มาดริด107ประตู ระบบเกมรุกที่จบห้าแชมป์ติด

สนามซานติอาโก เบร์นาเบว รังเหย้าของเรอัล มาดริด

มาดริด107ประตู คือภาพจำของแชมป์ลาลีกาฤดูกาล 1989–90 ซึ่งจบด้วยการครองลีกห้าปีติดต่อกัน แต่ทีมของจอห์น โทแช็กไม่ได้ทำสถิตินี้จากดาวยิงคนเดียว อูโก ซานเชซเป็นผู้ทำประตูสูงสุด ขณะที่กองกลาง กองหลัง และผู้เล่นที่ไม่ได้เป็นตัวจริงทุกนัดต่างมีส่วนเพิ่มยอดรวมให้ถึงหลักที่ฟุตบอลสเปนยังไม่เคยเห็นในเวลานั้น

การมองทีมชุดนี้ผ่านจำนวนประตูอย่างเดียวอาจทำให้พลาดรายละเอียดสำคัญ มาดริดยิงเพิ่มจากฤดูกาลก่อนมาก แต่คะแนนเท่าเดิม และเกมนอกบ้านก็มีลักษณะต่างจากชัยชนะถล่มทลายที่ซานติอาโกเบร์นาเบว

มาดริด107ประตูเริ่มจากทีมแชมป์ที่เปลี่ยนโค้ช

โทแช็กเข้ารับงานในปี 1989 ต่อจากเลโอ เบนฮักเกอร์ มาดริดเพิ่งคว้าแชมป์ลีกสี่ครั้งติดต่อกัน และฤดูกาล 1988–89 มี 62 คะแนน ยิง 91 ประตู เสีย 37 ลูก โจทย์ของโค้ชใหม่จึงเป็นการรักษาความสำเร็จพร้อมหาวิธีใช้ขุมกำลังที่มีอยู่ให้เกิดผลต่อไป

แกนเดิมยังมีซานเชซ เอมิลิโอ บูตราเกนโญ มิเชล ราฟาเอล มาร์ตินบาซเกซ และแบร์นด์ ชูสเตอร์ ส่วนเฟร์นันโด เอียร์โรกับออสการ์ รุจเจรีเป็นผู้เล่นใหม่ในทีมฤดูกาลนี้

มาดริดชนะสปอร์ติงคิฆอน 2–0 ในเกมเปิดลีกที่เบร์นาเบว วันที่ 3 กันยายน 1989 ก่อนบุกเสมอกัสเตยอน 0–0 แล้วกลับมาถล่มบาเลนเซีย 6–2 ตั้งแต่สามนัดแรกก็เห็นทั้งชัยชนะที่ประตูไหลมาและเกมที่ไม่สามารถทำประตูได้เลย

ใครร่วมสร้างยอดรวม107ประตู

ซานเชซยิง 38 ประตู เป็นดาวซัลโวลีกและได้รองเท้าทองคำยุโรป แต่ยอดนี้คิดเป็นประมาณร้อยละ 35.5 ของประตูทีม ยังมีอีก 69 ลูกที่มาจากคนอื่นและการทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง การอธิบายมาดริดชุดนี้จึงต้องมองผู้เล่นรอบศูนย์หน้าด้วย

ผู้ทำประตูในลีก จำนวน
อูโก ซานเชซ 38
มาร์ตินบาซเกซ 14
บูตราเกนโญ 10
มิเชล 8
เซบาสเตียน โลซาดา 8
เฟร์นันโด เอียร์โร 7
แบร์นด์ ชูสเตอร์ 6
อดอลโฟ อัลดานา 5
มานูเอล ซานชิส 3
ออสการ์ รุจเจรี 2
เชนโด ปาโก ยอเรนเต และอันโตนิโอ ปาร์รา คนละ1
คู่แข่งทำเข้าประตูตัวเอง 3
รวม 107

มาร์ตินบาซเกซทำได้มากที่สุดรองจากซานเชซ แม้เป็นกองกลาง ส่วนโลซาดาลงลีกเพียง 16 นัด โดยเริ่มเป็นตัวจริงแปดครั้ง แต่ทำได้แปดประตู อัลดานาลงเล่น 13 นัดและยิงห้าลูก ข้อมูลนี้แสดงว่าประตูไม่ได้เกิดเฉพาะจากกลุ่มที่ลงสนามตั้งแต่เริ่มเกมเป็นประจำ

เอียร์โร มิเชล และเชนโดลงเล่นคนละ 37 นัด ขณะที่มาร์ตินบาซเกซลง 34 นัด ความต่อเนื่องของผู้เล่นหลายตำแหน่งช่วยให้ทีมมีแกนสำหรับประสานงาน แต่ตารางทำประตูก็ยังแสดงบทบาทของตัวเลือกอื่นที่เข้ามาเติมเกมรุกในเวลาต่างกัน

เมื่อกองหน้าวางบอลให้กองกลางยิง

เกมที่เอลซาดาร์วันที่ 25 เมษายน 1990 แสดงการแบ่งหน้าที่ได้ชัด มาดริดชนะโอซาซูนา 2–0 โดยมาร์ตินบาซเกซทำทั้งสองประตู ในลูกแรก ซานเชซวางบอลคืนให้กองกลางยิงเฉียงเข้าประตู ผู้ทำประตูสูงสุดจึงมีส่วนในฐานะคนเตรียมจังหวะให้เพื่อนด้วย

ด้านนอกสนามเอลซาดาร์พร้อมป้ายเรย์โนเดนาบาร์ราและลานจอดรถ
ด้านนอกสนามเอลซาดาร์ในช่วงที่ใช้ชื่อเรย์โนเดนาบาร์รา

ตัวอย่างนี้ทำให้เห็นว่าเกมรุกไม่จำเป็นต้องจบที่ซานเชซทุกครั้ง หากกองกลางเข้ามาในจังหวะเหมาะสม ศูนย์หน้าสามารถเป็นจุดพักและส่งบอลต่อได้ มาร์ตินบาซเกซจึงมีคุณค่าทั้งการเชื่อมเกมและการเข้าไปเป็นผู้จบสกอร์อีกคน

เบร์นาเบวเป็นแหล่งประตูหลัก

มาดริดไม่แพ้เกมลีกในบ้านเลย ชนะ 17 นัดและเสมอสองครั้ง รวมยิงที่เบร์นาเบว 78 ประตูจาก 19 นัด ส่วนเกมนอกบ้านทำได้ 29 ลูก เมื่อรวมสองส่วนจึงเป็น 107 ประตู ความต่างนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมภาพของทีมชุดนี้ผูกกับชัยชนะขาดลอยในสนามของตัวเองมากเป็นพิเศษ

อัฒจันทร์สีน้ำเงินที่มีตัวอักษรเรอัลมาดริด
อัฒจันทร์ภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบว

ทีมชนะซาราโกซา 7–2 วันที่ 25 พฤศจิกายน 1989 และชนะกัสเตยอน 7–0 วันที่ 28 มกราคม 1990 นอกจากนี้ยังมีเกมชนะเซบียา ราโยบาเยกาโน เตเนริเฟ และโอเบียโดด้วยสกอร์ 5–2 หลายครั้งที่เสียประตูจึงยังจบด้วยชัยชนะกว้าง เพราะแนวรุกทำได้มากกว่าอย่างชัดเจน

นอกบ้านมาดริดชนะเก้านัด เสมอแปดและแพ้สอง เกมเสมอแบบไม่มีประตูเกิดขึ้นที่กัสเตยอน มายอร์กา เซลตาบีโก และบายาโดลิด แม้มีเกมบุกถล่มโลโกรเญส 5–1 แต่รูปแบบโดยรวมไม่ได้เหมือนการเล่นในบ้านทุกสัปดาห์

ยิงมากขึ้นไม่ได้แปลว่าทุกส่วนดีขึ้นเท่ากัน

เมื่อจบฤดูกาล มาดริดชนะ 26 เสมอสิบและแพ้สอง มี 62 คะแนนตามระบบชนะสองคะแนน เท่ากับยอดในฤดูกาลก่อน ทีมยิงเพิ่มจาก 91 เป็น 107 ลูก แต่เสียเพิ่มจาก 37 เป็น 38 และจำนวนแพ้เพิ่มจากหนึ่งเป็นสองนัด

ข้อมูลนี้ไม่เพียงพอจะสรุปว่าประตูที่เสียทุกลูกเป็นต้นทุนจากการเปิดเกมรุก แต่แสดงว่าความก้าวหน้าด้านการทำประตูไม่ได้มาพร้อมการเสียประตูน้อยลง มาดริดได้เปรียบมากจากเกมที่ยิงขาด ขณะที่บางนัดยังต้องยอมแบ่งคะแนนให้คู่แข่ง

ค่าเฉลี่ยการทำประตูอยู่ที่ประมาณ 2.82 ลูกต่อเกมจาก 38 นัด การเทียบกับฤดูกาล 1988–89 ซึ่งเล่น 38 นัดเท่ากันทำให้เห็นการเพิ่มขึ้นได้ตรงกว่าเทียบยอดดิบกับฤดูกาลเพลย์ออฟ 44 นัด การทำสถิติครั้งนี้จึงไม่ได้เกิดจากการมีโปรแกรมลีกเพิ่มขึ้น

แชมป์มาถึงในวันที่ยิงไม่ได้

วันที่ 15 เมษายน 1990 มาดริดบุกเสมอบายาโดลิด 0–0 ที่โฆเซซอร์ริยา และยืนยันแชมป์ได้ทั้งที่เหลืออีกสี่นัด วันตัดสินความสำเร็จของทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องประตูจึงเป็นเกมไร้สกอร์ คะแนนที่สะสมมาก่อนหน้านั้นทำให้ผลเสมอเพียงพอสำหรับตำแหน่งแชมป์

หลังจากนั้นทีมยังเพิ่มประตูจนจบที่ 107 ลูก พร้อมคะแนนเหนือบาเลนเซียเก้าแต้ม อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในลีกไม่ได้เปลี่ยนเป็นการกวาดทุกถ้วย มาดริดแพ้บาร์เซโลนา 2–0 ในนัดชิงโกปาเดลเรย์ และตกรอบยูโรเปียนคัพเมื่อแพ้มิลานด้วยผลรวม 2–1

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO