ผลบอล ฟุตบอลโลก 2026 นิวซีแลนด์ vs อียิปต์ 3-1 ซาลาห์นำทีม ถล่มนิวซีแลนด์
ทั้งสองทีมต่างเก็บได้เพียงหนึ่งแต้มจากนัดแรก นิวซีแลนด์เสมออิหร่าน 2-2 อย่างดุเดือดที่ลอสแองเจลิส ด้วยความกล้าหาญและสไตล์การกดดันสูงที่ทำให้ทีมเอเชียหนาวๆ ร้อนๆ ตลอดเกม ส่วน อียิปต์เสมอเบลเยียม 1-1 ที่ซีแอตเทิล หลังจากอิหม่าม อาชูร์ยิงนำก่อนในนาทีที่ 19 แต่เบลเยียมตีเสมอได้ในนาทีที่ 66 จากโอวน์โกลของโมฮาเหม็ด ฮานี หลังลูกากูลงมากดดันเพียง 22 วินาที
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม
นิวซีแลนด์
แม็กซ์ โครคอมบ์ (GK) — ทิม เพย์น, ฟินน์ ซูร์แมน, ไมเคิล บ็อกซ์ออล, ลิเบราโต คาชาเซ (DF) — โจ เบลล์, มาร์โก สตาเมนิก (MF) — คัลลัม แม็กโคแวตต์, ซาร์พรีต ซิงห์, เอไลจาห์ จัสต์ (MF) — คริส วูด (FW)
อียิปต์
มุสตาฟา ชูบีร์ (GK) — โมฮาเหม็ด ฮานี, ยาสเซอร์ อิบราฮิม, ฮัมดี ฟาธี, อาห์เหม็ด ฟัตตูห์ (DF) — มาร์วัน อัตเทีย, โมฮานัด ลัชีน (MF) — มุสตาฟา ซีโก้, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , อีมาม อาชูร์ (MF) — โอมาร์ มาร์มูช (FW)
อียิปต์ครึ่งหลังคนละทีม ซาลาห์ระเบิดฟอร์มพาฟาโรห์แซงนิวซีแลนด์ 3-1
ครึ่งแรก
เกมเริ่มขึ้นที่แวนคูเวอร์ด้วยบรรยากาศที่คึกคัก นิวซีแลนด์เป็นฝ่ายบุกก่อน ก่อนที่ฝ่ายป้องกันอียิปต์จะถูกเจาะในนาทีที่ 15 ทิม เพย์น ส่งลูกคอร์เนอร์อย่างแม่นยำ และฟินน์ ซูร์แมนก็พุ่งขึ้นส่งหัวโด่งทะยานทะลุกรอบ ทีมฟาโรห์เผลอเสียพื้นที่หน้าประตูไปอย่างน่าเสียดาย
อียิปต์เล่นสะเปะสะปะมากในช่วงครึ่งแรก มีครั้งหนึ่งที่บอลหลุดตรงไปยังคริส วูดในแนวหน้าโดยตรง เกือบทำให้เสียประตูที่สอง สายส่งบอลไปยังซาลาห์และมาร์มูชไม่ลื่นไหล ทำให้ครึ่งแรก 45 นาทีแรกแสนลำบากสำหรับทีมฟาโรห์
อียิปต์หวุดหวิดตีเสมอเมื่อโอมาร์ มาร์มูชล้ำเข้าไปแล้วปล่อยจังหวะตีโค้งบังคับให้โครคอมบ์ต้องเซฟลูกที่ยากออกไปได้ ลูกสะท้อนออกมาแต่มีการสกัดทันเวลา รักษาสกอร์ 1-0 เข้าสู่พักครึ่ง
ครึ่งหลัง
ครึ่งหลังเริ่มขึ้น โค้ชฮุสซาม ฮัสซันปรับแผนส่งผู้เล่นรุกขึ้นไปมากขึ้น และในนาทีที่ 58 โมฮาเหม็ด ฮานีส่งครอสงามจากปีกขวา มุสตาฟา ซีโก้โผล่ขึ้นมาโขกหัวสะบัดเข้าอย่างไม่ปราณี ทำให้สกอร์กลับมาเสมอ 1-1
จากนั้นในนาทีที่ 67 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ก็เข้ามาเป็นพระเอกของค่ำคืนนั้น ด้วยการตัดเข้ามาจากปีกแล้วตีตุ้มซ้ายอัดเข้าประตูอย่างสวยงามแบบที่แฟนบอลคุ้นตากันดี ซาลาห์มีทั้งประตูและแอสซิสต์ในคืนนั้น
ตะปูตอกฝาโลงถูกตอกลงในนาทีที่ 82 เมื่อซาลาห์โยนลูกคอร์เนอร์สวิงเข้ากรอบ และทรีซีเก้ที่เพิ่งลงมาเป็นตัวสำรองก็บินพุ่งโขกหัวข้ามโครคอมบ์เข้าอีกลูก ปิดสกอร์ 3-1 อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
ฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีม
นิวซีแลนด์ : มาได้ดีมากในครึ่งแรก กดดันสูง เล่นเป็นระบบ ยิงนำก่อนจากเซตพีซ แต่พอครึ่งหลังอียิปต์เปิดเกมรุก สายรับก็รับแรงกดดันไม่ไหว มีโอกาสพอตัวแต่จบไม่คม และหมดแรงในช่วงท้าย
อียิปต์ : ครึ่งแรกแย่มาก ส่งบอลผิดพลาดบ่อย ซาลาห์และมาร์มูชหาจังหวะไม่เจอ แต่หลังพักครึ่งโค้ชปรับแผนใหม่ รุกขึ้นมากขึ้น และกลายเป็นคนละทีม ซาลาห์คนเดียวชู้ต 5 ครั้ง สร้างโอกาส 5 ครั้ง ครองเกมครึ่งหลังอย่างสมบูรณ์
เกมถัดไปของทั้งสองทีม
นิวซีแลนด์ พบ เบลเยียม วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2026
เกมนี้คือ “ทุกอย่างหรือไม่มีเลย” สำหรับนิวซีแลนด์ จุดแข็งที่สุดของพวกเขาคือเซตพีซและการสวนกลับ ซึ่งพอดีกับจุดอ่อนของเบลเยียมที่ดูเซื่องซึมในการจบสกอร์ ความเปราะบางของเบลเยียมในช่วงทรานซิชันนั้นชัดเจน และความเร็วบนปีกของนิวซีแลนด์ถูกออกแบบมาเพื่อลงโทษจุดนี้โดยตรง
อียิปต์ พบ อิหร่าน วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2026
อิหร่านต้องชนะเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ผ่านรอบ และนั่นหมายความว่าพวกเขาจำเป็นต้องเปิดเกมรุกมากกว่าปกติ ซึ่งอาจกลายเป็นดาบสองคมเมื่อเจอกับการสวนกลับของซาลาห์ที่กำลังร้อนแรง อียิปต์อาจเลือกนั่งรอและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่อิหร่านเปิดทิ้งไว้
สรุปการแข่งขัน
อียิปต์สร้างประวัติศาสตร์ เมื่อโมฮาเหม็ด ซาลาห์นำทัพฟาโรห์พลิกสถานการณ์กลับมาชนะนิวซีแลนด์ 3-1 ที่แวนคูเวอร์ คว้าชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของชาติ ซาลาห์ซึ่งมีทั้งประตูและแอสซิสต์ในเกมนี้ กลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลในฟุตบอลโลกของอียิปต์ด้วยยอดรวม 3 ประตู (2 ประตูจากปี 2018 และ 1 ประตูในเกมนี้) แซงหน้า อับเดลราห์มาน ฟาวซี ที่เคยทำไว้ 2 ประตู
อียิปต์ถูกนำก่อนในนาทีที่ 15 จากประตูหัวของฟินน์ ซูร์แมน แต่ทีมฟาโรห์ก็ไม่ยอมแพ้ พวกเขากลับมาทำลายตำนานได้ในครึ่งหลัง นำโดยซีโก้เสมอในนาทีที่ 58 และหลังจากนั้นก็ไม่มีทางหวนกลับสำหรับนิวซีแลนด์อีกต่อไป ด้วยชัยชนะครั้งนี้ อียิปต์พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดของกลุ่ม G ในขณะที่นิวซีแลนด์ยังมีลุ้นผ่านรอบหากสามารถเอาชนะเบลเยียมได้ในนัดสุดท้าย

