สหรัฐฯของจริง! อัดจิงโจ้ 2-0 เก็บ 6 แต้มเข้าน็อกเอาท์ บอลโลก
แคเมรอน เบอร์เจสส์ กองหลังออสเตรเลีย โชคร้ายสกัดผิดเหลี่ยม เข้าประตูตัวเองตั้งแต่ต้นเกม ก่อนที่ อเล็กซ์ ฟรีแมน จะมาบวกเพิ่มอีกประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก ช่วยให้ สหรัฐอเมริกา ทิ้งห่างเป็น 2-0 และไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมในช่วงครึ่งหลัง จบเกมด้วยชัยชนะของทีมเจ้าภาพ และส่งผลให้พวกเขาการันตีเข้ารอบบอลโลกรอบ 32 ทีมสุดท้าย ได้เป็นทีมที่ 2 ต่อจาก เม็กซิโก
เหตุการณ์สำคัญในครึ่งแรก เกมระหว่าง สหรัฐฯ กับ ออสเตรเลีย
เปิดฉากมาได้แค่ 11 นาที สหรัฐอเมริกา ได้ประตูออกนำ 1-0 บอลจากทางซ้าย แอนโทนี่ โรบินสัน จ่ายเลาะริมเส้นไปให้ โฟลาริน บาโลกัน ใช้ความเร็วกระชากบอลหนีแนวรับคู่แข่ง พาบอลเข้าไปในเขตโทษแล้วจ่ายไปที่หน้าปากประตู แคเมรอน เบอร์เจสส์ กองหลังออสเตรเลีย พยายามจะสกัด แต่บอลโดนยัดมาที่เท้า เตะไม่ถนัด บอลปลิ้นเข้าประตูตัวเอง
- หลังขึ้นนำ สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าครองเกมบุกเข้าใส่ ออสเตรเลีย ไม่ได้ถอยลงมารับ
- ทั้งสองทีมเล่นอย่างรัดกุม ทางฝั่งจิงโจ้พยายามบุกขึ้นมา แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งไม่ได้
- สหรัฐฯ มาได้ประตูที่ 2 ในช่วงท้ายครึ่งแรก
ประตูที่ 2 ของเกมเกิดขึ้นในนาที 43 เริ่มจากลูกตั้งเตะทางขวาของเขตโทษ บอลถูกจ่ายเรียดไปให้ แซร์จินโญ่ เดสต์ หน้ากรอบเขตโทษ จับแล้วยิงด้วยขวา บอลแฉลบแล้วลอยโด่งไปเข้าทาง อเล็กซ์ ฟรีแมน โหม่งจ่อ ๆ แค่ 3 หลาเข้าไป ซึ่งตอนแรกไลน์แมนยกธงล้ำหน้า แต่ดูภาพ VAR แล้วผู้ตัดสินเป่าให้เป็นประตู สหรัฐฯ ทิ้งห่างเป็น 2-0
ครึ่งหลัง เจ้าภาพหวังยิงเพิ่มเอาใจแฟนบอล
เริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่นาน นาที 50 สหรัฐฯ ได้โอกาสสวนกลับเร็ว บอลจ่ายทะลุช่องจากแดนตัวเอง ขึ้นไปข้างหน้าให้กับ โฟลาริน บาโลกุน พาบอลควบเข้าไปในเขตโทษ แต่สัมผัสบอลไม่ดีตั้งแต่จังหวะที่ 2 โดน อเลสซานโดร ชีร์คาติ วิ่งไล่กวดตามหลังมา แล้วล้มตัวบล็อกลูกยิงเอาไว้ได้ทัน บอลออกหลัง
ออสเตรเลีย ได้โอกาสลุ้นประตูบ้างในนาที 64 คริสเตียน โวลปาโต ได้บอลในเขตโทษแล้วไหลคืนให้ คอนเนอร์ เมตคาล์ฟ ยิงด้วยซ้ายหน้ากรอบ 18 หลา แต่โดน แม็ตต์ ฟรีส นายทวารสหรัฐฯ รับเอาไว้ได้สบาย
ช่วงท้ายเกมมีการปะทะกันของผู้เล่น จนหวิดมีเหตุชุลมุน แต่ยังคลี่คลายสถานการณ์ไปได้ด้วยดี และไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติม จบเกม สหรัฐอเมริกา เก็บ 3 คะแนนจาก ออสเตรเลีย ชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 และตอนนี้มี 6 คะแนนเต็ม เข้ารอบแน่นอนแล้ว
วิจารณ์ฟอร์มผู้เล่นหลังจบเกม
เกมนี้ต้องชมแนวรับของอเมริกา ที่จัดการแนวรุกของ ออสเตรเลีย ได้อย่างอยู่หมัด ทั้ง ทิม รีม กัปตันทีม, คริส ริชาร์ดส์ และที่สำคัญก็คือ อเล็กซ์ ฟรีแมน ที่เกมนี้โหม่งทำประตูให้กับทีมได้ด้วย รวมถึง มาลิค ทิลล์แมน เกมนี้ก็ถือเป็นเกมที่เขาทำได้ดี ในบทบาททั้งเกมรุก-เกมรับ แต่สำหรับ โฟลาริน บาโลกัน ถือว่าน่าผิดหวังในการจบสกอร์
ในขณะที่ ออสเตรเลีย นอกจาก อเลสซานโดร ชีร์คาติ กองหลังที่วิ่งหลายสิบหลา ไปบล็อกลูกยิงของ บาโลกัน ก็ไม่ได้มีจังหวะไหนที่ผู้เล่นของพวกเขา ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ แนวรุกหายไปจากเกม แทบไม่มีโอกาสลุ้นประตู ถือเป็นเกมที่โดน สหรัฐฯ กดจนเล่นไม่ออกอย่างชัดเจน
เกมถัดไปของทั้ง 2 ทีม ที่สำคัญมาก พลาดไม่ได้
ถึงแม้ สหรัฐฯ จะตีตั๋วเข้ารอบ 32 ทีมไป 100% แล้ว แต่พวกเขายังคงต้องการชัยชนะ ในฐานะเจ้าภาพที่จะมีแฟนบอลเข้ามาชมเกมแบบเต็มสนาม อาจจะมีการพักตัวผู้เล่นบางราย ให้โอกาสกับผู้เล่นที่นาทีลงสนามยัง
น้อย แต่ถึงอย่างนั้นผู้เล่นตัวสำรองของทีม ก็พร้อมทุ่มเททำผลงานให้กับประเทศอย่างเต็มที่ และยืนยันสถานะของการเข้ารอบ ในฐานะทีมอันดับ 1 ของกลุ่ม
- สหรัฐฯ เกมหน้าจะเจอกับ ตุรกี โดยราคาล่าสุด เป็นราคาเสมอ
- ออสเตรเลีย มีคิวเจอกับ ปารากวัย ซึ่งราคาตอนนี้ ปารากวัย ต่อ 0-0.5
ส่วนทางฝั่ง ออสเตรเลีย เกมถัดไปกับ ปารากวัย ทีมแกร่งจากอเมริกาใต้ พวกเขายังคงต้องการอย่างน้อย 1 คะแนน เพื่อโอกาสเข้ารอบ แต่ ปารากวัย ก็ต้องการชัยชนะ เพื่อโอกาสผ่านเข้ารอบ 32 ทีมของพวกเขาเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่ามันจะเป็นการแข่งขันที่สนุก และน่าจะมีจังหวะเปิดเกมแลกให้แฟนบอลได้เห็น ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่ไม่ควรพลาด
ทีเด็ดในเกมหน้า แนวทางติดตามเชียร์
ด้วยราคาบอลบอลโลกที่เปิดมาล่าสุดในคู่ สหรัฐอเมริกา พบกับ ตุรกี ที่ตอนนี้เป็นราคาเสมอ คงต้องบอกว่า ด้วยฟอร์มของ ตุรกี ก่อนเกมกับ ปารากวัย ในนัดที่ 2 ภาพรวมพวกเขายังเล่นได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และเป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะทีมเจ้าภาพในเวลานี้ ถ้าต้องเลือกทีมชนะ ยืนอยู่ฝั่ง สหรัฐฯ ดูมีโอกาสชนะมากกว่าฝั่ง ตุรกีและอีกเกมที่ ออสเตรเลีย จะต้องเจอกับ ปารากวัย ซึ่งทางฝั่ง ปารากวัย เป็นทีมต่อ แต่ในเวทีนี้ ออสเตรเลีย เป็นทีมที่มีประสบการณ์มากกว่า แม้ว่าตัวผู้เล่นจะดูเป็นรอง รูปเกมก็อาจเป็นรองทีมจากอเมริกาใต้ก็ตาม แต่ทัพจิงโจ้เป็นทีมที่อันตรายในจังหวะที่เล่นบอลสวนกลับ ซึ่งคู่นี้บอลออกได้ 3 หน้า เลือกยากว่าใครจะชนะ แต่ถ้าต้องเลือก ตามเชียร์ปารากวัยได้ลุ้นกว่า

