์
ประสบการณ์ของกัปตันกับการรอคอยของดาวรุ่ง
เชเฟอร์อายุ 35 ปีเมื่อบุนเดสลีกาเริ่ม และมีประสบการณ์จากทีมแชมป์โลกปี 1954 อยู่เบื้องหลัง ส่วนโอเวอราธอายุ 19 ปีในวันเปิดลีก ความต่างของวัยไม่ได้ทำให้หน้าที่ของคนหนุ่มมีเพียงการเรียนรู้ข้างสนาม เพราะโอเวอราธลงครบทุกนัด ขณะที่เชเฟอร์ลง 22 นัดและยังช่วยทำประตูถึง 12 ลูก
เส้นทางของโอเวอราธเริ่มจากซีคบูร์เกอร์ เอสเฟา ก่อนย้ายมาโคโลญจน์ในฤดูร้อนปี 1962 แต่ต้องเว้นจากการแข่งขันตามข้อบังคับเป็นเวลาหนึ่งปี สโมสรให้เขาฝึกทั้งกับทีมเยาวชนและผู้เล่นชุดใหญ่ ช่วงที่ยังไม่ได้ลงแข่งขันจึงเป็นเวลาปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ ก่อนเริ่มบุนเดสลีกาในปีถัดมา
เวเบอร์มีเส้นทางคล้ายกัน เขามาจากสปอร์ตแฟร์ไอนิกุง พอร์ซ และย้ายเข้าโคโลญจน์ปี 1962 เช่นกัน โดยต้องรอหนึ่งปีตามกติกาในเวลานั้น ทั้งสองฝึกกับทีมและได้ลงเกมทดสอบที่สโมสรจัดขึ้น จึงไม่ควรเรียกรวมว่าเป็นเด็กซึ่งเติบโตในอะคาเดมีโคโลญจน์มาตั้งแต่ต้น หรือว่าเพิ่งย้ายเข้ามาพร้อมวันเปิดลีก
เมื่อได้เริ่มแข่งขัน โอเวอราธทำประตูแรกของโคโลญจน์ในบุนเดสลีกา เกมบุกชนะซาร์บรึคเคน 2–0 วันที่ 24 สิงหาคม 1963 ส่วนเวเบอร์ลงลีก 17 นัดและยิงสามประตูในฤดูกาลแชมป์ คนหนึ่งกลายเป็นแกนที่ลงครบโปรแกรม อีกคนมีจำนวนเกมน้อยกว่าแต่เพิ่มทางเลือกให้ทีม เป็นการเติมผู้เล่นหนุ่มสองแบบภายในขุมกำลังเดียวกัน
ความต่อเนื่องตลอด30นัด
วันได้แชมป์มาก่อนวันรับถ้วย
โคโลญจน์จบฤดูกาลด้วย 45 คะแนน นำไมเดอริชรองแชมป์หกคะแนน ในยุคที่ชัยชนะให้สองคะแนน ทีมแพ้เพียงสองครั้งจาก 30 นัด จึงไม่ได้อาศัยเพียงชัยชนะใหญ่บางเกม แต่รักษาความเสียหายจากวันที่ผลงานไม่เป็นใจให้อยู่ในวงจำกัด ความสม่ำเสมอนี้ทำให้ได้ระยะห่างพอจะปิดการแข่งขันลุ้นแชมป์ก่อนวันสุดท้าย
วันที่ 18 เมษายน 1964 โคโลญจน์เปิดบ้านชนะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 5–2 ในนัดที่ 28 และยืนยันตำแหน่งแชมป์ แม้ดอร์ทมุนด์จะขึ้นนำจากอากี ชมิดท์ แต่ชตวร์มตีเสมอ ก่อนโคโลญจน์ได้ประตูจากไฮนซ์ ฮอร์นิก วิลเดน และทีเลนซึ่งยิงสองลูก ผู้ทำประตูหลายคนเข้ามามีส่วนในเกมที่ปิดงาน สอดคล้องกับภาพรวมของทีมตลอดฤดูกาล

ส่วนวันที่ 9 พฤษภาคมเป็นวันจบฤดูกาลและรับจานแชมป์ หลังชนะสตุ๊ตการ์ท 2–1 ที่มึนเกอร์สดอร์ฟด้วยประตูของเชเฟอร์กับฮอร์นิก กัปตันเชเฟอร์รับจานแชมป์ท่ามกลางการฉลอง ก่อนทีมเดินทางต่อไปยังไกส์บ็อคไฮม์ วันรับรางวัลจึงมาถึงหลังสถานะแชมป์แน่นอนแล้วหลายสัปดาห์

