สเปน 3-0 ออสเตรีย ผลบอลโลก 2026 โอยาร์ซาบัลซัด 2 ประตู ทะลุรอบ 16 ทีม

สเปน 3-0 ออสเตรีย ผลบอลโลก 2026 โอยาร์ซาบัลซัด 2 ประตู ทะลุรอบ 16 ทีม

ผลบอล ฟุตบอลโลก 2026 สเปน vs ออสเตรีย 3-0 โอยาร์ซาบัลซัดคนเดียว 2 ประตู พาราชันชุดแดงลิ่วรอบ 16 ทีม

 

แชมป์ยุโรปอย่างสเปนโชว์ฟอร์มเหนือชั้นเอาชนะออสเตรีย 3-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่ลอสแอนเจลิส สเตเดียม เมืองอิงเกิลวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมิเกล โอยาร์ซาบัลระเบิดฟอร์มยิงสองประตู ส่วนเปโดร ปอร์โรโหม่งเพิ่มอีกหนึ่งลูก พาทัพกระทิงดุผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ พร้อมทำสถิติชนะนัดน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 16 ปี

ตลอด 90 นาที สเปนเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ทั้งการครองบอลและจังหวะสร้างสรรค์เกมรุก ขณะที่ออสเตรียภายใต้การคุมทีมของราล์ฟ รังนิค แม้จะพยายามกดดันและสร้างความกดดันให้คู่แข่งได้เป็นบางช่วง แต่ก็ไม่สามารถหาทางทะลุแนวรับที่มั่นคงของสเปนได้ตลอดทั้งเกม

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม

สเปน

 

ผู้รักษาประตู : 23 อูไน ซิมอน

กองหลัง : 12 เปโดร ปอร์โร่, 22 เปา คูบาร์ซี, 14 ไอเมริค ลาปอร์ต, 24 มาร์ก คูกูเรย่า

กองกลาง : 16 โรดรี (กัปตันทีม), 20 เปดรี, 10 ดานี่ โอลโม่

กองหน้า : 19 ลามีน ยามาล, 15 อเล็กซ์ บาเอน่า, 21 มิเกล โอยาร์ซาบัล

 

ออสเตรีย

ผู้รักษาประตู : 1 อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์

กองหลัง : 5 สเตฟาน โพช, 3 เควิน ดันโซ่, 8 เดวิด อาลาบา (กัปตันทีม), 20 คอนราด ไลเมอร์

กองกลาง : 6 นิโคลัส ไซวาลด์, 4 ซาเวียร์ ชลาเกอร์

กองหน้าตัวรุก : 18 โรมาโน ชมิด, 24 เปาล์ วานเนอร์, 9 มาร์เซล ซาบิตเซอร์

ศูนย์หน้า : 11 ไมเคิล เกรกอริช

 

โอยาร์ซาบัลโชว์ฟอร์มเพชฌฆาต ซัด 2 ประตู สเปนอัดออสเตรีย 3-0 ทะลุรอบ 16 ทีม

 

เกมเปิดฉากด้วยสเปนที่ครองบอลเหนือกว่าตั้งแต่ต้นเกม กดดันแนวรับออสเตรียตั้งแต่นาทีแรก แต่ก็ต้องเจอกับการป้องกันที่เหนียวแน่นและฟอร์มการเซฟที่ยอดเยี่ยมของ อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ ผู้รักษาประตูออสเตรีย ทำให้เกมยังคงเสมอ 0-0 อยู่นานพอสมควร

จังหวะที่สร้างความฮือฮาที่สุดในครึ่งแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 29 เมื่อลามีน ยามาล เตะมุมจากฝั่งขวาเข้ามา ชลาเกอร์พุ่งออกมาชกบอลแต่บอลหลุดไปตกที่เท้าของ มาร์ก คูกูเรย่า ซึ่งซัดบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้ทั้งสนามระเบิดความดีใจ ทว่าการเฉลิมฉลองต้องจบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงและผู้ตัดสิน เกล็นน์ นือแบร์ย ตัดสินใจไม่ให้ประตู โดยให้เหตุผลว่า เปา คูบาร์ซี กองหลังสเปนมีการปะทะกับชลาเกอร์ในจังหวะที่บอลลอยเข้ามา 

อย่างไรก็ตาม สเปนไม่ปล่อยให้ความผิดหวังนั้นบั่นทอนจังหวะเกม เพียง 7 นาทีให้หลัง ในนาทีที่ 36 คูกูเรย่ากลับมาเป็นพระเอกอีกครั้ง แต่คราวนี้ในบทบาทผู้จ่ายบอล จากเกมบิลด์อัพที่เริ่มต้นจากโรดรีจ่ายให้เปดรีในระยะไกลกว่า 30 หลา ก่อนที่เปดรีจะเลี้ยงหลบแนวรับออสเตรียแล้วส่งบอลให้คูกูเรย่าทางฝั่งซ้าย ซึ่งคูกูเรย่าโยกบอลกลับเข้ากลางให้ มิเกล โอยาร์ซาบัล สับบอลผ่านชลาเกอร์เข้าประตูไปอย่างสงบเยือกเย็น ปลดล็อกความกดดันและพาสเปนขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จ

ช่วงพักครึ่ง ราล์ฟ รังนิค กุนซือออสเตรีย ต้องปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นอย่างเร่งด่วน โดยดึง ซาเวียร์ ชลาเกอร์ ที่มีอาการเจ็บออกจากสนาม ส่ง ฟลอเรียน กริลลิทช์ ลงมาแทน พร้อมกับเปลี่ยน นิโคลัส ไซวาลด์ ออกเพื่อส่ง คาร์นีย์ ชุกวูเอเมกา ลงสนามแทนที่ เพื่อพยายามปรับเกมกลางให้แน่นขึ้นและหาทางกลับเข้าเกมในครึ่งหลัง

เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง รังนิคเดินหน้าเปลี่ยนตัวเพิ่มเติมในนาทีที่ 60 โดยส่ง มาร์โก อาร์เนาโตวิช ลงแทน ไมเคิล เกรกอริช และดึง โรมาโน ชมิด ออกเพื่อส่ง ซาซ่า คาไลด์ซิช ตัวสำรองความหวังลงสนาม ซึ่งเกือบสร้างเซอร์ไพรส์ได้ทันทีหลังลงมาไม่นาน เมื่อโหม่งบอลจากลูกครอสของ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ข้ามคานประตูไปอย่างน่าเสียดาย หากบอลลูกนั้นเข้าประตู เกมอาจพลิกกลับมาสูสีขึ้นทันที

แต่ความหวังของออสเตรียก็ริบหรี่ลงในนาทีที่ 66 เมื่อสเปนขยายห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่บาเอน่าจ่ายบอลให้ เปโดร ปอร์โร่ โหม่งข้ามชลาเกอร์ที่ทำอะไรไม่ได้เข้าไป นับเป็นประตูแรกในนามทีมชาติของปอร์โร่ในการลงสนามให้ทัพชาติสเปนครั้งที่ 20 ของเขา ซึ่งช่วยตอกฝาโลงปิดโอกาสกลับมาของออสเตรียไปอีกขั้น

ช่วงท้ายเกม สเปนยังคงเดินหน้าควบคุมสถานการณ์อย่างมั่นคง แม้จะมีการเปลี่ยนตัว ไอเมริค ลาปอร์ต ออกเพื่อส่ง ฆวน มิเกล ปูบิลล์ ลงสนามแทนในช่วงท้ายเกมเพื่อรักษาความสดของทีม แต่ก่อนหมดเวลาเพียง 1 นาที โอยาร์ซาบัลก็ปิดท้ายความสุขให้แฟนบอลสเปนด้วยประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ สับบอลเข้ามุมล่างขวาจากลูกจ่ายเจาะเส้นของคูกูเรย่า ปิดฉากเกมด้วยสกอร์ 3-0 อย่างสมบูรณ์แบบ

ฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีม 

สเปน : สเปนเดินหน้าอย่างมั่นคงตลอดทั้งเกม ครองบอลเหนือกว่าตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย ทั้งเกมรุกที่คมกริบและเกมรับที่แน่นหนา ตอกย้ำสถานะทีมเต็ง หลังผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาแบบไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว

ออสเตรีย : ฝั่งออสเตรียแม้จะพยายามกดดันและปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นในครึ่งหลังเพื่อหาทางกลับเข้าเกม แต่ก็ไม่สามารถเจาะเกมรับที่แน่นหนาของสเปนได้ ทำได้เพียงสร้างโอกาสเล็กน้อยผ่านตัวสำรองอย่างคาไลด์ซิชเท่านั้น ก่อนที่จะต้องยอมรับความพ่ายแพ้และตกรอบไปในที่สุด

 

เกมถัดไปของทั้งสองทีม

สำหรับสเปน ชัยชนะครั้งนี้ส่งผลให้ทัพกระทิงดุ ต้องเผชิญหน้ากับ  ฝอยทอง โปรตุเกสในรอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังโปรตุเกส เอาชนะโครเอเชียมาได้อย่างดุเดือด 2-1 ในเกมที่ต้องรอถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

ส่วนออสเตรียนั้น ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้เส้นทางในฟุตบอลโลก 2026 ต้องยุติลงตั้งแต่รอบ 32 ทีมสุดท้าย ปิดฉากการกลับมาเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998

สรุปการแข่งขัน 

สเปนเปิดเกมน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยชัยชนะขาดลอย 3-0 เหนือออสเตรีย ผ่านผลงาน 2 ประตูของมิเกล โอยาร์ซาบัล และอีก 1 ประตูจากเปโดร ปอร์โร่ ฝั่งออสเตรียแม้จะพยายามสู้เต็มที่แต่ก็ไม่อาจต้านทานเกมรุกที่คมกริบและเกมรับที่แน่นหนาของทัพกระทิงดุได้ ผลการแข่งขันนี้ส่งสเปนเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปรอพบกับผู้ชนะระหว่างโปรตุเกสกับโครเอเชีย ขณะที่ออสเตรียต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปพร้อมกับประสบการณ์อันมีค่าจากการกลับมาเล่นฟุตบอลโลกอีกครั้งในรอบ 28 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO