โศกนาฏกรรมซูเปอร์กา เปลี่ยนฤดูกาลที่โตริโนกำลังมุ่งสู่แชมป์ให้กลายเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของฟุตบอลอิตาลี วันที่4พฤษภาคม1949 เครื่องบินซึ่งพาคณะของสโมสรกลับจากลิสบอนประสบอุบัติเหตุบริเวณมหาวิหารซูเปอร์กา ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง31คนเสียชีวิต รวมถึงนักเตะ18คนของทีมที่รู้จักกันในชื่อกรันเด โตริโน สโมสรยังต้องลงแข่งขันให้ครบฤดูกาล แต่การเดินหน้าต่อจากวันนั้นมีความหมายต่างจากการลุ้นคะแนนตามปกติ
ก่อนโศกนาฏกรรมซูเปอร์กา ทีมเดินทางไปลิสบอนทำไม
การเดินทางครั้งนี้เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างวาเลนติโน มาซโซลา กัปตันโตริโน กับฟรันซิสโก แฟร์เรรา กัปตันเบนฟิกา ทั้งสองรู้จักกันผ่านการแข่งขันระหว่างทีมชาติอิตาลีกับโปรตุเกส และตกลงจัดเกมกระชับมิตรเพื่อเป็นเกียรติแก่แฟร์เรรา จึงเป็นการเยือนซึ่งมีจุดประสงค์ด้านมิตรภาพระหว่างนักฟุตบอลและสโมสร
เกมถูกกำหนดไว้วันที่3พฤษภาคม1949 โตริโนได้รับอนุญาตให้เลื่อนเกมลีกกับอินเตอร์มาเตะวันที่30เมษายน ผลเสมอ0–0ที่ซานซีโรทำให้ทีมยังมีฐานคะแนนที่แข็งแกร่งก่อนออกเดินทาง อย่างไรก็ตาม การเหลือโปรแกรมลีกอีกสี่นัดหมายความว่าฤดูกาลยังไม่ได้จบลงเมื่อคณะเดินทางไปโปรตุเกส
ที่ลิสบอน เบนฟิกาชนะโตริโน4–3 การแข่งขันที่มีประตูถึงเจ็ดลูกเป็นเหตุการณ์สุดท้ายที่นักเตะชุดนี้ได้ลงสนามร่วมกัน ความทรงจำของเกมจึงผูกสองสโมสรเข้าด้วยกันยาวนานกว่าผลแพ้ชนะ และในเวลาต่อมาเบนฟิกายังนำเรื่องการมาเยือนครั้งนี้มาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ของสโมสรด้วย
วันที่สี่พฤษภาคมและผู้ที่อยู่บนเครื่อง
คณะออกเดินทางกลับในวันถัดมา สภาพอากาศบริเวณตูรินมีฝน เมฆต่ำ และทัศนวิสัยไม่ดี ช่วงหลังห้าโมงเย็น เครื่องบินพุ่งชนบริเวณด้านหลังมหาวิหารซูเปอร์กาซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้เมือง ไม่มีผู้รอดชีวิตจากผู้ที่อยู่บนเครื่อง เหตุการณ์เดียวจึงพรากทั้งผู้เล่นและคนที่ทำงานร่วมกับทีมไปพร้อมกัน

ในกลุ่มนักเตะมีมาซโซลา เอซิโอ ลอยก์ กุลเยลโม กาเบตโต จูเซปเป เกรซาร์ ฟรังโก ออสโซลา และผู้รักษาประตูวาเลริโอ บาชีกาลูโป รวมถึงพี่น้องอัลโดกับดีโน บัลลาริน การสูญเสียไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะดาวยิงหรือกัปตัน แต่ครอบคลุมผู้เล่นหลายตำแหน่งที่ทำให้ทีมชุดนี้ทำงานร่วมกันได้
ผู้เสียชีวิตยังมีผู้ฝึกสอนเอร์เนอ เอร์บชไตน์กับเลสลี ลีฟสลีย์ เจ้าหน้าที่นวดประจำทีม ออตตาวิโอ คอร์ตินา ผู้บริหารสามคน นักข่าวสามคน และลูกเรือสี่คน เมื่อรวมกับนักเตะ18คนจึงเป็น31ชีวิต รายชื่อเหล่านี้ทำให้เห็นว่าสโมสรฟุตบอลหนึ่งทีมพึ่งพาคนทำงานหลายหน้าที่ และโศกนาฏกรรมกระทบวงกว้างกว่าสิบเอ็ดคนที่ลงสนาม
ขณะเดียวกัน สมาชิกบางคนไม่ได้ร่วมการเดินทาง ซาอูโร โตมาพักจากอาการบาดเจ็บที่เข่า ส่วนเฟร์รุชโช โนโว ประธานสโมสร ป่วยจนไม่ได้ไปด้วย ทั้งสองจึงไม่ได้อยู่บนเครื่อง การที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่เกิดจากการไม่ได้ร่วมเที่ยวบิน ไม่ใช่การรอดออกมาจากจุดเกิดเหตุ
เมืองไว้อาลัยและฟุตบอลที่ต้องลงเล่นต่อ
วันที่6พฤษภาคม มีพิธีศพในตูริน โดยตั้งโลงไว้ที่ปาลาซโซ มาดามาให้ผู้คนร่วมไว้อาลัย ตัวแทนสโมสรอิตาลีและต่างประเทศเข้าร่วม พร้อมออตโตริโน บารัสซี ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี เหตุการณ์นี้ทำให้สถานที่สำคัญกลางเมืองกลายเป็นพื้นที่รับความสูญเสียร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องกับทีม
โตริโนต้องใช้ทีมเยาวชนลงเล่นในสี่นัดที่เหลือ และคู่แข่งก็ส่งทีมเยาวชนลงแข่งขันเช่นกัน โปรแกรมดังกล่าวจึงดำเนินต่อภายใต้การตอบสนองร่วมกันของสโมสรอื่น ผู้เล่นรุ่นเล็กได้รับหน้าที่สวมเสื้อทีมชุดใหญ่ในช่วงเวลาที่สโมสรเพิ่งสูญเสียบุคคลซึ่งเคยเป็นแบบอย่างของพวกเขา
ทีมชนะทั้งสี่เกมและจบฤดูกาล1948–49ด้วย60คะแนน เหนืออินเตอร์ห้าคะแนน แชมป์รายการนี้อยู่ในชุดความสำเร็จห้าครั้งต่อเนื่องของกรันเด โตริโน แต่ผลตารางสุดท้ายไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมด เพราะทีมที่เก็บคะแนนส่วนใหญ่ของฤดูกาลกับทีมที่ลงเล่นช่วงปิดท้ายไม่ใช่ผู้เล่นกลุ่มเดียวกัน

ความต่อเนื่องของสโมสรจึงแยกออกจากความต่อเนื่องของทีมในสนามได้ชัดเจน ชื่อโตริโนและโปรแกรมแข่งขันยังดำเนินต่อ ขณะที่ความเข้าใจระหว่างนักเตะซึ่งสร้างผ่านการฝึกซ้อมและลงเล่นร่วมกันหลายปีไม่อาจส่งต่อให้ทีมใหม่ได้ในทันที การได้แชมป์จึงอยู่คู่กับการเริ่มต้นงานสร้างทีมอีกครั้ง
ความช่วยเหลือที่ข้ามเส้นแบ่งสโมสร
วันที่26พฤษภาคม1949 มีเกมระดมรายได้ช่วยครอบครัวผู้เสียชีวิตที่สนามโกมูนาเล คู่แข่งคือริเวอร์เพลตจากอาร์เจนตินา ส่วนฝ่ายเจ้าบ้านใช้ชื่อโตริโน ซิมโบโล โดยนักฟุตบอลจากหลายสโมสรมารวมตัวสวมเสื้อสีเลือดหมู การช่วยเหลือจึงมีรูปแบบเป็นการแข่งขันที่คนในวงการสามารถร่วมทำได้จริง
ผู้ร่วมทีมมีทั้งจัมปิเอโร โบนิแปร์ติ กุนนาร์ นอร์ดาห์ล และอิชต์วาน เญร์ส ซึ่งตามปกติเล่นให้คู่แข่งต่างสโมสร เกมจบ2–2 แต่ความสำคัญอยู่ที่รายได้สำหรับครอบครัวและการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สนามฟุตบอลทำหน้าที่เป็นพื้นที่ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ นอกเหนือจากหน้าที่ตัดสินผู้ชนะ
ซูเปอร์กาในความทรงจำรุ่นต่อมา
พื้นที่รำลึกที่ซูเปอร์กามีแผ่นจารึกชื่อผู้เสียชีวิต และสโมสรยังจัดกิจกรรมในวันครบรอบ ตัวอย่างในปี2025มีการวางพวงดอกไม้และกำหนดให้อ่านรายชื่อทั้ง31คน การอ่านชื่อทีละคนทำให้การรำลึกยังคงเชื่อมกับชีวิตของบุคคล ไม่เหลือเพียงคำเรียกรวมว่าทีมในตำนาน
มรดกของกรันเด โตริโนจึงมีสองส่วนที่อยู่ร่วมกัน ส่วนหนึ่งคือผลงานของทีมชั้นนำซึ่งสร้างมาตรฐานในสนาม อีกส่วนคือวิธีที่สโมสร คู่แข่ง และเมืองตอบสนองต่อการสูญเสีย การจดจำวันที่4พฤษภาคมไม่ได้หยุดอยู่ที่เครื่องบินตก แต่ครอบคลุมผู้คนที่จากไป ครอบครัวที่ต้องดำเนินชีวิตต่อ และชุมชนฟุตบอลที่พยายามช่วยให้สโมสรเดินหน้าต่อจากวันนั้น

