ในคู่ที่ 4 ตาม ตารางบอลโลก 2026 จะข้ามไปที่กลุ่ม D กันเลย ซึ่งเป็นเกมที่ สหรัฐอเมริกา เจ้าภาพหลักของบอลโลกครั้งนี้ ต้องลงเล่นนัดแรก เจอกับ ปารากวัย ยอดทีมจากอเมริกาใต้ ที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้ามาในฐานะอันดับ 6 ของโซน (แต่ห่างที่ 2 แค่แต้มเดียว) และก่อนอื่นเราจะไปดูสถิติ ดูฟอร์มล่าสุดของทั้งสองทีม เตรียมทายผลในเกมนี้
เช็ค ตารางบอลโลก 2026 เปิดสถิติ H2H สหรัฐฯ รับมือ ปารากวัย
วันที่ 2 ของการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งนี้ จาก ตารางบอลโลก 2026 ทำให้เราได้เห็นว่า มีเกมของกลุ่ม D เกมนึง ที่ถูกลัดคิวมาแข่งก่อน ทั้งที่กลุ่ม B ยังเตะไม่ครบ เหลืออยู่คู่นึง แถมกลุ่ม C ก็ยังไม่มีเตะเลยสักเกม แต่พอเห็นว่าเกมที่ถูกลัดคิว เป็นเกมที่เจ้าภาพอย่างสหรัฐอเมริกา จะลงสนามเจอกับ ปารากวัย ซึ่งเราจะเริ่มโหมโรง ด้วยการเช็คสถิติการพบกันของคู่นี้กันสักหน่อย
- คู่นี้เจอกันมา 3 เกมหลังสุด (อุ่นเครื่อง 2 เกม, โกปา อเมริกา 1 เกม) สหรัฐฯ ชนะด้วยผลต่างหนึ่งลูกทุกนัด
- สหรัฐฯ อุ่นเครื่อง 8 เกมหลังสุด ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 2 (แพ้แค่ โปรตุเกส กับ เบลเยียม)
- ปารากวัย ลงเล่น 6 เกมหลังสุดเป็นอุ่นเครื่องทั้งหมด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 3
ซึ่งถ้าดูจากฟอร์ม ก็จะเห็นได้ว่า สหรัฐฯ ดูเหนือกว่าชัดเจน เกมรุกยิงกระจายแทบทุกนัด ส่วนทางฝั่ง ปารากวัย ผลงานในช่วงหลัง ๆ ของพวกเขาไม่ค่อยดีนัก ชนะคู่แข่งยาก เกมที่ชนะก็ชนะแบบหืดขึ้นคอ
ผลงานล่าสุดของทั้งสองทีม
เริ่มจาก สหรัฐฯ ที่กำลังเตรียมเปิดบ้านตาม ตารางบอลโลก 2026 ลงสนาม 8 นัดหลังสุดของพวกเขาชนะได้ถึง 5 โดยที่ยิงได้เกิน 1 ลูกถึง 7 นัด โดยที่มีหลายเกม ที่ถือได้ว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา ทั้งในเกมที่ถล่ม อุรุกวัย 5-1, ชนะ เซเนกัล 3-2, ชนะ ญี่ปุ่น 2-0 รวมถึงเกมที่ชนะได้ทั้ง ออสเตรเลีย และ ปารากวัย ด้วยสกอร์ 2-1 ก่อนที่จะรู้ผลจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม
ส่วนทางฝั่ง ปารากวัย ผลงานของพวกเขาในช่วง 6 นัดหลังสุด ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องแล้วแพ้มากกว่าชนะ โดยมีเกมที่แพ้ทั้ง เกาหลีใต้ 0-2 แพ้ สหรัฐฯ 1-2 และแพ้ โมร็อกโก 1-2 ส่วนเกมที่ชนะ ก็คือคว้าชัยแบบเบียดชนะทั้งสองเกม (ชนะ เม็กซิโก 2-1 กับชนะ กรีซ 1-0)
ผู้เล่นที่เป็นคีย์แมนของแต่ละทีม
สำหรับ สหรัฐฯ แน่นอนว่าต้องเป็น คริสเตียน พูลิซิช กองหน้ากึ่งปีกจากเอซี มิลาน, ริคาร์โด้ เปปี้ ดาวยิงจากพีเอสวี, ไทเลอร์ อดัมส์ ห้องเครื่องจากบอร์นมัธ, เวสตัน แม็คเคนนี่ มิดฟิลด์ของยูเวนตุส แล้วก็ คริส ริชาร์ดส์ กองหลังที่เพิ่งได้แชมป์มากับคริสตัล พาเลซ ในขณะที่ ปารากวัย ก็จะมี อันโตนิโอ ซานาเบรีย ดาวซัลโวของทีมจากรอบคัดเลือก ที่ค้าแข้งอยู่กับเครโมเนเซ่ แล้วก็มี ดีเอโก้ โกเมซ มิดฟิลด์จากไบรท์ตัน, ฮูลิโอ เอนซิโซ่ ตัวรุกจากสตราส์บูร์ก, มิเกล อัลมิรอน ที่ตอนนี้อยู่กับแอตแลนต้า ยูไนเต็ด อีกทั้งยังมี โอมาร์ อัลเดเรเต้ เซ็นเตอร์แบ็คจากซันเดอร์แลนด์
แผนการเล่น และผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
หลังจากที่แน่ใจกับ ตารางบอลโลก 2026 ในเกมนี้ รวมถึงดูสถิติการปะทะและฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีมมาเป็นที่เรียบร้อย คราวนี้เราจะไปดูแผนการเล่นของทั้งสองทีม แล้วก็ตัวผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนที่จะถึงเวลาแข่งขัน สหรัฐฯ จะมาในระบบ 3-4-3 โดยคาดว่า แมตต์ เทอร์เนอร์ จะกลับมาเฝ้าเสาเป็นมือ 1 ของทีมอีกครั้ง หลังจากที่เสียตำแหน่งให้ แมตต์ ฟรีส ไปช่วงนึง ส่วนกองหลัง คริส ริชาร์ดส์ พร้อมยืนประจำการกับ ทิม รีม วิงแบ็คสอง
ฝั่งใช้ แซร์จินโญ่ เดสต์ กับ แอนโทนี่ โรบินสัน แดนกลางมี ไทเลอร์ อดัมส์ ส่วน 3 แนวรุกคาดว่าใช้ โจวานนี่ เรย์น่า, ริคาร์โด้ เปปี้ และ คริสเตียน พูลิซิช
- พูลิซิช จะทำหน้าที่เป็นกำลังหลักในแนวรุก โดยมี รีม คอยบัญชาการในแนวรับ
- อดัมส์ เป็นมิดฟิลด์ตัวผึ้งงานของทีม และพร้อมช่วยทีมขับเคลื่อนเกมในแดนกลาง
- ปารากวัย มีทีเด็ดอยู่ที่ ซานาเบรีย, เอนซิโซ่ และ โกเมซ
สำหรับ ปารากวัย เกมนี้คาดว่าพวกเขาจะใช้ระบบ 4-4-1-1 มีผู้รักษาประตูเป็น ออร์ลันโด้ กิลล์ กองหลังมี กุสตาโว่ โกเมซ ยืนคู่กับ โอมาร์ อัลเดเรเต้ แดนกลางมี ดีเอโก้ โกเมซ เป็นตัวหลัก ฮูลิโอ เอนซิโซ่ ยืนหน้าต่ำ และ อันโตนิโอ ซานาเบรีย เป็นกองหน้าตัวเป้า
ทายผลสกอร์ วิเคราะห์ความน่าจะเป็น
เกมนี้คาดว่า สหรัฐฯ ที่มีความได้เปรียบจากการเป็นเจ้าภาพ ด้วยเสียงเชียร์จากแฟนบอลเกือบทั้งสนาม ท่ามกลางบรรยากาศที่คุ้นเคย รวมถึงฟอร์มที่เหนือกว่าในช่วงหลัง น่าจะเป็นฝ่ายที่สร้างโอกาสทำประตูได้ตลอดทั้งเกม แม้ว่าพวกเขาอาจไม่ได้ครองบอลเป็นส่วนใหญ่ก็ตามซึ่งเมื่อบวกกับคุณภาพของทีม คาดว่าเกมนี้ สหรัฐอเมริกา จะเป็นฝ่ายซ้ำรอย ปารากวัย ได้อีกครั้ง เอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 สกอร์เดิมจากที่เคยชนะมาในเกมอุ่นเครื่อง ที่เจอกันเมื่อปีที่แล้ว

