ครัฟฟ์แชมป์ปี1974เป็นเรื่องของการเปลี่ยนบาร์เซโลนาจากทีมที่ออกตัวติดขัดให้กลับมาเป็นแชมป์ลาลีกาหลังรอถึง 14 ปี แต่โยฮัน ครัฟฟ์ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล และไม่ได้เป็นคนยิงประตูทั้งหมดในเกมที่รับประกันแชมป์ เส้นทางนี้เริ่มจากการเจรจาซื้อขายและเอกสารอนุญาต ก่อนจบด้วยงานร่วมกันของรินุส มิเชลส์กับผู้เล่นที่มีบทบาทต่างกัน
ครัฟฟ์แชมป์ปี1974 เริ่มจากการรอสิทธิลงสนาม
บาร์เซโลนาบรรลุข้อตกลงคว้าครัฟฟ์จากอาแจ็กซ์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1973 การเจรจาที่โรงแรมอัลฟาในอัมสเตอร์ดัมมีอาร์มันด์ คาราเบนและมิเชลส์อยู่ฝั่งบาร์ซา ส่วนยาป ฟาน ปรากเป็นตัวแทนสำคัญของอาแจ็กซ์ ก่อนถึงข้อตกลง ทั้งสองฝ่ายผ่านการเจรจาหลายรอบและความไม่แน่นอนเรื่องการย้ายทีมของผู้เล่น
อย่างไรก็ดี การตกลงระหว่างสโมสรยังไม่เท่ากับสิทธิลงแข่งอย่างเป็นทางการทันที เรื่องใบอนุญาตโอนย้ายจากเนเธอร์แลนด์ทำให้ครัฟฟ์ต้องรอ ระหว่างนั้นเขาลงเล่นเกมอุ่นเครื่องให้บาร์ซากับบรูช คิกเกอร์ส ออฟเฟนบัค อาร์เซนอล และอูเรนเซได้ แต่ยังช่วยทีมเก็บคะแนนลีกไม่ได้
เอกสารอนุญาตมาถึงก่อนเกมพบกรานาดาหนึ่งวัน ครัฟฟ์จึงประเดิมการแข่งขันทางการในวันที่ 28 ตุลาคม 1973 ซึ่งเป็นนัดที่แปดของลีก ช่องว่างระหว่างวันเซ็นสัญญากับวันลงสนามสำคัญมาก เพราะผลงานเจ็ดนัดแรกเกิดขึ้นโดยยังไม่มีเขาอยู่ในทีมที่แข่งขันจริง
จากอันดับสิบสี่สู่สัญญาณเปลี่ยนแปลงที่กัมป์นู
ก่อนครัฟฟ์ลงเล่น บาร์เซโลนาอยู่ที่อันดับสิบสี่ มี 6 คะแนน และตามบาเลนเซียซึ่งนำตารางอยู่ 4 คะแนน เมื่อพบกรานาดาที่กัมป์นู บาร์ซาชนะ 4–0 โดยผู้เล่นใหม่ชาวดัตช์ทำสองประตู การเปิดตัวจึงให้ทั้งคะแนนและภาพของแนวรุกที่แฟนบอลรอคอยมานาน
กระนั้น ชัยชนะหนึ่งนัดยังไม่ใช่แชมป์ และตำแหน่งในตารางช่วงต้นฤดูกาลก็ยังเปลี่ยนได้มาก สิ่งที่ทำให้เกมกรานาดามีความหมายในประวัติศาสตร์คือบาร์ซานำจุดเริ่มต้นนั้นไปต่อได้ตลอดหลายเดือน จนกลับมาเป็นทีมที่คู่แข่งต้องไล่ตาม ไม่ใช่เพียงมีค่ำคืนเปิดตัวที่สวยงามแล้วกลับสู่ปัญหาเดิม

ทีมของมิเชลส์มีมากกว่าครัฟฟ์
มิเชลส์มีผู้เล่นสำคัญรายอื่นอยู่รอบตัวครัฟฟ์ ทั้งการ์เลส เรซัค ฆวน มานูเอล อาเซนซี และมาร์เซียล ปินา รวมถึงอูโก โซติล กองหน้าชาวเปรูที่ย้ายมาจากมูนิซิปัลในฤดูกาลเดียวกัน โซติลไม่ได้เป็นเพียงชื่อประกอบการซื้อครัฟฟ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวรุกที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์
ทีมชุดที่แฟนบอลจดจำมีซาดูร์นีในประตู และผู้เล่นอย่างริเฟ ตอร์เรส กอสตัส เด ลา ครูซ และฆวน การ์ลอสร่วมอยู่ด้วย ถึงกระนั้น รายชื่อชุดคุ้นตาไม่ได้ตรงกับทุกนัด เช่น เกมเปิดตัวครัฟฟ์ เรซัคบาดเจ็บและฆวนนิโตลงเล่นแทน ความสำเร็จของทีมจึงรวมถึงการจัดผู้เล่นตามสภาพที่พร้อมในแต่ละสัปดาห์
ครัฟฟ์เพิ่มทั้งเทคนิคและความฉลาดในการเล่นให้แนวรุก แต่ประตูสำคัญหลายครั้งเกิดจากการประสานกับเพื่อน วันที่ 22 ธันวาคม 1973 เขายิงประตูอันเป็นภาพจำในเกมพบแอตเลติโก มาดริด จากบอลที่เรซัคส่งให้ จังหวะที่ครัฟฟ์กระโดดเข้าหาบอลจึงมีทั้งความสามารถเฉพาะตัวและงานของผู้ส่งบอลอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน
ห้าประตูที่มาดริดเป็นหมุดหมายระหว่างทาง
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1974 บาร์เซโลนาบุกชนะเรอัล มาดริด 5–0 ที่ซานติอาโก เบร์นาเบว ผลการแข่งขันที่บ้านคู่แข่งรายใหญ่กลายเป็นภาพแทนความมั่นใจของทีมในฤดูกาลนั้น และยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดเฉพาะเกมในกัมป์นู
อย่างไรก็ตาม นัดดังกล่าวยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเส้นทางเก็บคะแนน บาร์ซายังต้องเล่นอีกหลายเกมก่อนรับประกันแชมป์ ช่วงมีนาคมมีทั้งชัยชนะเหนือมูร์เซีย 1–0 การเสมอแอธเลติก คลับนอกบ้าน 0–0 และการชนะซาราโกซา 2–0 การรักษาผลการแข่งขันในเกมที่ไม่ได้ยิงขาดก็ช่วยพาทีมเข้าใกล้ถ้วยทีละนัด

วันที่ได้แชมป์ ผู้ยิงแฮตทริกคือมาร์เซียล
วันที่ 7 เมษายน 1974 บาร์เซโลนาไปเยือนสปอร์ติง กิฆอนที่เอล โมลินอนในนัดที่ 29 ชัยชนะจะทำให้คว้าแชมป์ได้ทันที ทั้งที่ยังเหลือการแข่งขันอีกห้านัด ทีมของมิเชลส์จึงมีโอกาสปิดการรอคอยยาวนานด้วยผลงานในสนามของตนเอง
เกมไม่ได้เดินหน้าอย่างราบรื่นตลอด เรซัคยิงให้บาร์ซานำในนาทีที่ 35 แต่เจ้าบ้านตีเสมอจากจุดโทษของซีเรียโก แล้วเลอัลทำให้สปอร์ติงขึ้นนำ กลายเป็นว่าทีมที่พร้อมจะฉลองแชมป์ต้องไล่ตามสกอร์เสียเอง ความได้เปรียบบนตารางจึงไม่ช่วยให้ข้ามปัญหาเฉพาะหน้าไปได้
มาร์เซียลเป็นคนเปลี่ยนเกมในช่วงสิบห้านาทีสุดท้าย เขายิงสามประตูและทำให้บาร์เซโลนากลับมาชนะ 4–2 ผลการแข่งขันรับประกันตำแหน่งแชมป์ลีกก่อนสิ้นสุดฤดูกาล หากจำปีนี้ผ่านชื่อครัฟฟ์เพียงคนเดียว บทบาทของผู้ยิงแฮตทริกในเกมตัดสินจะหายไปจากเรื่องเล่าอย่างน่าเสียดาย
โซติลมีส่วนในความทรงจำวันนั้นอีกแบบหนึ่ง เมื่อเขาโทรศัพท์กลับไปบอกแม่หลังได้แชมป์ เหตุการณ์เล็ก ๆ ในห้องแต่งตัวสะท้อนว่าความสำเร็จของบาร์ซาเชื่อมถึงชีวิตผู้เล่นที่เดินทางมาจากอีกทวีปด้วย สำหรับเขา ฤดูกาลแรกในสเปนจบลงด้วยรางวัลที่สโมสรไม่ได้สัมผัสมานาน
จากการรอใบอนุญาตสู่การจบฤดูกาลเหนือคู่แข่ง
บาร์เซโลนาจบฤดูกาลโดยมีคะแนนเหนือแอตเลติโก มาดริด 8 คะแนน ระยะห่างตอนจบต่างจากภาพอันดับสิบสี่ก่อนครัฟฟ์ประเดิมสนามอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่าทีมชนะทุกเกมหลังเขามาถึง ตัวอย่างเช่น หลังรับประกันแชมป์แล้ว บาร์ซายังแพ้แอตเลติโก 0–2 ในช่วงปลายเดือนเมษายน
ความเปลี่ยนแปลงของปี 1974 จึงอยู่ที่การกลับมาคว้าถ้วยจากผลงานต่อเนื่องตลอดฤดูกาล ครัฟฟ์ช่วยยกระดับทีม มิเชลส์จัดองค์ประกอบให้ผู้เล่นทำงานร่วมกัน และเรซัค มาร์เซียล โซติลกับเพื่อนร่วมทีมมีส่วนสร้างเกมสำคัญของตัวเอง การกลับมาเป็นแชมป์หลัง 14 ปีจึงเป็นทั้งเรื่องของดาวดังที่มาถึงช้าและทีมที่เดินต่อไปด้วยกันได้ไกลพอ

