ลีกอิตาลีกลับมา 1919 ด้วยการแข่งขันฤดูกาล 1919/20 ซึ่งอินเตอร์ได้แชมป์หลังผ่านกลุ่มลอมบาร์ดี รอบต่อไปของฝ่ายเหนือ และเกมชิงกับลิวอร์โน เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นว่าการเริ่มเล่นอีกครั้งหลังสงครามไม่ได้หมายถึงการเปิดตารางเดียวให้ทุกสโมสรพบกันทั้งประเทศ
อินเตอร์จึงต้องทำมากกว่าชนะคู่แข่งจากเมืองเดียวกัน ส่วนลิวอร์โนต้องผ่านเส้นทางของตนก่อนมาพบกันที่โบโลญญา การติดตามทั้งสองทีมทำให้คำว่ารอบชิงระดับชาติมีความหมายชัดขึ้น เพราะเป็นจุดบรรจบของการแข่งขันหลายขั้น
ลีกอิตาลีกลับมา 1919 ในรูปแบบใด
การแข่งขันกลับมาใช้กลุ่มระดับภูมิภาคเป็นจุดเริ่ม แล้วคัดทีมไปสู่รอบกว้างขึ้น ผู้ติดตามจึงต้องรู้ก่อนว่าผลการแข่งขันที่กำลังอ่านเป็นของขั้นไหน ชัยชนะในกลุ่มแรกทำให้เดินหน้าต่อได้ แต่ไม่ได้ตัดสินแชมป์อิตาลีด้วยตัวมันเอง
บันทึกเกมของอินเตอร์เริ่มวันที่ 12 ตุลาคม 1919 ด้วยการชนะเรซิง ลิเบอร์ตาส 3–0 วันนี้ใช้ระบุเกมเริ่มต้นของอินเตอร์ในเส้นทางแชมป์ได้โดยตรง ส่วนการกลับมาของรายการทั้งระบบควรอธิบายด้วยชื่อฤดูกาล เพราะแต่ละกลุ่มไม่จำเป็นต้องมีปฏิทินเหมือนกันทุกประการ
การแข่งขันของทีมทอดยาวจากปลายปี 1919 ไปถึงเดือนมิถุนายน 1920 และมีการเปลี่ยนชุดคู่แข่งระหว่างทาง การอ่านรายชื่อเกมเรียงตามวันเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ดูเหมือนตารางยาวชุดเดียว ทั้งที่สิทธิ์ในการลงเล่นช่วงหลังเกิดจากผลงานของช่วงก่อน
อินเตอร์ผ่านกลุ่มลอมบาร์ดี
คู่แข่งห้าทีมในกลุ่มของอินเตอร์ประกอบด้วยเรซิง ลิเบอร์ตาส เบรสชา เครโมเนเซ เตรวิลเยเซ และยูเวนตุส อิตาเลีย ชื่อสุดท้ายต้องแยกจากยูเวนตุสแห่งตูริน ซึ่งปรากฏในเส้นทางรอบหลังด้วย การเห็นคำว่ายูเวนตุสซ้ำจึงไม่ได้หมายความว่าเล่นกับทีมเดียวกันหลายรอบเสมอไป

เมื่อรวมสิบเกมแรกในบันทึกของสโมสร อินเตอร์ชนะแปดและเสมอสอง ไม่แพ้เลย ผลเสมอคือ 1–1 ในการไปเยือนเบรสชา และ 3–3 ที่เตรวิลเยเซ ตัวเลขนี้เป็นผลงานเฉพาะกลุ่มลอมบาร์ดี ไม่ใช่สถิติไร้พ่ายตลอดฤดูกาล
ความเปลี่ยนแปลงระหว่างสองนัดกับเบรสชาน่าสนใจ หลังเสมอนอกบ้าน อินเตอร์ชนะเกมกลับ 6–0 ส่วนสองเกมกับเตรวิลเยเซเป็นชัยชนะ 8–2 และผลเสมอ 3–3 ตัวอย่างเหล่านี้แสดงว่าการผ่านกลุ่มไม่ได้แปลว่าชนะคู่แข่งทุกรายได้เหมือนกันทั้งเหย้าและเยือน
กลุ่มแรกสิ้นสุดลงสำหรับอินเตอร์ด้วยการชนะยูเวนตุส อิตาเลีย 4–2 วันที่ 21 ธันวาคม จากนั้นปีปฏิทินใหม่จึงนำคู่แข่งอีกชุดเข้ามา ทั้งโตริโน อันเดรีย โดเรีย เอโนเตรีย โบโลญญา และโนวารา ขอบเขตการแข่งขันขยายออกจากกลุ่มเริ่มต้นอย่างเห็นได้ชัด
รอบถัดไปและการพบลิวอร์โน
รอบกลุ่มถัดมาไม่ได้ราบรื่นทุกเกม อินเตอร์แพ้โนวารา 0–1 วันที่ 21 มีนาคม 1920 และมีผลเสมอสูงถึง 6–6 กับโตริโนในเดือนเดียวกัน ประวัติสโมสรสรุปว่าทีมแพ้เพียงครั้งเดียวในรอบนี้ก่อนผ่านเข้าสู่ขั้นชี้ขาดฝ่ายเหนือ
สองผลสำคัญในช่วงท้ายคือชนะยูเวนตุส 1–0 วันที่ 23 พฤษภาคม และเสมอเจนัว 1–1 วันที่ 6 มิถุนายน อินเตอร์จบเหนือสองสโมสรนี้เพื่อไปชิงระดับชาติ แต่คู่แข่งนัดสุดท้ายไม่ได้มาจากการแข่งขันชุดเดียวกัน

ลิวอร์โนผ่านกลุ่มภูมิภาคของตน แล้วพบอูดาเช โรมาและอินเตอร์นาซิโอนาเล นาโปลีในรอบระหว่างภูมิภาค ก่อนชนะฟอร์ติตูโด โรมา 3–2 ในเกมชี้ขาดฝ่ายกลางและใต้ โดยมาริโอ มัญญอซซีทำทั้งสามประตูตามบทความประวัติศาสตร์ของลีกบี
การมาถึงของลิวอร์โนจึงเป็นผลจากการชนะคู่แข่งหลายพื้นที่ ไม่ใช่การเลือกทีมจากเมืองชายฝั่งมาเล่นนัดพิเศษกับผู้ชนะฝ่ายเหนือ และชื่อเมืองของคู่ชิงก็ไม่ได้บอกสถานที่แข่ง เพราะนัดตัดสินจัดที่โบโลญญาในสนามกลาง
วันที่ 20 มิถุนายน 1920 อินเตอร์ชนะลิวอร์โน 3–2 โดยลุยจิ อากราดียิงสองประตูและแฮร์มันน์ เอาบียิงอีกหนึ่ง ประวัติการแข่งขันบันทึกว่าอินเตอร์นำ 3–0 ในครึ่งแรก ก่อนลิวอร์โนไล่กลับมาในช่วงท้าย จึงเป็นนัดชิงที่ผลสุดท้ายใกล้เคียงกว่าภาพเมื่อพักครึ่ง
ลิวอร์โนยังต้องเล่นด้วยผู้เล่นสิบคนหลังอินโนเชนตีได้รับบาดเจ็บและออกจากสนาม รายละเอียดนี้ช่วยอธิบายความยากของการไล่ตาม แต่ไม่ทำให้ผล 3–2 เปลี่ยนไป อินเตอร์ได้แชมป์อิตาลีครั้งที่สอง ส่วนลิวอร์โนจบในตำแหน่งรองแชมป์
| ขั้น | จุดสำคัญ |
|---|---|
| กลุ่มลอมบาร์ดี | สิบเกมไม่แพ้ |
| กลุ่มรอบถัดไป | แพ้โนวาราครั้งเดียวในรอบนี้ |
| ขั้นตัดสินฝ่ายเหนือ | ผ่านยูเวนตุสและเจนัว |
| ชิงระดับชาติ | ชนะลิวอร์โนที่โบโลญญา 3–2 |
แชมป์หลังสงครามกับโจทย์จัดลีกที่ยังค้างอยู่
การมีผู้ชนะทำให้ฤดูกาล 1919/20 จบลงในสนามได้ แต่ไม่ได้ทำให้ทุกสโมสรพอใจกับรูปแบบการแข่งขัน ช่วงหลังสงคราม สโมสรใหญ่ต้องการลดจำนวนทีมในระดับสูงสุด ขณะที่สโมสรขนาดเล็กต้องการรักษาหรือขยายโอกาสเข้าร่วม ความขัดแย้งนี้มีอยู่ควบคู่กับการกลับมาเล่นฟุตบอล
เส้นทางของอินเตอร์ทำให้เห็นเหตุผลเชิงโครงสร้างของการถกเถียง ทีมต้องผ่านคู่แข่งระดับภูมิภาคก่อนพบผู้ท้าชิงจากพื้นที่อื่น ส่วนทีมที่ไม่ได้ผ่านกลุ่มต้นย่อมไม่มีโอกาสพบคู่แข่งชุดท้ายในฤดูกาลนั้น ระบบจึงจัดทั้งการแข่งขันและประตูเข้าสู่การแข่งขันพร้อมกัน
สำหรับแชมป์ปี 1920 ความสำเร็จเกิดจากการผ่านทุกประตูที่กำหนดไว้ ตั้งแต่กลุ่มลอมบาร์ดีถึงเกมกับลิวอร์โน ส่วนคำถามว่าประตูเหล่านั้นควรมีกี่บานและเปิดให้กี่ทีม กลายเป็นปัญหาที่ฝ่ายบริหารยังต้องแก้ในปีต่อมา

