ผลบอล บราซิล vs โมร็อกโก 1-1 แซมบ้าเคี้ยวไม่เข้า! บราซิล ทำได้เพียงไล่ตีเสมอ โมร็อกโก 1-1 ศึกเวิลด์คัพ 2026
“แซมบ้า” บราซิล หนึ่งในเต็งแชมป์ตลอดกาล ต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาดก่อนจะทำได้เพียงไล่ตามเจ๊า “สิงโตแห่งเทือกเขาแอตลาส” โมร็อกโก ทีมจอมช็อกโลกจากแอฟริกาไปแบบสุดมันส์ 1-1
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม
ทีมชาติบราซิล (ระบบ 4-3-3)
ผู้รักษาประตู: อลีสซง แบ็คเกอร์
กองหลัง: โรเจอร์ อิบันเญซ, มาร์คินญอส (กัปตันทีม), กาเบรียล มากัลเญส, ดักลาส ซานโตส
กองกลาง: คาเซมิโร่, บรูโน่ กิมาไรส์, ลูคัส ปาเกต้า
กองหน้า: ราฟินญ่า, วินิซิอุส จูเนียร์, อีกอร์ ติอาโก้
ทีมชาติโมร็อกโก (ระบบ 4-3-3)
ผู้รักษาประตู: ยาสซีน บูนู
กองหลัง: อาชราฟ ฮาคิมี่ (กัปตันทีม), อิสซ่า ดิออป, ชาดี้ ริอาด, นูสแซร์ มาซราอุย
กองกลาง: นีล เอล อายนาอุย, อายูบ บูอัดดี้, บราฮิม ดิอาซ
กองหน้า: อัซเซดีน อูนาฮี, บิลาล เอล คันนุส, อิสมาเอล ไซบารี
เกือบสิ้นชื่อเต็งแชมป์! บราซิล หืดจับไล่บด โมร็อกโก 1-1 แบ่งแต้มล็อกถล่มกลุ่มซี
นาทีที่ 15 | แซมบ้าเปิดเกมบุก บราซิลพยายามเซ็ตเกมรุกตามสไตล์ถนัด บรูโน กิมาไรส์ จ่ายบอลสั้นให้ ราฟินญอา ลากตัดเข้าในแล้วพยายามแทงช่องให้ อิกอร์ ติอาโก แต่แนวรับโมร็อกโกยังตามมาบล็อกไว้ได้ทัน
นาทีที่ 20 | GOAL!! ช็อกแฟนแซมบ้า! บราซิล 0-1 โมร็อกโก (อิสมาเอล ไซบารี) กลายเป็นทัพสิงโตแห่งแอตลาสที่ได้เฮก่อน! จากจังหวะประสานงานที่แม่นยำ บอลหลุดมาถึง อิสมาเอล ไซบารี กองกลางตัวเก่งซัดผ่านมือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างเฉียบคม โมร็อกโกออกนำ 1-0! (ผู้ตัดสินเช็ก VAR แต่อนุมัติให้เป็นประตู)
นาทีที่ 31 | GOAL!! แซมบ้าคืนชีพ! บราซิล 1-1 โมร็อกโก (วินิซิอุส จูเนียร์) บราซิลไม่ต้องรอนานครับ! วินิซิอุส จูเนียร์ ปีกตัวจี๊ดจากเรอัล มาดริด โชว์ความสามารถเฉพาะตัวลากตะลุยเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนกดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบตาข่ายหมดสิทธิ์ที่ ยาสซีน บูนู จะป้องกัน บราซิลตีเสมอเป็น 1-1
นาทีที่ 36 | ใบเหลืองแรกของเกม เกมเริ่มหนักขึ้น คาเซมิโร มิดฟิลด์ประสบการณ์สูงของบราซิล ตัดสินใจตัดฟาวล์หนักในแดนกลาง ผู้ตัดสินไม่รอช้าควักใบเหลืองเตือนสติทันที
นาทีที่ 42 | แซมบ้าโดนเหลืองต่อเนื่อง โรเจอร์ อิบันเญซ ปราการหลังบราซิล เข้าสกัดช้ากว่าก้าวหนึ่ง ไปอัดผู้เล่นโมร็อกโกล้มลง รับใบเหลืองไปอีกรายก่อนจบครึ่งแรก
นาทีที่ 45 | บราซิลปรับทัพทันที เริ่มครึ่งหลัง กุนซือบราซิลขยับแก้เกมรวดเดียวสองตำแหน่ง ถอด คาเซมิโร และ โรเจอร์ อิบันเญซ ที่มีใบเหลืองติดตัวออก แล้วส่ง ฟาบินโญ กับ ดานิโล ลงมาแพ็กเกมรับให้แน่นขึ้น
นาทีที่ 60 | ขยับเกมรุกหวังชัยชนะ บราซิลยังเจาะแนวรับที่เหนียวแน่นของโมร็อกโกไม่ได้ จึงต้องถอด ลูกัส ปาเกตา และ อิกอร์ ติอาโก ออก แล้วส่ง มาเตอุส คุนญา กับ ลุยซ์ เอนริเก ลงมาเพิ่มมิติในแดนหน้า
นาทีที่ 64 | โมร็อกโกสดชื่นขึ้น ฝั่งโมร็อกโกเริ่มล้า จึงถอด อัซเซดีน อูนาฮี และ บราฮิม ดิอาซ ออก พร้อมส่ง ซามีร์ เอล มูราเบต กับ เชมส์ดีน ตาลบี ลงมาบดในแดนกลางแทน
นาทีที่ 88 | โอกาสสุดท้าย โมร็อกโกส่ง ซูฟิยาน ราฮิมี ลงมาแทน อิสมาเอล ไซบารี คนทำประตู เพื่อหวังใช้ความสดไล่บอลในช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันสนุกแต่ไม่มีสกอร์เพิ่ม
นาทีที่ 90+5 | จบเกมการแข่งขัน ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลา บราซิล เสมอ โมร็อกโก ไปแบบสมศักดิ์ศรี 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนนในนัดเปิดสนามการแข่งขันบอลโลกกลุ่ม C
ฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีม
ทัพแซมบ้าเปิดเกมบุกเข้าใส่ตามสไตล์ปีกสองข้างอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ และ โรดรีโก ใช้ความสามารถเฉพาะตัวป่วนแบ็คโมร็อกโกจนต้องตัดฟาวล์บ่อยครั้ง การขยับขับเคลื่อนเกมในแดนกลางของ บรูโน กิมาไรส์ ทำได้เนียนตา แต่ปัญหาใหญ่ในเกมนี้คือ “การประสานงานในกรอบเขตโทษ” ที่จังหวะสุดท้ายมักจะจ่ายขาดๆ เกินๆ แถมเจอ ยาสซีน บูนู เหนียวเหนอะหนะเซฟอุตลุด ทำให้เกมรุกที่ดูหวือหวาไม่เฉียบคมเท่าที่ควร
ยังคงรักษามาตรฐานความเคี่ยวไว้ได้เหนียวแน่นครับ! โมร็อกโกไม่กลัวศักดิ์ศรีบราซิล แดนกลางที่มี ซอฟยาน อัมราบัต คอยตัดเกมทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ และจุดเด่นที่สุดในวันนี้คือ “ความนิ่งในการขึ้นเกมสวนกลับ” โดยมี บราฮิม ดิอาซ คอยกระชากลากเลื้อยเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกได้อย่างน่ากลัว การประสานงานของพวกเขาน้อยจังหวะแต่ได้ลุ้นตลอด ถือเป็นฟอร์มระดับท็อปที่แสดงให้เห็นว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นทีมที่ไม่มีใครอยากเจอ
เกมถัดไปของทั้งสองทีม
หลังจากแบ่งไปทีมละ 1 แต้มในนัดเปิดสนาม ทำให้สถานการณ์ในกลุ่ม C เปิดกว้างทันที และเกมนัดที่สองจะทวีความกดดันขึ้นอีกหลายเท่า
- บราซิล พบ นิวซีแลนด์: แมตช์นี้บราซิลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเก็บ 3 แต้มเต็มให้ได้เท่านั้นเพื่อเรียกความมั่นใจ และน่าจะเป็นโอกาสดีที่กุนซือจะปรับแท็กติกเน้นเกมรุกเต็มสูบ
- โมร็อกโก พบ แอลจีเรีย: ศึกดาร์บี้แมตช์แห่งทวีปแอฟริกาเหนือที่รับประกันความเดือดทะลุปรอท บอสเนียและโมร็อกโกต้องใส่กันยับเพื่อแย่งชิงตั๋วเข้ารอบต่อไปอย่างแน่นอน
สรุปการแข่งขัน
บราซิล แม้จะอุดมไปด้วยสตาร์ระดับโลกและครองเกมบุกได้มากกว่า แต่ถ้ายังแก้ปัญหาความเฉียบขาดในจังหวะสุดท้ายไม่ได้ ทัวร์นาเมนต์นี้เหนื่อยหนักแน่นอน ส่วน โมร็อกโก พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาสมราคาทีมระดับท็อปของโลก วินัยเกมรับที่เหนียวแน่นและการสวนกลับที่เฉียบคมพร้อมที่จะล้มยักษ์ได้ทุกเมื่อ
การแบ่งไปทีมละ 1 แต้มในนัดนี้ ถือเป็นผลการแข่งขันที่ยุติธรรมที่สุด และทำให้สถานการณ์การลุ้นเข้ารอบของกลุ่ม C ทวีความเข้มข้นดุเดือดตั้งแต่นัดแรก

