แอธเลติกแชมป์1983 จากรอคอยสู่วันตัดสิน

หลังคาและอัฒจันทร์สีแดงของสนามซานมาเมสแห่งใหม่

แอธเลติกแชมป์1983 เป็นผลจากการทำงานของทีมตลอดฤดูกาลและเหตุการณ์สองสนามในวันสุดท้าย สโมสรจากบิลเบาชนะลาส ปัลมาส5–1เมื่อวันที่1พฤษภาคม ขณะที่เรอัล มาดริดแพ้บาเลนเซีย1–0 จึงจบด้วย50คะแนนเหนือมาดริดหนึ่งแต้มและคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกนับจากปี1956 การรอคอย27ปีสิ้นสุดลงบนเกาะกรานกานาเรีย แต่เบื้องหลังมีทั้งการผสมผู้เล่นต่างวัยและเกมรุกที่ยิงได้มากที่สุดในลีก

แอธเลติกแชมป์1983สร้างจากทีมของเกลเมนเต

ฆาเบียร์ เกลเมนเตเลื่อนจากบิลเบา แอธเลติกขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ในปี1981ขณะอายุ31ปี การทำงานกับทีมสำรองมาก่อนทำให้เส้นทางของเขาเชื่อมกับการพัฒนาผู้เล่นภายในสโมสรโดยตรง เมื่อถึงฤดูกาล1982–83 เขามีทั้งนักเตะที่ยังอยู่ช่วงต้นอาชีพและผู้เล่นมากประสบการณ์ให้จัดวางร่วมกัน ไม่ใช่ทีมเยาวชนที่ต้องเรียนรู้ทุกอย่างพร้อมกันทั้งหมด

อันโดนี ซูบิซาร์เรตาอายุ21ปีในวันคว้าแชมป์และเฝ้าประตูครบ34เกมลีก ส่วนดานีอายุ31ปีเป็นกำลังสำคัญด้านการทำประตู ซานติอาโก อูร์เกียกาเล่นเต็มเวลาทุกเกมเช่นเดียวกับผู้รักษาประตู ขณะที่มิเกล เด อันเดรสและอิสมาเอล อูร์ตูบีช่วยงานในแดนกลาง การใช้แกนที่ลงเล่นต่อเนื่องทำให้ทีมมีฐานรองรับทั้งวันที่เกมรุกไหลลื่นและวันที่ต้องสู้กับผลการแข่งขันที่ไม่เป็นใจ

ดานียิง18ประตูในลีก ส่วนมานูเอล ซาราเบียทำ17ประตู รวมสองคนเป็น35จาก71ประตูของทั้งทีม แต่แอธเลติกยังได้แปดประตูจากโฆเซ มาเรีย โนเรียกา เจ็ดจากอูร์ตูบี และห้าจากเอสตานิสเลา อาร์โกเต การทำประตูจึงไม่ได้ฝากไว้กับกองหน้าคนเดียว เมื่อผู้เล่นหลายตำแหน่งช่วยกันจบสกอร์ ทีมย่อมมีทางออกมากกว่าการรอให้ดาวยิงหลักแก้เกมเพียงลำพัง

ความสามารถในการชนะสำคัญกว่าฉายาเกมหนัก

71ประตูของแอธเลติกมากกว่าบาร์เซโลนาที่ทำ60ประตูและเรอัล มาดริดที่ทำ57ประตู ขณะที่ทีมเสีย36ประตู มากกว่ามาดริดที่เสีย25ประตู ความสำเร็จปีนี้จึงไม่ควรอธิบายด้วยเกมรับอย่างเดียว แอธเลติกชนะ22นัด ส่วนมาดริดชนะ20นัด จำนวนชัยชนะที่มากกว่าช่วยชดเชยผลเสมอที่น้อยกว่าในระบบชนะได้สองคะแนน

ซาน มาเมสเป็นแหล่งคะแนนสำคัญ ทีมชนะ15 เสมอหนึ่ง และแพ้หนึ่งจาก17เกมเหย้า รวม31คะแนน ส่วนเกมเยือนให้ชัยชนะเจ็ดนัด เสมอห้า และแพ้ห้า รวม19คะแนน ความแข็งแกร่งในบ้านปรากฏทั้งเกมชนะแอตเลติโก มาดริด4–1 ชนะเอสปันญอล5–2 และชัยชนะ4–0เหนือโอซาซูนา ซาลามังกา และเซลตา บีโก

แผงผนังสีขาวและกรอบกระจกสีแดงของซานมาเมสแห่งใหม่
ผนังภายนอกซานมาเมสแห่งใหม่ในภาพยุคหลัง

อย่างไรก็ตาม คู่แข่งแย่งแชมป์อย่างเรอัล มาดริดกลับชนะแอธเลติกทั้งสองนัด เริ่มจาก4–2ที่ซาน มาเมสในเดือนธันวาคม แล้วชนะ2–0ที่เบร์นาเบวเมื่อวันที่3เมษายน1983 ผลเหล่านี้ทำให้การแย่งแชมป์ไม่อาจจบด้วยการมีคะแนนเท่ากันแล้วหวังพึ่งผลพบกันเอง แอธเลติกต้องหาคะแนนให้มากกว่า และหลังแพ้มาดริดก็ยังเหลือเพียงสามเกมให้ทำงานนั้น

ทีมของเกลเมนเตตอบสนองด้วยการชนะบาร์เซโลนา3–2และโซเซียดาด2–0ในบ้านสองนัดติด ก่อนเดินทางไปลาส ปัลมาส แอธเลติกมี48คะแนน ส่วนมาดริดนำอยู่ที่49คะแนน แม้ตามเพียงหนึ่งแต้ม แต่โอกาสแชมป์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลของตัวเองทั้งหมด เพราะหากมาดริดเก็บผลเสมอได้ก็จะมี50คะแนนเท่ากับจำนวนสูงสุดที่แอธเลติกทำได้

สองทีมลุ้นแชมป์พบสองทีมหนีตกชั้น

โจทย์ของแอธเลติกในวันสุดท้ายจึงมีสองส่วน ต้องชนะลาส ปัลมาสและรอให้มาดริดแพ้บาเลนเซีย ขณะเดียวกันเจ้าบ้านทั้งสองสนามก็มีเรื่องสำคัญของตัวเอง ลาส ปัลมาสต้องการแต้มเพื่อรักษาสถานะในลีกสูงสุด ส่วนบาเลนเซียลงเล่นในฐานะทีมท้ายตารางที่ต้องชนะและรอผลคู่อื่นเพื่ออยู่รอด การแย่งแชมป์กับการหนีตกชั้นจึงตัดกันในสองคู่เดียวกัน

ที่สนามอินซูลาร์ แอธเลติกเริ่มต้นผิดแผนเมื่อเด อันเดรสทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่3 แต่ซาราเบียตีเสมอในนาทีที่12 ก่อนดานียิงให้แอธเลติกนำ2–1ในนาทีที่40 การกลับมานำก่อนพักทำให้ทีมยังอยู่ในเส้นทางของชัยชนะที่จำเป็น แม้จะยังไม่มีหลักประกันว่าผลอีกสนามจะจบตามต้องการ

หนึ่งประตูที่บาเลนเซียเปิดทางให้ชัยชนะบนเกาะ

บาเลนเซียได้ประตูสำคัญจากมิเกล เตนดิโยในนาทีที่39 หลังจังหวะเตะมุมที่โบตูบอตโหม่งเปลี่ยนทางบอลมาให้ เขาส่งบอลเข้าประตูมาดริดและสกอร์1–0นั้นอยู่จนจบเกม ทีมของโกลโด อากีร์เรได้ชัยชนะที่ช่วยให้รอดตกชั้น พร้อมเปลี่ยนการแข่งขันที่หัวตารางไปด้วย สำหรับแอธเลติก นี่คือผลที่ต้องเกิดควบคู่กับการชนะของตนเอง

อัฒจันทร์สีส้มดำและสนามหญ้าเมสตายา
สนามเมสตายาของบาเลนเซียเมื่อปี 2025

ครึ่งหลังที่ลาส ปัลมาส ซาราเบียยิงประตูที่สองของตัวเองในนาทีที่57 อาร์โกเตเพิ่มอีกลูกในนาทีที่69 และอูร์ตูบีปิดท้ายในนาทีที่89 แอธเลติกชนะ5–1 แต่ไม่ได้เป็นแชมป์เพราะจำนวนประตูที่ถล่มได้มากเพียงอย่างเดียว ชัยชนะให้สองคะแนนเท่ากันไม่ว่าจะยิงกี่ลูก และสองแต้มนี้พาทีมจาก48ขึ้นเป็น50 เหนือมาดริดที่หยุดอยู่ที่49คะแนน

แอธเลติกจบฤดูกาลด้วยชนะ22 เสมอหก และแพ้หกนัด ขณะที่ลาส ปัลมาสต้องตกชั้นหลังอยู่ลีกสูงสุดต่อเนื่อง19ฤดูกาล สนามเดียวกันจึงมีทั้งจุดสูงสุดของทีมเยือนและความผิดหวังของเจ้าบ้าน ชัยชนะนี้เป็นแชมป์ลีกสมัยที่เจ็ดของแอธเลติกและสมัยแรกของเกลเมนเตกับทีมชุดใหญ่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO