นอร์เวย์ 2-1 บราซิล ฮาลันด์เหมาสอง พาทีมเข้ารอบ 8 ทีมบอลโลก 2026

นอร์เวย์ 2-1 บราซิล ฮาลันด์เหมาสอง พาทีมเข้ารอบ 8 ทีมบอลโลก 2026

ฮาลันด์เบิ้ล! นอร์เวย์โค่นบราซิล 2-1 ลิ่วรอบ 8 ทีม ฟุตบอลโลก 2026

 

การพบกันระหว่าง บราซิล กับ นอร์เวย์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2026 ได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลก เมื่อหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ต้องดวลกับม้ามืดที่กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ และตลอดทั้งเกมก็เต็มไปด้วยจังหวะสำคัญที่ส่งผลต่อรูปเกมอยู่หลายครั้ง บทความนี้จะพาไปย้อนชมไฮไลท์สำคัญของการแข่งขัน พร้อมวิเคราะห์ความพร้อมของนอร์เวย์ก่อนศึกหนักกับอังกฤษในรอบก่อนรองชนะเลิศ

 

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

 

บราซิล (4-2-3-1): อลิสซอน เบ็คเกอร์; ดานีโล, มาร์กินญอส, กาเบรียล มากัลเญส, โดกลัส ซานโตส; คาเซมิโร, บรูโน กิมาไรส์; รายัน, กาเบรียล มาร์ติเนลลี, วินิซิอุส จูเนียร์; มาเทอุส คุนญา

 

นอร์เวย์ (4-3-3): ออร์ยัน นีลันด์; ยูเลียน รีเยอร์สัน, คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์, ทอร์บยอร์น เฮกเกม, ดาบิด มอลเลอร์ วูล์ฟ; มาร์ติน โอเดการ์ด, ซานเดอร์ แบร์เก, แพทริก แบร์ก; อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ, เออร์ลิง ฮาลันด์, อันโตนิโอ นูซา

 

ครึ่งแรก

นาที 1: นอร์เวย์เป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่นก่อนในแมตช์นี้

 

นาที 3: นอร์เวย์ชวดได้ประตูขึ้นนำ! แพทริก แบร์ก ยิงเสียบสามเหลี่ยมอย่างเด็ดขาด แต่ผู้ตัดสินริบคืนเนื่องจาก อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ ล้ำหน้าไปก่อนในจังหวะเปิดบอล บราซิลรอดตัวหวุดหวิด

 

นาที 12: บราซิลได้จุดโทษ! จากจังหวะที่ คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ ไปรวบ มาเทอุส คุนญา ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ก VAR ที่จอข้างสนามก่อนหันกลับมาเป่าเป็นจุดโทษให้ทัพเซเลเซา

 

นาที 14: บราซิลพลาดจุดโทษ! บรูโน กิมาไรส์ รับหน้าที่สังหารแต่ยิงไม่ดีพอ ออร์ยัน นีลันด์ พุ่งปัดออกไปได้ สกอร์ยังคง 0-0

 

นาที 31: บราซิลได้ลุ้นจากความสามารถเฉพาะตัวของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ที่กระชากลุยไปถึงเส้นหลังก่อนกึ่งยิงกึ่งผ่านจากมุมแคบ ทำเอา ออร์ยัน นีลันด์ ต้องออกแรงเซฟ

 

นาที 37: อันโตนิโอ นูซา เปิดบอลเข้าหัว เออร์ลิง ฮาลันด์ ได้โหม่งสะกิดเปลี่ยนทาง แต่บอลเบาเกินไป อลิสซอน เบ็คเกอร์ รับสบาย

 

นาที 41: บราซิลเกือบได้ประตู! วินิซิอุส จูเนียร์ แย่งบอลได้หน้ากรอบเขตโทษนอร์เวย์ก่อนทำชิ่งกับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี แล้วกดเน้นๆ เล็งเสียบมุมซ้าย แต่ออร์ยัน นีลันด์ ยังซูเปอร์เซฟใช้ขาขัดตาทัพไว้ได้ทัน

 

นาที 43: ดานีโล กองหลังกัปตันทีมบราซิล สไลด์บล็อกลูกยิงของ มาร์ติน โอเดการ์ด ได้อย่างหวุดหวิดในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ช่วยเซฟบราซิลไม่ให้เสียประตู

 

นาที 45+3: ซูเปอร์เซฟจากอลิสซอน! เออร์ลิง ฮาลันด์ เบียดฝ่าสองกองหลังบราซิลก่อนบอลไหลมาเข้าทาง มาร์ติน โอเดการ์ด ได้กดเต็มข้อระยะเผาขนตรงกลางประตู แต่อลิสซอน เบ็คเกอร์ ยืนตำแหน่งดีทุบทิ้งไปได้

 

นาที 45+5: คาเซมิโร ครอสบอลลึกเข้ากล่องดวงใจให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี แต่เจ้าตัวโถมเข้าชาร์จไม่ถึง พลาดโอกาสได้โหม่งจ่อๆ อย่างน่าเสียดาย

 

จบครึ่งแรก: บราซิล 0-0 นอร์เวย์

 

ครึ่งหลัง

 

นาที 59: บราซิลพลาดโอกาสทอง! เอนดริก ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาถูกส่งลงไปดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตูจากการจ่ายตัดหลังของ วินิซิอุส จูเนียร์ แต่จังหวะจับบอลห่างตัวทำให้ ออร์ยัน นีลันด์ ออกมาปิดมุมได้เร็ว ก่อนที่เอนดริกจะยิงหลุดกรอบออกไปเอง

 

นาที 62: รายัน กองหน้าบราซิลได้สับไกเน้นๆ บริเวณกรอบเขตโทษ แต่ ออร์ยัน นีลันด์ ยังล้มตัวเซฟลูกยิงเรียดไว้ได้ทันควัน

 

นาที 67: บราซิลแก้เกมครั้งใหญ่ ส่ง ซูเปอร์สตาร์อย่าง “เนย์มาร์” ลงสนามแทน กาเบรียล มาร์ติเนลลี ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่ม

นาที 75: อลิสซอน เบ็คเกอร์ ต้องออกแรงเซฟช่วยบราซิล หลัง อันเดรียส เชลเดรุป ตัวสำรองนอร์เวย์หลุดเข้าไปยิงเรียดทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ

 

นาที 79: นอร์เวย์นำ 1-0! อันเดรียส เชลเดรุป ตักบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ เทกตัวขึ้นเบียดชนะ กาเบรียล ก่อนโหม่งเต็มแรงผ่านมือ อลิสซอน เข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด

 

นาที 86: นอร์เวย์รอดตัวหวุดหวิด! เอนดริก ยิงไปติดบล็อก คริสตอฟเพอร์ อาเยอร์ บอลย้อยกำลังจะเสียบใต้คานอยู่แล้ว แต่ ออร์ยัน นีลันด์ ซูเปอร์เซฟซ้ำซ้อน ถอยหลังไปปัดทิ้งได้อย่างเหลือเชื่อ

 

นาที 90: นอร์เวย์หนีเป็น 2-0! จากจังหวะสวนกลับ อันเดรียส เชลเดรุป ไหลบอลทะลุช่องให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ แต่งหนึ่งจังหวะก่อนตะบันเรียดด้วยซ้ายเสียบมุมหน้าต่างล่างอย่างเฉียบคม เป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้

 

นาที 90+6: เนย์มาร์ คุมอารมณ์ไม่อยู่ ไปหวดตัดเกมใส่ มาร์ติน โอเดการ์ด จนได้รับใบเหลืองใบแรกของเกม และเกิดเหตุหวิดปะทะกันรุนแรงกลางสนาม

 

นาที 90+10: บราซิลตีไข่แตก 1-2! บราซิลได้จุดโทษจากจังหวะที่ เลโอ ออสติการ์ด ไปสอกใส่ คาเซมิโร ในจังหวะขึ้นโหม่ง และเป็น เนย์มาร์ รับหน้าที่สังหารหลอกหน้าเท้าแปเข้าไปนิ่มๆ

 

จบเกม: บราซิล แพ้ นอร์เวย์ 1-2 (นอร์เวย์ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ส่วนบราซิลตกรอบ)

ภาพรวมภาพรวมหลังแมตช์ บราซิล vs นอร์เวย์

 

เกมนี้บราซิลเป็นฝ่ายเดินหน้าบุกและมีโอกาสลุ้นประตูมากกว่า แต่กลับใช้โอกาสเปลืองทั้งการยิงจุดโทษพลาดและติดฟอร์มหนึบของ ออร์ยัน นีลันด์ ที่เซฟอุตลุดตลอดทั้งเกม ส่วนนอร์เวย์เล่นอย่างมีวินัย รอจังหวะสวนกลับอย่างอดทน ก่อนมาได้ เออร์ลิง ฮาลันด์ สวมบทฮีโร่โหม่งเบิกสกอร์และซัดปิดกล่องในช่วงท้ายเกม แม้บราซิลจะได้จุดโทษให้ เนย์มาร์ ยิงตีไข่แตกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ทันเวลา จบเกมนอร์เวย์เฉือนชนะ 2-1 คว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ ขณะที่ทัพแซมบ้าต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านแบบน่าเจ็บใจ ทั้งที่รูปเกมไม่ได้เป็นรองเลย

บทวิเคราะห์เกมถัดไป อังกฤษ vs นอร์เวย์

 

วันที่แข่งขัน: 12 กรกฎาคม 2026

เวลา: 05:00 น. (เวลาประเทศไทย)

สนาม: Hard Rock Stadium

เมือง: ไมอามี, รัฐฟลอริดา, สหรัฐอเมริกา

 

อังกฤษผ่านเข้ารอบมาแบบหืดจับหลังเฉือนเม็กซิโก 3-2 ในเกมที่ต้องเล่นด้วยความกดดันตลอด 90 นาที แต่เกมรุกของทัพสิงโตคำรามยังคงอันตรายจากการประสานงานของ แฮร์รี เคน, จู๊ด เบลลิงแฮม และ บูกาโย ซากา ที่พร้อมสร้างความแตกต่างได้ทุกจังหวะ อย่างไรก็ตาม เกมรับยังมีจุดให้ต้องแก้ไข หลังเสียประตูค่อนข้างง่ายและเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งสวนกลับหลายครั้ง

ฝั่งนอร์เวย์กำลังอยู่ในช่วงความมั่นใจเต็มเปี่ยม หลังสร้างเซอร์ไพรส์เขี่ยบราซิลตกรอบด้วยชัยชนะ 2-1 โดยมี เออร์ลิง ฮาลันด์ เป็นตัวทีเด็ดที่กำลังร้อนแรง ขณะที่ ออร์ยัน นีลันด์ ก็โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบจนกลายเป็นหนึ่งในฮีโร่ของทีม เกมนี้นอร์เวย์น่าจะเลือกเล่นอย่างรัดกุม รอจังหวะโต้กลับเร็วผ่าน ฮาลันด์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด ซึ่งเป็นอาวุธที่สร้างปัญหาให้คู่แข่งมาแล้วหลายทีม

 

เกมนี้จึงน่าจะออกมาสูสี อังกฤษอาจเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่า แต่หากเปิดพื้นที่ด้านหลังมากเกินไป นอร์เวย์ก็พร้อมลงโทษทันทีด้วยความเฉียบคมของฮาลันด์ ทำให้เกมมีโอกาสยืดเยื้อและตัดสินกันจากรายละเอียดเล็ก ๆ ในพื้นที่สุดท้าย

 

สกอร์ที่คาด: อังกฤษ 2-1 นอร์เวย์

บทสรุปส่งท้าย

 

แม้บราซิลจะเป็นฝ่ายสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ฟุตบอลรอบน็อกเอาต์วัดกันที่ความเฉียบคม และเกมนี้นอร์เวย์พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจน พวกเขาอาศัยเกมรับที่เหนียวแน่น บวกกับฟอร์มระดับมาสเตอร์คลาสของ ออร์ยัน นีลันด์ ที่เซฟสำคัญหลายครั้ง ก่อนจะได้ เออร์ลิง ฮาลันด์ สวมบทฮีโร่เหมาคนเดียว 2 ประตู พาทีมโค่นหนึ่งในเต็งแชมป์อย่างบราซิลและผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ ผลงานนัดนี้ยังส่งให้ฮาลันด์ขยับเป็น **7 ประตู** ในฟุตบอลโลก 2026 เทียบเท่า คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ ลิโอเนล เมสซี ในตำแหน่งดาวซัลโวร่วมของทัวร์นาเมนต์ ยิ่งตอกย้ำว่าดาวยิงวัย 25 ปี กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงที่สุด ขณะที่บราซิลต้องจอดป้ายเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทั้งที่รูปเกมไม่ได้เป็นรอง แต่การใช้โอกาสเปลืองและพลาดจุดโทษตั้งแต่ครึ่งแรก กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ความฝันในการลุ้นแชมป์โลกต้องสิ้นสุดลง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO